อิวอร์ พาวล์
| ข้อมูลส่วนตัว | ||
|---|---|---|
| ชื่อเต็ม | อิวอร์ เวอร์ดัน พาวล์ | |
| วันเกิด | 5 กรกฎาคม ค.ศ. 1916 (96 ปี) | |
| สถานที่เกิด | เวลส์ | |
| ตำแหน่ง | ฮาล์ฟ | |
| สโมสรอาชีพ* | ||
| ปี | สโมสร | ลงเล่น (ประตู) |
| 1938-1948 1948-1951 1951 1951-1952 1952-1954 |
ควีนส์ปาร์ค เรนเจอร์ส แอสตัน วิลล่า พอร์ท เวล แบร์รี่ ทาวน์ แบร็ดฟอร์ด ซิตี้ |
110 (2) 79 (5) 6 (0) 83 (9) |
| ทีมชาติ | ||
| เวลส์ | 14 (0) | |
| บริหารทีม | ||
| 1951 1952-1955 1960-1963 1964-? |
พอร์ท เวล แบร็ดฟอร์ด ซิตี้ คาร์ไลส์ ยูไนเต็ด บาธ ซิตี้ ทีม บาธ เอฟซี |
|
|
* นัดที่ลงเล่นและประตูที่ยิงให้ทีมสโมสร |
||
อิวอร์ เวอร์ดัน พาวล์ เอ็มบีอี เป็นอดีตนักฟุตบอลทีมชาติเวลส์ซึ่งลงสนามให้ทีมชาติทั้งหมด 14นัด และภายหลังได้ทำหน้าที่ผู้จัดการทีมฟุตบอลให้หลายสโมสร
พาวล์ได้รับเลือกให้อยู่ในหอเกียรติยศของนักกีฬาชาวเวลส์ในปี 2004 ร่วมกับเทอร์รี่ กริฟฟิทธ์ นักสนุ๊กเกอร์ และโทนี่ ลูอิส นักคริกเก็ตชื่อดัง นอกจากนี้เขายังได้รับการบันทึกไว้ในกินเนสส์บุ๊กว่าเป็นผู้ที่มีอายุมากที่สุดที่ทำงานเป็นโค้ชฟุตบอลที่อายุ 90ปี โดยเขาทำงานเกี่ยวกับฟุตบอลมากว่า55ปีทีเดียว
เส้นทางค้าแข้ง [แก้]
อิวอร์ พาวล์เข้าร่วมทีมควีนส์ปาร์ค เรนเจอร์สเมื่อตอนอายุ17ปี และเขาลงสนามในลีกให้ทีมมากถึง110นัด ก่อนจะย้ายทีมด้วยค่าตัว 17,500 ปอนด์ ไปสู่ทีมแอสตัน วิลล่า และลงสนาม 79นัดให้วิลล่า จากนั้นเขาก็ได้รับหน้าที่เป็นผู้เล่น-ผู้จัดการทีมให้สโมสรพอร์ท เวล
การคุมทีมฟุตบอล [แก้]
พาวล์เริ่มต้นคุมทีมฟุตบอลครั้งแรกในปี 1951 เมื่อตัดสินใจรับตำแหน่งผู้เล่นผู้จัดการทีมพอร์ท เวล หลังจากที่ลงสนามให้ทีมไป6นัด หลังจากนั้นเขาย้ายไปแบร์รี่ ทาวน์ ก่อนจะได้เป็นผู้จัดการคนใหม่ของแบร็ดฟอร์ด ซิตี้ทีมในดิวิชั่น3 ในเวลาต่อมาเมื่อรับตำแหน่งผู้เล่น-ผู้จัดการทีมอีกครั้งในฤดูกาล 1952-1953
ฤดูกาลแรกของเขากับทีมไม่ค่อยสวยงามนักเมื่อจบฤดูกาลด้วยอันดับที่16 ในดิวิชั่น3(เหนือ) และฤดูกาลต่อมาจบด้วยอันดับที่5 และอยู่ห่างจากพื้นที่เลื่อนชั้น16แต้ม โดยฤดูกาลดังกล่าวในเกมส์พบเวิร์คคิงตัน เขาได้ยิงจุดโทษครั้งแรกในชีวิตแต่เขายิงพลาด
ฤดูกาล 1954-1955 เขาถูกหามออกจากสนามจากอาการเอ็นหัวเข่าฉีกในเกมส์พบเร็กซ์แฮม ซึ่งอาการบาดเจ็บนั้นทำให้เขาต้องแขวนสตั๊ดอย่างเลี่ยงไม่ได้ และเขาแยกทางจากแบร็ดฟอร์ด ในเดือนกุมภาพันธ์ 1955 หลังพาทีมแพ้ถึง7 นัดและชนะเพียง2นัดจาก19เกมส์โดยที่เขาไม่ได้ลงสนามให้ทีมจากอาการบาดเจ็บ
อิวอร์ พาวล์ กลายเป็นหนึ่งในสตาฟฟ์โค้ชของลีดส์ ยูไนเต็ด และยังเคยร่วมงานโค้ชกับทีมพีเอโอเค ซาโลนิก้าในกรีซมาแล้ว ก่อนเขาจะกลับมาคุมทีมอีกครั้งเมื่อรับงานคุมทีมคาร์ไลส์ ยูไนเต็ดในเดือน พฤษภาคม ปี 1960 และเขาพาสโมสรเลื่อนชั้นเป็นครั้งแรก เมื่อจบฤดูกาล1961-1962ด้วยอันดับที่4 ในดิวิชั่น4(เดิม) ต่อมาเขาต้องแยกทางจากสโมสรเมื่อทีมต้องดิ้นรนอย่างหนักในลีกและตกรอบเอฟเอคัพด้วยการแพ้ทีมจากนอกลีกอย่างกราฟเซนด์ แอนด์ นอร์ทฟลีต ต่อมาเขารับงานคุมทีมบาธ ซิตี้ ในปี 1964 และปัจจุบันเขาเป็นผู้ช่วยสตาฟฟ์โค้ชที่สโมสร ทีมบาธ เอฟซี (ทีมฟุตบอลมหาวิทยาลัยบาธ) ซึ่งเขาทำหน้าที่นี้มากว่า30ปีและควบตำแหน่งประธานสโมสรอีกด้วย
ในปี2004 เขาได้รับเลือเข้าสู่หอเกียรติยศของนักกีฬาชาวเวลส์ และในปี 2006 ในบทบาทผู้ช่วยโค้ชของสโมสรทีมบาธ เอฟซี ที่มหาวิทยาลัยบาธ เขาฉลองวันเกิดอายุครบ90ปีและได้รับการบันทึกในกินเนสส์บุ๊กว่าเป็นผู้ที่มีอายุมากที่สุดที่ทำงานเป็นโค้ชฟุตบอล
ปี 2008 อิวอร์ พาวล์ ในวัย91ปีได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้น MBE.(Member of the Order of the British Empire)
เรื่องราวอื่นๆ [แก้]
ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 อิวอร์ พาวล์ต้องทำงานเป็นครูฝึกให้ทหารอากาศอังกฤษ และเป็นที่เมืองแบล็คพูลที่เขาได้พบกับเพื่อนรักของเขาคือเซอร์ แสตนลี่ย์ แมทธิวส์ปีกพ่อมดแห่งทีมชาติอังกฤษ ซึ่งต่อมาเขากลายเป็นเพื่อนเจ้าบ่าวในงานแต่งงานของเซอร์ แสตนลี่ย์กับโจแอน บราเวลล์ ในปี 1943