เชียงใหม่เมืองสร้างสรรค์
| บทความนี้ไม่มีการอ้างอิงจากเอกสารอ้างอิงหรือแหล่งข้อมูล โปรดช่วยพัฒนาบทความนี้โดยเพิ่มแหล่งข้อมูลน่าเชื่อถือ เนื้อหาที่ไม่มีการอ้างอิงอาจถูกคัดค้านหรือนำออก |
| เชียงใหม่เมืองสร้างสรรค์ | |
|---|---|
| ประเภท | องค์กรไม่แสวงหาผลกำไร |
| ก่อตั้งเมื่อ | พ.ศ. 2553 |
| สำนักงานใหญ่ | เชียงใหม่ ประเทศไทย |
| พื้นที่ที่ให้บริการ | จังหวัดเชียงใหม่ |
| บุคลากรหลัก | ผศ. ณัฐ วรยศ (ประธาน) มาร์ติน เวนซกี-สตัลลิง (ที่ปรึกษา) ธัญญานุภาพ อานันทนะ(เลขานุการ) |
| อุตสาหกรรม | ดิจิตอลไอที, การพัฒนาซอฟต์แวร์การออกแบบ, งานฝีมือ, อุตสาหกรรมความคิดสร้างสรรค์ |
| บริการ | ข้อมูลนักลงทุน, ข้อมูลด้านการพัฒนาท้องถิ่น |
| เว็บไซต์ | www.creativechiangmai.com |
เชียงใหม่เมืองสร้างสรรค์ (อังกฤษ: Chiang Mai Creative City) เป็นการริเริ่มเพื่อพัฒนาจังหวัดเชียงใหม่ให้เป็นเมืองสร้างสรรค์[1] ซึ่งหมายถึง เมืองที่ซึ่งวัฒนธรรมและกิจกรรมสร้างสรรค์ผสมผสานเข้าด้วยกันเป็นส่วนหนึ่งของเศรษฐกิจและสังคมของเมืองนั้น[2] สำหรับที่ผ่านมา เมืองอื่นซึ่งเคยนำนโยบายดังกล่าวไปปฏิบัติได้แสดงให้เห็นแล้วว่าเมืองเหล่านั้นประสบความสำเร็จมากกว่า (ในการบรรลุเป้าหมายด้านการพัฒนา) เมืองที่ไม่ได้นำยุทธศาสตร์ดังกล่าวไปใช้[3]
การริเริ่มครอบคลุมไม่เพียงเฉพาะกลุ่มธุรกิจสร้างสรรค์เท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงการพัฒนาเมือง การศึกษา การวิจัยและพัฒนา และนวัตกรรม ตลอดจนการร่วมมือ ผู้มีส่วนร่วมบางส่วนได้เน้นความสำคัญในภาคไอที ซอฟต์แวร์ และส่วนดิจิตอล เนื่องจากเป็นส่วนที่มีการเติบโตอย่างสำคัญ และเป็นตัวเปิดทางให้แก่ภาคอื่น ยิ่งไปกว่านั้น ภาคไอทีนี้ยังมีศักยภาพสูงในการก่อให้เกิดการถ่ายทอดเทคโนโลยี สร้างมูลค่าเพิ่ม และดึงดูดการลงทุนเพิ่มเติม
สำหรับภาคสำคัญที่มีอยู่แล้ว อย่างเช่น การท่องเที่ยว (เช่น การท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม และการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์) หัตถกรรม (เครื่องประดับ เครื่องเงิน เซลาดอน เครื่องปั้นดินเผา และสิ่งทอ) อาหาร อุตสาหกรรมการเกษตร และการสาธารณสุข ยังเป็นหนึ่งในเป้าหมาย และสามารถยกระดับขึ้นโดยใช้การออกแบบ กระบวนการ ไอที นวัตกรรมบนเทคโนโลยี และการคิดสร้างสรรค์ได้
เนื้อหา |
เบื้องหลัง [แก้]
คณะกรรมการพัฒนาเชียงใหม่เมืองสร้างสรรค์ได้รับการจัดตั้งขึ้นโดยผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ และประกอบด้วยสมาชิกจากภาคการศึกษา เอกชน และรัฐบาล โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ อธิการบดีมหาวิทยาลัยพายัพ อธิการบดีมหาวิทยาลัยนอร์ทเชียงใหม่ และกงสุลใหญ่สหรัฐเป็นที่ปรึกษา
คณะกรรมการพัฒนาจัดกิจกรรมขึ้นมาหลายอย่าง เช่น การแข่งขันออกแบบโลโก้และเว็บไซต์ และการสัมมนาเกี่ยวกับวิธีการพัฒนาไปสู่เมืองสร้างสรรค์ โดยมีนักพูดรับเชิญจากออสติน รัฐเทกซัส[4] หนึ่งในกิจกรรมในอนาคต ได้แก่ การเชิญนักพูดจากยูเนสโกมาอภิปรายเกี่ยวกับวิธีการที่เชียงใหม่จะได้รับการรับรองให้เป็นเมืองสร้างสรรค์โดยยูเนสโก
วัตถุประสงค์ของคณะกรรมการพัฒนาคือการพัฒนาแผนกลยุทธ์และยุทธศาสตร์สำหรับเชียงใหม่เมืองสร้างสรรค์ ร่วมมือและแบ่งปันข้อมูลให้แก่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ร่วมมือและดูแลโครงการต่าง ๆ จัดและปฏิบัติกิจกรรมและโครงการต่าง ๆ ตลอดจนจัดตั้งคณะทำงานที่จำเป็น
วิสัยทัศน์ [แก้]
กรอบเวลาของเชียงใหม่เมืองสร้างสรรค์เป็นกรอบระยะยาว (15-20 ปี) สำหรับในระยะกลาง วิสัยทัศน์และวัตถุประสงค์ควรจะเข้ากับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับต่อไป (พ.ศ. 2555-2559) ซึ่งจะเน้นให้ความสำคัญไปยังความคิดสร้างสรรค์ เศรษฐกิจสร้างสรรค์ ความรู้และนวัตกรรม อุตสาหกรรมสร้างสรรค์คิดเป็น 13% ของจีดีพีรวม (พ.ศ. 2552) และรัฐบาลตั้งเป้าว่าจะเพิ่มสัดส่วนของอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ให้เป็นอย่างน้อย 20% ของจีดีพีรวม[5]
อ้างอิง [แก้]
- ^ http://www.chiangmainews.com/ecmn/viewfa.php?id=3065
- ^ Charles Landry "Creative City": http://www.charleslandry.com/index.php?l=creative
- ^ http://urbact.eu/
- ^ Chiang Mai Mail Coverage of the Seminar: http://www.chiangmai-mail.com/394/news.shtml#hd5
- ^ Thailand's National Strategy on Creative Economy: http://thailand.prd.go.th/view_inside.php?id=5403