เจ้าหญิงพังจา มกุฎราชกุมารีแห่งเกาหลี

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางมาจาก เจ้าหญิงบังจา)
เจ้าหญิงพังจา มกุฎราชกุมารีแห่งเกาหลี
Nashimoto-no-miya Masako 1918.jpg
ข้อมูล
วันประสูติ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2444
โตเคฟุ โตเกียว ญี่ปุ่น
วันสิ้นพระชนม์ 30 เมษายน พ.ศ. 2532 (87 ปี)
พระราชวังชางด๊อก โซล เกาหลีใต้
พระอิสริยยศ มกุฎราชกุมารีอุยมินแห่งเกาหลี
พระบิดา เจ้าชายโมริมะซะแห่งนะชิโมะโตะ
พระมารดา เจ้าหญิงอิสึโกะแห่งนะชิโมะโตะ
พระสวามี เจ้าชายอุยมิน มกุฎราชกุมารแห่งเกาหลี
(พ.ศ. 2463 - 2513)
พระบุตร เจ้าชายจินแห่งเกาหลี
เจ้าชายโฮอุนแห่งเกาหลี
ราชวงศ์ ราชวงศ์โคชิสึ
(ตามการประสูติ)
ราชวงศ์โชซอน
(ตามการเสกสมรส)

เจ้าหญิงพังจา มกุฎราชกุมารีแห่งเกาหลี (ฮันกึล : 이방자, ฮันจา : 李方子, ญี่ปุ่น : イ・パンジャ — ริ มะซะโกะ) มีพระนามแต่แรกประสูติว่า เจ้าหญิงมะซะโกะแห่งนะชิโมะโตะ (ญี่ปุ่น : 梨本宮方子 — นะชิโมะโตะโนะมิยะมะซะโกะ, ประสูติ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2444 — สิ้นพระชนม์ 30 เมษายน พ.ศ. 2532) พระชายาในเจ้าชายอุยมิน มกุฎราชกุมารแห่งเกาหลี ราชวงศ์โชซอนแห่งเกาหลี [1] ทั้ง 2 พระองค์จะเป็นพระจักรพรรดิและพระจักรพรรดินีแห่งราชสำนักเกาหลี หากไม่เกิดการล้มล้างการปกครอง จากสนธิสัญญาการยึดครองของญี่ปุ่น-เกาหลี ในปี พ.ศ. 2453

เนื้อหา

พระประสูติกาล [แก้]

เจ้าหญิงมะซะโกะแห่งนะชิโมะโตะ หรือ เจ้าหญิงพังจา ในภาษาเกาหลี ประสูติเมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2444 เป็นพระธิดาพระองค์แรกในเจ้าชายโมริมะซะแห่งนะชิโมะโตะ ซึ่งเป็นพระโอรสในเจ้าชายอะซะฮิโกะแห่งคุนิ ประสูติแต่เจ้าหญิงอิสึโกะแห่งนะชิโมะโตะ (อิสึโกะ นะเบะชิมะ) ซึ่งเป็นธิดาของนะโอะฮิโตะ นะเบะชิมะ เจ้าหญิงมะซะโกะเป็นพระญาติและพระสหายที่เติบโตพร้อมกันกับสมเด็จพระจักรพรรดินีนะงะโกะแห่งญี่ปุ่น พระมเหสีของสมเด็จพระจักรพรรดิฮิโรฮิโตะ (ซึ่งเป็นพระราชมารดาของสมเด็จพระจักรพรรดิอะกิฮิโตะ) และเจ้าหญิงโยชิโกะ พระชายาในเจ้าชายกอนแห่งเกาหลี (Prince Yi Geon) และพระมารดาของพระองค์เป็นพระญาติชั้นที่ 1 ของเจ้าหญิงเซะสึโกะแห่งชิชิบุ พระชายาของเจ้าชายยะซุฮิโตะแห่งชิชิบุ โดยเจ้าหญิงมะซะโกะแห่งนะชิโมะโตะ เป็นเจ้าหญิงที่เพียบพร้อม และเหมาะแก่การเป็นคู่สมรสกับมกุฎราชกุมารแห่งญี่ปุ่นพระองค์หนึ่ง

เจ้าหญิงมะซะโกะแห่งนะชิโมะโตะ มีพระขนิษฐา และพระอนุชา ได้แก่

เจ้าชายอุยมิน และเจ้าหญิงพังจา

อภิเษกสมรส [แก้]

เจ้าหญิงมะซะโกะแห่งนะชิโมะโตะ ถือเป็นผู้ที่เหมาะสมแก่การสมรสกับมกุฎราชกุมารแห่งญี่ปุ่น ซึ่งจะเป็นสมเด็จพระจักรพรรดิฮิโระฮิโตะแห่งญี่ปุ่น โดยอันดับที่สองคือเจ้าหญิงนะงะโกะแห่งคุนิ (ซึ่งต่อมาได้เป็นสมเด็จพระจักรพรรดินีโคจุง) และอันดับต่อมาคือโทะคิโกะ อิชิโจ แต่ด้วยความไม่พร้อม การเอนเอียง และห่างไกลเหตุผล เจ้าหญิงมะซะโกะจึงไม่ได้อภิเษกสมรสกับมกุฎราชกุมารแห่งญี่ปุ่น อย่างไรก็ตามเจ้าหญิงมะซะโกะก็ได้อภิเษกสมรสกับมกุฎราชกุมารอุยมินแห่งเกาหลีแทน ซึ่งทางการญี่ปุ่นนำตัวมาศึกษาที่ญี่ปุ่นในปี ค.ศ. 1916 โดยเจ้าหญิงมะซะโกะ และมกุฎราชกุมารอุยมินแห่งเกาหลี ได้อภิเษกสมรสกันเมื่อวันที่ 28 เมษายน ค.ศ. 1920 ณ พระราชวังลี ในกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เมื่อเจ้าหญิงมะซะโกะทรงสำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนกะคุชูอินแผนกหญิง เจ้าหญิงมะซะโกะ จึงได้รับการสถาปนาเป็น เจ้าหญิงพังจา พระวรชายาในมกุฎราชกุมารอุยมินแห่งเกาหลี เจ้าหญิงพังจาได้ให้การประสูติกาลเจ้าชายองค์แรกคือ เจ้าชายจิน เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม ค.ศ. 1921 แต่ภายหลังเจ้าชายจินได้ถูกลอบปลงพระชนม์เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม ค.ศ. 1922 ขณะที่มกุฎราชกุมารอุยมิน และเจ้าหญิงพังจาประทับในเกาหลี

ในวันที่ 24 เมษายน ค.ศ. 1926 สมเด็จพระจักรพรรดิซุนจงแห่งจักรวรรดิเกาหลีพระเชษฐาของพระสวามีได้เสด็จสวรรคตมกุฎราชกุมารีพังจา จึงได้ดำรงตำแหน่ง พระราชินีลี เนื่องจากสนธิสัญญาการผนวกดินแดนเกาหลี-ญี่ปุ่น (Japan-Korea Annexation Treaty) ให้ลดอำนาจจักรพรรดิ-กษัตริย์ที่เปรียบเสมือนเสาหลักการปกครองของเกาหลี ทำให้มกุฎราชกุมารอุยมินจึงไม่ได้รับการแต่งตั้งเป็นจักรพรรดิ หรือกษัตริย์แห่งเกาหลีอย่างเป็นทางการ เพราะฉะนั้นเจ้าหญิงพังจา จึงยังดำรงพระอิสริยยศเป็น เจ้าหญิงพังจา พระวรชายาในมกุฎราชกุมารอุยมินแห่งเกาหลี เช่นเดิม โดยเจ้าหญิงพังจา ได้ให้พระประสูติกาลเจ้าชายองค์ที่สอง คือ เจ้าชายกู เมื่อวันที่ 29 ธันวาคม ค.ศ. 1931

ชีวิตของมกุฎราชกุมารีองค์สุดท้ายแห่งเกาหลี [แก้]

หลังสงครามโลกครั้งที่สองเจ้าหญิงพังจา ตำแหน่งขุนนางต่างๆ รวมถึงอำนาจของพระราชวงศ์ถูกล้มเลิกโดยการยึดครองของสหรัฐอเมริกา การปกครองของเกาหลี จึงเปลี่ยนแปลงไป โดยเกาหลีเหนือมีการปกครองแบบคอมมิวนิสต์ ส่วนเกาหลีใต้ที่พระองค์ประทับอยู่ ได้เปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นแบบสาธารณรัฐ ในสมัยของรัฐบาลนายลี ซิงมัน มกุฎราชกุมารอุยมินได้เสด็จออกจากเกาหลี โดยใช้ชีวิตอย่างยากลำบากในญี่ปุ่นแทน ต่อมาในเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 1963 เจ้าหญิงพังจาได้เสด็จกลับเกาหลีตามคำเชื้อเชิญของนายปาร์ก จุงฮี ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ โดยพระองค์ทรงประทับในพระราชวังชางด๊อกกุง ในกรุงโซล[2] แต่ในเวลาเดียวกันนั้นมกุฎราชกุมารอุยมินได้หมดสติ เนื่องจากพระอาการเส้นพระโลหิตอุดตัน และสิ้นพระชนม์ลงในโรงพยาบาลโซลซุงโม (Seoul Sungmo Hospital)

หลังจากนั้นเจ้าหญิงพังจาได้พยายามศึกษาเกี่ยวกับอาการสมองพิการ และบุคคลทุพพลภาพ พระนางได้กลับมาเป็นประธานคณะกรรมการ รวมไปถึง คณะกรรมการเพื่อระลึกถึงมกุฎราชกุมารอุยมิน (Commemorative Committee of Crown Prince Euimin) และมยองฮวี-วอน (Myeonghwi-won) เพื่อช่วยเหลือผู้พิการที่ทุกข์ทรมานเกี่ยวกับโรคโปลิโอ และพระองค์ยังได้สร้างโรงเรียนจาฮเย (Jahye School) และโรงเรียนมยองฮเย (Myeonghye School) ซึ่งองค์กรสมาคมของพระองค์ได้ให้การช่วยเหลือผู้พิการมาโดยตลอด ด้วยความดีนี้เองเจ้าหญิงพังจาจึงได้รับการเคารพเป็น "พระแม่แห่งผู้ทุพพลภาพ" แต่อย่างไรก็ตามเจ้าหญิงพังจาก็ยังระลึกถึงเหตุการณ์การต่อต้านญี่ปุ่นในเกาหลี และเจ้าหญิงพังจาเป็นชาวญี่ปุ่นที่ชาวเกาหลีได้ให้การเคารพอย่างกว้างขวาง[3][4]

ภายหลังการสิ้นพระชนม์ของเจ้าหญิงพังจาในปี ค.ศ. 1989 ราชตระกูลนะชิโมะโตะได้เข้ามาแสดงความเคารพเจ้าหญิงพังจาที่กรุงโซลในเดือนตุลาคม ค.ศ. 2001 โดยตระกูลนะชิโมะโตะมีการจัดตั้งกองทุนการกุศลให้การช่วยเหลือชาวเกาหลีมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งการตรวจร่างกาย เฉกเช่นเมื่อสมัยที่เจ้าหญิงพังจาได้กระทำขณะเจ้าหญิงยังมีพระชนม์อยู่[5]

พระราชโอรส [แก้]

สิ้นพระชนม์ [แก้]

เจ้าหญิงสิ้นพระชนม์ด้วยโรคมะเร็ง เมื่อวันที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2532 ณ ตำหนักนักซอน พระราชวังชางด๊อกกุง กรุงโซล สิริรวมพระชนมายุได้ 87 พรรษา งานพระบรมศพของพระองค์ได้จัดเป็นงานกึ่งพระราชพิธี โดยมีเจ้าชายทะกะฮิโตะแห่งมิกะซะ และเจ้าหญิงยุริโกะแห่งมิกะซะ พระญาติจากญี่ปุ่นเข้าร่วมงานพิธี โดยพระศพของพระองค์ได้ถูกฝังเคียงข้างพระศพพระสวามีคือมกุฎราชกุมารอุยมินที่สุสานหลวงราชวงศ์โชซอนใกล้กรุงโซล

มีหนังสืออัตชีวประวัติของพระองค์ คือหนังสือ The World is One: Princess Yi Pangja's Autobiography ซึ่งปัจจุบันไม่มีขายแล้ว โดยเนื้อหาในหนังสือจะมีรายละเอียดปลีกย่อยของพระองค์รวมอยู่ด้วย

สู่บทละคร [แก้]

ด้วยประวัติอันดีงามของพระองค์ พระประวัติของพระองค์จึงเข้าสู่บทละครเกาหลี เรื่อง Unfortunate Mrs. Lee Bang Ja (비운의 이방자 여사) ซึ่งเป็นเรื่องราวของชีวิตของนางงามคนสุดท้ายของเกาหลีลีพังจา เธอเป็นภรรยาของกษัตริย์คนสุดท้ายลีอึน ลีพังจาเกิดที่ญี่ปุ่นและแต่งงานกับลีอึนที่ญี่ปุ่น พวกเขาทั้งสองได้ย้ายกลับมาที่เกาหลีเมื่อปี พ.ศ. 2505 หลังจากที่ลีพังจาได้เป็นคนที่ยอมทำงานเพื่อสังคม โดยเฉพาะงานเพื่อเด็กพิการจนเธอได้เสียชีวิตไปในปี พ.ศ. 2532 นำแสดงโดยคิม ฮีเอ บทละครเรื่องนี้เขียนโดยจูง ฮายุนที่เป็นคนเขียนเรื่อง “Empress Myung Sung” และ “Shindon” ผลิตโดยบริษัท Samhwa Production (삼화프로덕션) ออกอากาศในช่อง SBS ในปี พ.ศ. 2550[6]

พระอิสริยยศ [แก้]

เจ้าหญิงพังจา มกุฎราชกุมารีแห่งเกาหลี
อักษรฮันกึล: 이방자
อักษรฮันจา: 李方子
McCune-Reischauer: Yi Pangja
พระนามสากล: I Bangja
พระนามญี่ปุ่น
คันจิ: 梨本宮方子
สากล: Nashimotonomiya Masako
  • เจ้าหญิงมะซะโกะแห่งนะชิโมะโตะ (พ.ศ. 2444 - 2463)
  • เจ้าหญิงพังจา มกุฎราชกุมารีแห่งเกาหลี (พ.ศ. 2463 - 2532)

พระราชตระกูล [แก้]

อ้างอิง [แก้]

  1. (เกาหลี)김희애 조선 마지막 황태자비 이방자 역 캐스팅
  2. Naver dictionary http://100.naver.com/100.nhn?docid=126171
  3. Interview with principal of Jahye school in South Korea(우리 모두는 남이 아닌 한 이웃)
  4. ได้รับการยืนยันจากนักศึกษาของพระองค์ โดยเจ้าหญิงพังจาได้ให้ความห่วงใยแก่บุคลากร สัตว์ หรือแม้แต่เครื่องจักร อ้างจาก "이방자 여사는 장애인을 이끌어준 등불" (Princess Lee, the Lighthouse for the physically challenged) , Yonhap News
  5. (เกาหลี)영친왕비 이방자 여사 종친 방한
  6. Unfortunate Mrs. Lee Bang Ja
สมัยก่อนหน้า เจ้าหญิงพังจา มกุฎราชกุมารีแห่งเกาหลี สมัยถัดไป
สมเด็จพระจักรพรรดินีซุนจอง 2leftarrow.png Coat of arms of Joseon Korea.gif
สมเด็จพระจักรพรรดินีแห่งเกาหลี
(ผู้อ้างสิทธิในราชบัลลังก์)

(24 เมษายน พ.ศ. 2469 - 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2513)
2rightarrow.png จูลิยา มุลล็อก