เทกแดต

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
เทกแธต
Take That & The Pet Shop Boys, Manchester 12 June 2011 4.jpg
Take That performing in Manchester on
12 June 2011
ข้อมูลพื้นฐาน
เกิดที่ แมนเชสเตอร์ อังกฤษ
แนวเพลง ป็อป แดนซ์ ป็อปร็อก
ปี พ.ศ. 2533 - 2539
พ.ศ. 2548 - ปัจจุบัน (รวมตัวใหม่)
ค่าย โซนี่ บีเอ็มจี (พ.ศ. 2533 - 2538)
ยูนิเวอร์แซล (พ.ศ. 2549 - ปัจจุบัน)
เว็บไซต์ takethat.com
สมาชิก
มาร์ก โอเวน
โฮเวิร์ด โดนัลด์
แกรี บาร์โลว์
อดีตสมาชิก
เจสัน ออเรนจ์
ร็อบบี้ วิลเลียมส์
เทค แดท

เทกแธต (อังกฤษ: Take That) คือกลุ่มศิลปินแนวป๊อป จากอังกฤษ สมาชิกวงประกอบไปด้วย เจสัน ออเรนจ์, มาร์ก โอเวน, โฮเวิร์ด โดนัลด์, แกรี บาร์โลว์ และอดีตสมาชิกวง ร็อบบี้ วิลเลียมส์ ภายหลังที่พวกเขาประสบความสำเร็จอย่างมากในช่วงคริสต์ทศวรรษที่ 1990 จึงแยกย้ายกันไป แล้วกลับมารวมตัวกันอีกครั้งในช่วงปลายคริสต์ทศวรรษที่ 2000 โดยไม่ม่ร็อบบี้

เทกแดทรวมวงที่เมืองแมนเชสเตอร์ในปี 1990 พวกเขามียอดขายอัลบั้มรวมกว่า 30 ล้านชุดในระหว่างปี 1991 - 1996 ในระหว่างปี 1991 อันเป็นปีที่ซิงเกิลแรกของพวกเขาได้เผยแพร่สู่สาธารณชน จนกระทั่งถึงปี 1996 ที่พวกเขาแยกย้ายกันไปนั้น บีบีซีกล่าวถึงเทกแดทว่า "เป็นวงดนตรีบริติชที่ประสบความสำเร็จสูงสุดในสหราชอาณาจักรนับตั้งแต่วงเดอะบีทเทิลส์ อันเป็นที่รักของทั้งผู้สูงอายุ และวัยรุ่นโดยทั่วไป"[ต้องการอ้างอิง] เพลงแนวแดนซ์ป๊อป และโซลของเทกแดทขึ้นชาร์ตมากมายในสหรัชอาณาจักรในช่วงครึ่งทศวรรษแรกของคริสต์ทศวรรษที่ 1990 อัลบั้ม 2 ชุดที่ขายที่ที่ส่วนของพวกเขาคือ เอเวอร์รีติงเชนจ์ (อังกฤษ: Everything Changes) ซึ่งได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลเมอร์คิวรีในปี 1994[1] และอัลบั้ม เกรเทสฮิตส์ ซึ่งออกจำหน่ายในปี 1996 โดยออลมิวสิกได้กล่าวไว้ว่า "ณ เวลานี้พวกเขาคือซูเปอร์สตาร์ในยุโรป คำถามหลักๆไม่ใช่ต้องมุ่งประเด็นที่ทำอย่างไรถึงมีซิงเกิลยอดนิยม แต่ควรถามว่ามีซิงเกิลขึ้นสู่อันดับหนึ่งเท่าไหร่"

ประวัติ[แก้]

การรวมตัว[แก้]

ในปี 1990 มาร์ติน-สมิธ (Martin-Smith) ได้รวมกลุ่มเด็กหนุ่ม 5 คน คือ แกรี บาร์โลว์ อายุ 19 ปี จาก Cheshire ซึ่งได้ทำงานร้องเพลงและเล่นออร์แกนอยู่, โฮเวิร์ด โดนัลด์ อายุ 21 ปี นักเพนท์สีรถ ซึ่งเขาก็รับงานดีเจ แดนเซอร์ และ เป็นโมเดลอยู่, เจสัน ออเรนจ์ นักวาดรูปและนักตกแต่ง เจสันในขณะนั้นก็รับงานเป็นแดนเซอร์ในรายการโทรทัศน์ที่ชื่อว่า "The Hitman and Her", มาร์ก โอเวน อายุ 18 ปี นายแบบเด็กที่มีชื่อเสียง และ ร็อบบี้ วิลเลียมส์ อายุ 16 ปี

ความสำเร็จ[แก้]

ซิงเกิ้ลแรกที่ประสบความสำเร็จของพวกเขาคือ "It Only Takes A Minute" เป็นเพลงคัฟเวอร์ของวงยุค'70 ชื่อ Tavares ขึ้นชาร์ทในอังกฤษสูงสุดอันดับ 7 [2]หลังจากนั้นก็ตามมาด้วยเพลงฮิตอย่าง "A Million Love Songs" เป็นเพลงช้าที่แต่งโดย แกรี และตามมาด้วยเพลง "I Found Heaven" ทั้ง 2 เพลงเข้าสู่ Top 20 ในอังกฤษ จากนั้นก็ปล่อยเพลง "Could It Be Magic" เพลงดิสโก้สุดฮิต เพลงเก่าของ แบรรี แมนิโลว์ และ ดอนน่า ซัมเมอร์ ไต่ชาร์ทไปถึงอันดับ 3[3] หลังจากนั้นพวกเขาก็ได้ออกอัลบั้มแรก "Take That and Party" ในปี 1992

ปี 1993 อัลบั้ม "Everything Changes" โดยเพลงส่วนใหญ่จะแต่งโดยแกรี มีเพลงอันดับ 1 ถึง 4 เพลง (คือเพลง Pray, Relight My Fire, Babe และ Everything Changes) และตัวอัลบั้มก็ขึ้นอันดับ 1 เช่นกัน ซิงเกิ้ลที่ 5 คือ "Love Ain't Here Anymore" หยุดอยู่ที่อันดับ 3[4]

ปี 1995 "Nobody Else" ปล่อยซิงเกิ้ลแรกคือ "Sure" และซิงเกิ้ลที่ 2 คือ "Back For Good" ซึ่งเพลงนี้ถือเป็นเพลงฮิตเพลงเดียวในอเมริกาของเทค แดท

การจากไปของ ร็อบบี้ วิลเลียมส์[แก้]

เริ่มต้นจาก กรกฎาคม 1995 เมื่อร็อบบี้ต้องการที่จะเปลี่ยนภาพลักษณ์ของตัวเองที่ดูสดใส และเริ่มคบหา สังสรรค์กับวงโอเอซิส เป็นสาเหตุของข้อขัดแย้ง ทำให้ร็อบบี้ต้องออกจากวงไปในที่สุด แต่ เทค แดท ก็ยังคงโปรโมท เพลงซิงเกิ้ลถัดมา "Never Forget" (รีมิกซ์โดย จิม สไตน์แมน)

วงแตก[แก้]

13 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1996 เทค แดท ประกาศยุบวง โดยออกอัลบั้มรวมเพลง "Take That: Greatest Hits" ซึ่งมีเพลง "How Deep Is Your Love" (เพลงเก่าของบีจีส์) เป็นซิงเกิ้ลลาของวง

แยกย้ายกันไป[แก้]

แกรี บาร์โลว์ 
ออกอัลบั้มเดี่ยวในปี 1997 กับอัลบั้ม Open Road มีเพลงฮิตอันดับ 1 ในอังกฤษ 2 เพลงคือ Forever Love และ Love Won´t Wait ส่วนอัลบั้มที่ 2 Twelve Months, Eleven Days ไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร จากนั้น แกรี ก็ออกมาเปิดสตูดิโอของตัวเอง แต่งเพลงและโปรดิวซ์เพลงให้ศิลปิน เช่น ดอนนี ออสมอนด์, บลู และ เดลตา กู๊ดเรม เป็นต้น
ร็อบบี้ วิลเลียมส์ 
ออกซิงเกิ้ลแรก Freedom เพลงเก่าของ จอร์จ ไมเคิล โดยในอัลบั้มแรกของเขา เพลงที่ดังที่สุดคือเพลง "Angels" ร็อบบี้ ประสบความสำเร็จในการออกอัลบั้ม โดยได้ออกผลงานอย่าง I've Been Expecting You, Sing When You're Winning และEscapology เป็นต้น ซึ่งทุกๆอัลบั้มของร็อบบี้ จะต้องมีเพลงอันดับ 1 ในอังกฤษอย่างน้อย 1 เพลง จนกระทั่งมาหยุดอยู่ที่อัลบั้มล่าสุด Rudebox อัลบั้มของร็อบบี้สามารถทำยอดขายได้มากกว่า 15.5 ล้านชุดในอังกฤษ และ 48 ล้านชุดทั่วโลก ทำให้ร็อบบี้เป็นศิลปินชายจากอังกฤษที่มียอดขายอัลบั้มมากที่สุด
มาร์ก โอเวน 
ออกอัลบั้มเดี่ยวทั้งหมด 3 อัลบั้ม คือ Green Man, In Your Own Time และ How the Mighty Fall และในปี 2002 มาร์กเป็นผู้ชนะเลิศในรายการพิเศษของบิ๊ก บราเธอร์ในอังกฤษ ชื่อ "Celebrity Big Brother" [5]
โฮเวิร์ด โดนัลด์ 
ได้บันทึกเสียงซิงเกิ้ลไว้ แต่ไม่ได้ออกวางขาย เขาได้หันไปเป็นดีเจ โดยเล่นในคลับในอังกฤษและเยอรมนี
เจสัน ออเรนจ์ 
ได้รับบทแสดงโดยเล่นเป็น Brent Moyer ใน Lynda La Plante's Killer Net ออกอากาศช่อง UK Channel 4 และเขาได้แสดงใน King's Head Theatre ในลอนดอน

การรวมตัวอีกครั้ง[แก้]

เทค แดท ยังติดสัญญาที่จะต้องออกอัลบั้มอีก 1 อัลบั้ม ถ้าไม่ออกอัลบั้มจะถูกฟ้องร้องจากทางค่ายเพลง ซึ่งเป็นที่มาที่จะต้องออกอัลบั้มรวมเพลงชุดที่ 2 และ การโปรโมทอัลบั้มที่เป็นเงื่อนไขตามมา โฮเวิร์ดและเจสัน ตกลงเงื่อนไขทันที ตามมาด้วย มาร์กและแกรี โดยมาร์กได้เข้าไปหาร็อบบี้เพื่อเจรจาเรื่องนี้ โดยทุกคนคิดว่าร็อบบี้คงไม่ตกลง แต่ร็อบบี้ก็ได้สร้างความประหลาดใจ เมื่อเขาตกลงที่จะปรากฏตัวในฟิล์มโฆษณา แต่ต้องไม่พร้อมกับวง

16 พฤศจิกายน 2005 สมาชิก 4 คนของเทค แดท กลับมาอีกครั้งนึงในรายการทางช่อง ITV1 พูดคุยถึงการหายไปใน 10 ปีที่ผ่านมา ทั้ง 4 คนได้บันทึกสารคดี โดยนี่เป็นการทำให้คิดถึงการรวมตัวกันใหม่ และถูกย้ำให้ชัดเจนขึ้นในการเป็นผู้เข้าชิงในรายการ Rose d'Or award ที่มีผู้ชมกว่า 7 ล้านคน

ภาพโปสเตอร์อัลบั้ม Beautiful World

25 พฤศจิกายน 2005 มีการแถลงข่าวว่า เทค แดท (4 คน) จะออกทัวร์คอนเสิร์ตในปี 2006 โดยใช้ชื่อว่า "The Ultimate Tour 2006" เริ่มต้นตั้งแต่เดือนเมษายนถึงมิถุนายน 2006 ซึ่งมีแขกรับเชิญอย่าง เบเวอร์ลีย์ ไนท์, ลูลู และ พุซซี่แคท ดอลส์ ที่มาร่วมโชว์ในดับลิน รวมไปถึง ชูกาเบบส์ นอกจากนี้ ร็อบบี้ ยังได้ร่วมโชว์ในเพลง "Could it be Magic" โดยผ่านการบันทึกภาพในระบบฮอโลแกรมด้วย[6]

อัลบั้มรวมเพลงชุดที่ 2 "Never Forget - The Ultimate Collection" พร้อมกับเพลงที่ไม่เคยออกมาก่อนอย่าง "Today I've Lost You"

อัลบั้ม Beautiful World[แก้]

9 พฤษภาคม 2006 เทค แดท กลับมาอีกครั้งโดยเซ็นสัญญากับ Polydor Records ด้วยเงิน 3 ล้านปอนด์ "Patience" ซิงเกิ้ลแรกจากอัลบั้มนี้ ขึ้นอันดับ 1 เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2006 ทำให้เป็นเพลงอันดับ 1 เพลงที่ 9 ของวง อัลบั้ม Beautiful World ขายได้ 1.6 ล้านชุด

14 กุมภาพันธ์ 2007 เทค แดทได้ร่วมแสดงในงานบริท อวอร์ดส โดยเพลง Patience ชนะในสาขา British Single [7]

4 มีนาคม 2007 เพลง "Shine" ซิงเกิ้ลที่ 2 จากอัลบั้มนี้ขึ้นอันดับ 1 ในอังกฤษ ซึ่งถือเป็นเพลงอันดับ 1 เพลงที่ 10 ของวง แซงหน้าวงสไปซ์ เกิร์ลส‎ และ แอบบ้า (ขึ้นอันดับ 1 ทั้งหมด 9 เพลง)

หลังจากเทค แดทได้ทัวร์เสร็จ ทางวงได้ทำการเซ็นสัญญากับ พาราเมาท์ พิกเจอร์ส เพื่อแต่งเพลง Rule The World เพลงสำหรับภาพยนตร์เรื่อง "Stardust" นำแสดงโดย ชาร์ลี คอกซ์ แคลร์ เดนส์ โรเบิร์ต เดอนิโร และ เซียนนา มิลเลอร์ กำกับโดย แมทธิว วอห์น ถือเป็นเพลงประกอบภาพยนตร์เพลงแรกของเทค แดท

ผลงาน[แก้]

สตูดิโออัลบั้ม[แก้]

อัลบั้มรวมเพลง[แก้]

ล่าสุด take that ได้ออกผลงานเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่อง x-men frist class ชื่อเพลง love love ด้วย (2011)

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

อ้างอิง[แก้]