เทนเซ็นต์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
เท็นเซ็นต์ โฮลดิ้ง ลิมิเต็ด จำกัด (มหาชน)
ประเภท บริษัทมหาชน SEHK700
ก่อตั้งเมื่อ พฤศจิกายน พ.ศ. 2541
ผู้ก่อตั้ง หม่า ฮั่วเถิง
สำนักงานใหญ่ เสิ่นเจิ้น สาธารณรัฐประชาชนจีน
อุตสาหกรรม บริษัทที่มีการลงทุนในกิจการ (Conglomerate Holding Company)
มูลค่ารวมของตลาด Green Arrow Up Darker.svg 28,496 ล้านบาท (2554)
เว็บไซต์ [http:www.tencent.com]/ เว็บไซต์ทางการ]

เทนเซ็นต์ (อังกฤษ: Tencent) ชื่อมาจากวลีภาษาจีน十分 (พินอิน: ​​Shifen) ได้ก่อตั้งบริษัทขึ้นเมื่อปี 2541 ขึ้นด้วยเงินทุน 500,000 หยวน ในช่วงแรกบริษัท เทนเซ็นต์ (อังกฤษ: Tencent) ให้บริการด้าน System Integration หรือบริการวางระบบคอมพิวเตอร์และเครือข่ายสำหรับองค์กรเป็นหลัก[1] และเปิดตัวโปรแกรมคิวคิว ครั้งแรกเมื่อเดือน ก.พ. 2542 พร้อมกับการเปิดตัวเว็บไซต์ คิวคิว (www.qq.com) หลังการเปิดให้บริการ คิวคิว ประสบความสำเร็จอย่างงดงามในตลาดจีนและกลายเป็นโปรแกรมไอเอ็ม ที่ได้รับความนิยมสูงสุดในจีน ด้วยตัวเลขสมาชิกสูงถึง 448 ล้านคน (สถิติถึงครึ่งปีแรกของปี 2552) ส่งผลให้นายหม่า ฮั่วเถิง (Ma Huateng) ผู้ก่อตั้งบริษัท Tencent กลายเป็นคนดังในสังคมจีนอย่างรวดเร็ว หนุ่มจีนวัย 38 ปีในปัจจุบัน ได้รับการจัดอันดับจากนิตยสารไทม์ ให้เป็น 1 ใน 100 บุคคลที่มีอิทธิพลต่อโลกเมื่อปี 2551 ซึ่งใน 100 บุคคลนี้มีชาวจีนแผ่นดินใหญ่ติดอันดับเพียง 5 คนเท่านั้น วันที่ 16 มิถุนายน 2004, เท็นเซ็นต์ โฮลดิ้ง ลิมิเต็ด จำกัด (มหาชน) (SEHK 700[2]) ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง [3]

ประวัติการดำเนินกิจการ[แก้]

  • ปี 1998 2 ผู้ก่อตั้ง หม่า ฮว่าเจิน และ จาง จื้อตง โดย หม่า เคยติดอันดับที่ 16 ของคนรวยที่สุดในแผ่นดินใหญ่และรวยที่สุดในอุตสาหกรรมอินเทอร์เน็ตของจีน โดยก่อนหน้านี้ทั้งสองทำงานอยู่ในบริษัทโอเปอเรเตอร์มือถือตั้งแต่สมัยยังใช้เพจกันอยู่ ปัจจุบันผู้บริหารโหลใหญ่ของที่นี่ล้วนเป็นสายเลือดมังกรทั้งสิ้น และอายุเฉลี่ยของพนักงานคือ 26 ปี ตลอดช่วงปีแรกๆ ที่สร้าง QQ ผู้บริหารพยายามขาย QQ ให้กับบริษัทใหญ่ๆ แต่ไม่มีใครยอมซื้อ
  • ปี 2000 ได้เงินทุน 77 ล้านบาทจากบริษัทเงินทุนในอเมริกาและฮ่องกง แลกกับหุ้น 40%
  • ปี 2000 ผู้ใช้ QQ พุ่งถึง 100 ล้านคน แต่บริษัทก็ยังหาเงินด้วยตนเองไม่ได้ เลยร่วมมือกับไชน่า โมบายล์ เชื่อมบริการหลายอย่างจาก QQ ไปมือถือ เช่น ส่งข้อความ เล่นเกม หาคู่ผ่านมือถือ
  • ปี 2001 เริ่มมีกำไร 51 ล้านบาท
  • ปี 2002 ยอดผู้ใช้ 160 ล้านคน กำไรพุ่งไป 14 เท่าจากปีที่แล้ว
  • ปี 2004 เริ่มบุกฮ่องกง และเข้าตลาดหุ้นฮ่องกงด้วย
  • ปี 2006 ลงทุน 500 ล้านบาทสร้างสำนักวิจัยของตัวเอง เป็นสถาบันวิจัยด้านอินเทอร์เน็ตที่แรกของจีน มีสาขาที่ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ และเสิ่นเจิ้น
  • ปี 2008 ขยายบริการอื่นๆ เช่น ออนไลน์เกม (มีเกมออนไลน์ใหม่ๆ ออกทุกๆ เดือน) อีเมล เว็บค้นหาข้อมูล soso.com (ที่วันนี้เป็นอันดับ 3 รองจากไป๋ตู้ (baidu.com) และ กูเกิล)
  • ปี 2009 ย้ายออฟฟิศใหม่ไปที่ Tencent Building ตึกสูง 39 ชั้นตั้งอยู่ใจกลางย่านไอทีของเสิ่นเจิ้น
  • ปี 2010 จ่ายเงินหมื่นกว่าล้านบาทให้กับบริษัท Digital Sky Technologies Ltd. ในรัสเซียเพื่อแฝงการลงทุนในหุ้นของเฟซบุ๊ก[4]
  • ปี 2012 ได้เปิดตัวโปรแกรมแชท ชื่อดัง วีแชท ในประเทศไทย เมื่อ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555 โดยความร่วมมือ จาก เว็บไซต์ ชื่อดังของไทย สนุก ดอตคอม ซึ่งปัจจุบันมีผู้ใช้ โปรแกรมแชทนี้ ถึง 200 ล้านคนทั่วโลก

ความสำเร็จ[แก้]

Tencent สำนักงานใหญ่

เทนเซ็นต์ Tencent เป็นบริษัทไอทีอันดับ 1 ของจีน ก่อตั้งเมื่อพฤศจิกายน 1998 ให้บริการเว็บไซต์, แอปพลิเคชัน เกมออนไลน์ โดยวาง Positioning ของบริษัท เป็น One-Stop Online Lifestyle

โดย Tencent ได้รับการจัดอันดับว่าเป็นบริษัทไอทีอันดับ 4 รองจาก Google Amazon และ Facebook ในแง่ Market Capitalization มีทรัพย์สินอยู่ประมาณ 3,700 ล้านเหรียญ ส่วน Pony Ma ซีอีโอของ Tencent ได้รับการจัดอันดับจากฟ็อบส์ว่าเป็นบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดอันดับ 4 ของจีน

ธุรกิจในเครือ[แก้]

ธุรกิจในเครือสามารถแบ่งออกได้เป็นใหญ่ ๆ คือธุรกิจสื่อสารและธุรกิจร้านค้า โดยแบ่งดังนี้

ธุรกิจทางด้านสื่อสาร[แก้]

ธุรกิจในกลุ่มนี้ สามารถแบ่งออกได้หลากหลาย ซึ่งถือว่าเป็นกลุ่มที่สร้างรายได้หลักอย่างมหาศาล มีดังนี้

บริการเว็บไซต์
  • QQ.com[5]
  • paipai.com
  • games.qq.com
  • Tenpay.com
  • QZone.qq.com
  • soso.com
  • gongyi.qq.com
  • weibo
แอปพลิเคชัน
เกมส์ออนไลน์
  • QQ Fantasy
  • Asura Online

ธุรกิจทางด้านร้านค้า[แก้]

  • คิว-เจน : ซึ่งจัดจำหน่ายสินค้า ประเภทของที่ระลึก แบรน คิวคิว เช่น กระเป๋า ตุ๊กตา นาฬิกา เสื้อผ้า

อ้างอิง[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

ท่องอาณาจักร QQ บทเรียนแห่งความสำเร็จของโปรแกรมแชทสัญชาติจีน
Tencent Holdings
Tencent เจ้าของอาณาจักรดิจิตอลหมื่นล้าน