เปาลู ฟีร์ไรรา

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
เปาลู เฟอร์เรร่า
Ferreira.jpg
ข้อมูลส่วนตัว
ชื่อเต็ม เปาลู รีนาตู รีโบชู เฟอร์เรร่า
วันเกิด 18 มกราคม ค.ศ. 1979 (35 ปี)
สถานที่เกิด กัชไกช์, ประเทศโปรตุเกส
ส่วนสูง 1.83 ม. (6 ฟุต 0 นิ้ว)
ตำแหน่ง ฟูลแบ็ก
ข้อมูลสโมสร
สโมสรปัจจุบัน เชลซี
หมายเลข 19
สโมสรอาชีพ*
ปี สโมสร ลงเล่น (ประตู)
1998-2000 อิชตูริลปรายา
(Estoril Praia)
37 (2)
2000-2002 วีตอเรียดีเซตูบัล
(Vitória de Setúbal)
69 (2)
2002-2004 โปร์ตู (Porto) 62 (0)
2004- เชลซี 112 (2)
ทีมชาติ
2002- โปรตุเกส 62 (0[1])
* นัดที่ลงเล่นและประตูที่ยิงให้ทีมสโมสร นับเฉพาะลงเล่นในประเทศ ข้อมูลล่าสุดวันที่ 17:39, 8 มิถุนายน 2010 (UTC).

† ลงเล่น (ประตู).

‡ นัดที่ลงเล่นและประตูที่ยิงให้ทีมชาติ ข้อมูลล่าสุดวันที่ 20:00, 5 มิถุนายน 2010 (UTC)

เปาลู รีนาตู รีโบชู เฟอร์เรร่า (โปรตุเกส: Paulo Renato Rebocho Ferreira) เกิดเมื่อวันที่ 18 มกราคม ค.ศ. 1979 ที่เมืองกัชไกช์ (Cascais) ประเทศโปรตุเกส เขาเป็นนักฟุตบอลที่ปัจจุบันเล่นตำแหน่งฟูลแบ็กกองหลังให้กับสโมสรฟุตบอลเชลซีในฟุตบอลพรีเมียร์ลีก

เขาเป็นนักฟุตบอลในทีมชาติโปรตุเกส ตำแหน่งแบ็กขวา แต่ในบางครั้งก็เล่นแบ็กซ้ายและกองหลังกลางเปาโล เฟอร์เรร่าย้ายมาร่วมทีมเชลซีในปี 2004 เมื่อมูริณโญ่คว้าตัวเขามาด้วยค่าตัว 13.2 ล้านปอนด์ โดยที่ก่อนหน้านั้นทั้งคู่พึ่งคว้าแชมป์ยูฟ่าแชมปี้ยนส์ลีกและลีกสูงสุดของโปรตุเกสด้วยกันที่ปอร์โต้ เฟอร์เรร่ามีส่วนสำคัญที่ทำให้แนวรับเชลซีเหนียวแน่นมากในฤดูกาลแรกที่เขาย้ายมา แม้ว่าจะมีอาการบาดเจ็บรบกวนช่วงท้ายฤดูกาล เขาก็ช่วยให้เชลซีคว้าแชมป์ได้เป็นครั้งแรกในรอบ 50 ปีและทำสถิติเสียประตูน้อยที่สุด ฤดูกาลที่ 2 ของเฟอร์เรร่า เขาได้รับโอกาสลงสนามไม่มากนัก โดยตำแหน่งแบ็คขวานั้นมักจะเป็นกัลลาสหรือเจเรมีที่ได้ลง แต่เขายังเป็นตัวเลือกแรกในแชมเปี้ยนส์ลีกและทำประตูแรกกับเชลซีได้ในเกมเอฟเอคัพกับโคลเชสเตอร์

ในเดือนสิงหาคมปี 2006 กัลลาสย้ายออกจากทีมไปและคาลิด บูลารูซย้ายเข้ามาแทน ช่วงต้นฤดูกาล 2006/07 เป็นบูลารูซที่ยึดตำแหน่งแบ็คขวาตัวจริงไว้ได้ แต่ต่อมาเฟอร์เรร่าทวงตำแหน่งคืนได้สำเร็จและมีส่วนสำคัญในการหยุดคริสเตียโน่ โรนัลโด้ในเอฟเอคัพนัดชิง

ในยุคของอัฟราม แกรนท์ เฟอร์เรร่าสลับกันลงในตำแหน่งแบ็คขวากับจูเลียโน เบลเลตติที่พึ่งย้ายมาร่วมทีม และลงเล่นเป็นแบ็คซ้ายในเวลาที่แอชลีย์ โคลและเวยน์ บริดจ์ได้รับบาดเจ็บพร้อมกัน ในช่วงท้ายฤดูกาลเป็นเบลเลตติที่เล่นเกมรุกได้ดีกว่าได้ลงสนามอย่างต่อเนื่อง แต่ในนัดชิงยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกกลับเป็นเอสเซียงที่เล่นเป็นแบ็คขวา ส่วนเฟอร์เรร่าไม่มีชื่อแม้กระทั่งในม้านั่งสำรอง เฟอร์เรร่าต่อสัญญาไปอีก 5 ปีในเดือนกุมภาพันธ์ปี 2008 ภายใต้การคุมทีมของหลุยส์ ฟิลิปเป้ สโคลารี่ที่เคยร่วมงานกันในทีมชาติโปรตุเกสมาก่อน เฟอร์เรร่ากลับได้ลงสนามเพียง 7 นาทีโดยเป็นตัวสำรองแทนโจเซ่ โบซิงวาในนัดเปิดฤดูกาล

เขาต้องรอถึงยุคของกุส ฮิดดิงค์ในเดือนกุมภาพันธ์ปี 2009 กว่าจะได้ลงเป็นตัวจริงในตำแหน่งแบ็คซ้ายแทนที่แอชลีย์ โคล ขณะนั้นดูเหมือนว่าตัวเลือกแรกๆในตำแหน่งแบ็คขวาจะเป็นของโบซิงวาและกองหลังสารพัดประโยชน์อย่างอิวาโนวิช รวมไปถึงในทีมชาติโปรตุเกสก็เป็นโบซิงวาที่ยึดตำแหน่งแบ็คขวาไว้ เฟอร์เรร่ามีโอกาสลงสนามในคาร์ลิ่งคัพและทำประตูที่ 2 ของเขากับเชลซีในเกมกับแบล็กเบิร์นซึ่งเป็นเพียงประตูที่ 3 ในการเล่นฟุตบอลอาชีพ ช่วงคริสมาต์ถึงเดือนกุมภาพันธ์เฟอร์เรร่าได้ลงสนามไม่บ่อยนัก 1 ในนั้นคือเกมเอฟเอคัพกับคาร์ดิฟที่เขาทำผลงานได้ดี

เมื่อโคลและชีร์คอฟมีอาการบาดเจ็บ เฟอร์เรร่าที่รอโอกาสอยู่ก็ทำหน้าที่แทนได้ดี อาการบาดเจ็บของอิวาโนวิชในเกมกับแบล็กเบิร์นทำให้เฟอร์เรร่าได้เล่นในตำแหน่งแบ็คขวาที่เขาถนัด มีส่วนสำคัญในชัยชนะสำคัญเหนือวิลล่าและพอร์ตสมัธ ความีวินัยในเกมรับของเขาช่วยให้เชลซีบุกไปชนะแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดได้ถึงโอลด์ แทรฟฟอร์ด เฟอร์เรร่าเล่นได้อย่างเหนียวแน่นติดต่อกันถึง 10 นัดและช่วยให้เชลซีคว้าดับเบิ้ลแชมป์ได้ในที่สุด

อ้างอิง[แก้]

  1. "Paulo Ferreira – Bio Page". Unknown. 2009-01-01. สืบค้นเมื่อ 2009-04-24.