อินเทอร์เน็ตเอกซ์พลอเรอร์
จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
อินเทอร์เน็ตเอกซ์พลอเรอร์ 7 บนวินโดวส์วิสตา |
|
| ผู้พัฒนา | ไมโครซอฟท์ |
|---|---|
| รุ่นเสถียร | Internet Explorer 8 / พ.ศ. 2552 |
| รุ่นทดลอง | 8.0.6001.18241 / 27 สิงหาคม 2551 |
| ระบบปฏิบัติการ | วินโดวส์ |
| ชนิด | เว็บเบราว์เซอร์ ไฟล์เบราว์เซอร์ |
| ลิขสิทธิ์ | Proprietary software |
| เว็บไซต์ | www.microsoft.com/IE |
วินโดวส์ อินเทอร์เน็ตเอกซ์พลอเรอร์ (อังกฤษ: Windows Internet Explorer) (ก่อนนี้เรียกว่า ไมโครซอฟท์ อินเทอร์เน็ตเอกซ์พลอเรอร์) โดยมีชื่อย่อว่า ไออี (IE) เป็นเว็บเบราว์เซอร์จากไมโครซอฟท์ สำหรับระบบปฏิบัติการวินโดวส์ และแมคโอเอส ปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งของระบบปฏิบัติการไมโครซอฟท์ วินโดวส์ อินเทอร์เน็ตเอกซ์พลอเรอร์เป็นเบราว์เซอร์ที่นิยมใช้มากที่สุดตั้งแต่ปี พ.ศ. 2542
โดยในเดือน ตุลาคม พ.ศ. 2548 ไออีได้ถูกรวมเป็นส่วนหนึ่งของชุดโปรแกรมระบบปฏิบัติการไมโครซอฟท์ วินโดวส์ ตั้งแต่รุ่น วินโดวส์ 95 OSR1 และรุ่นล่าสุดคือไออี 8 ซึ่งได้เปิดให้ดาวน์โหลดแล้ว ผ่านทางเว็บไซต์ของไมโครซอฟท์ แต่ปัจจุบันยังมีคนใช้ ไออี8 น้อยมาก
อย่างไรก็ตามปัจจุบันนี้รุ่นสำหรับแมคโอเอสนั้นได้หยุดการพัฒนาที่เวอร์ชัน 5.2.3 ในเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2546 หลังจากที่แอปเปิลได้ออกเว็บเบราว์เซอร์ซาฟารี
เนื้อหา |
[แก้] อินเทอร์เน็ตเอกซ์พลอเรอร์ 1
เอกซ์พลอเรอร์ 1 เปิดตัวครั้งแรกเมื่อวันที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2538 โดยมากับ ไมโครซอฟท์ พลัส ของระบบปฏิบัติการ วินโดวส์ 95 (Microsoft Plus for Windows 95) และไม่กี่เดือนหลังการเปิดตัว ก็มีการเปิดตัวเอกซ์พลอเรอร์ 1.5 โดยมาเพื่อระบบปฏิบัติการ วินโดวส์เอ็นที โดยมีการเปลี่ยนแปลงลักษณะการแสดงผลเล็กน้อย
[แก้] อินเทอร์เน็ตเอกซ์พลอเรอร์ 2
เอกซ์พลอเรอร์ 2 เปิดตัวครั้งแรกเมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2538 โดยแต่ในช่วงแรกออกแบบมาเพื่อ วินโดวส์ 3.1 แต่มักถูกใช้กับระบบปฏิบัติการ วินโดวส์ 95, วินโดวส์เอ็นที 3.5 และ วินโดวส์เอ็นที 4.0 (ในภาพ) เสียมากกว่า และนอกจากนี้ ไออี 2 สามารถใช้งานได้กับระบบปฏิบัติการ แมคโอเอส 7 และ 8
ไออี 1 และ 2 ไม่ได้รับความนิยมมากนัก ในช่วงก่อนจะมีไออี 3 โปรแกรมไออี ถูกใช้ไม่ถึงร้อยละ 15 ของโปรแกรมอินเทอร์เน็ตเบราว์เซอร์
[แก้] อินเทอร์เน็ตเอกซ์พลอเรอร์ 3
เอกซ์พลอเรอร์ 3 เปิดตัวครั้งแรกเมื่อวันที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2539 ได้รับความนิยมมากกว่ารุ่นก่อนอย่างค่อนข้างชัดเจน สัญลักษณ์ของไออี 3 เป็นรุ่นแรกที่ใช้สัญลักษณ์ e สีน้ำเงิน (ก่อนหน้านี้ใช้สัญลักษณ์ลูกโลก และอักษร Internet Explorer สีเขียว) แต่ทว่า ไม่นานหลังการเปิดตัว ได้มีการค้นพบโดยนักวิจัยและแฮกเกอร์ ว่าไออี 3 มีช่องโหว่ในด้านของความปลอดภัยด้านความเป็นส่วนตัวของข้อมูล
ไออี 3 ได้รับความนิยมมากกว่ารุ่นก่อนค่อนข้างมาก จนถึงช่วงท้ายๆ ก่อนที่ไออี 4 จะเปิดตัว ส่วนแบ่งการตลาดของไออีเพิ่มเกินร้อยละ 20 (จากไม่ถึงร้เอยละ 15)
[แก้] อินเทอร์เน็ตเอกซ์พลอเรอร์ 4
ไออี 4 เปิดตัวคั้งแรกในเดือนกันยายน พ.ศ. 2540 สามารถใช้ได้กับระบบปฏิบัติการ วินโดวส์ 95, วินโดวส์ 98, วินโดวส์ 3.1+, โซลาริส, แมคโอเอส 7.1+ และ เอชพี-ยูเอกซ์ ไออี 4 สร้างชื่อเสียงโด่งดังกว่ารุ่นก่อนมาก ก่อนที่ไออี 5 จะเปิดตัวในปี 2542 ส่วนแบ่งการตลาดของโปรแกรมไออี เพิ่มจาก 20 เป็น 60 เปอร์เซนต์
[แก้] อินเทอร์เน็ตเอกซ์พลอเรอร์ 5
ไออี 5 เปิดตัวในวันที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2542 จะแถมมากับระบบปฏิบัติการ วินโดวส์ 98, วินโดวส์ 2000 และ วินโดวส์มี สร้างชื่อเสียงโด่งดังรุ่งโรจน์ ในช่วงก่อนปี 2544 ส่วนแบ่งการตลาดของโปรแกรมไออี เพิ่มจาก 60 เป็นประมาณ 85 เปอร์เซนต์ และไออี 5 ปัจจุบันยังสามารถพอพบเห็นได้บ้างจนถึงปัจจุบันนี้ และในปัจจุบัน ถึงจะเปิดตัวมานานกว่า 10 ปี ยังมีการใช้โปรแกรมไออี 5 อยู่ประมาณร้อยละ 0.07
[แก้] อินเทอร์เน็ตเอกซ์พลอเรอร์ 6
ไออี 6 เปิดตัวในวันที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2544 จะมากับระบบปฏิบัติการ วินโดวส์เอกซ์พี และ วินโดวส์เซิร์ฟเวอร์ 2003 เป็นเวอร์ชันที่ได้รับความนิยมสูงสุด สร้างชื่อเสียงจนส่วนแบ่งการตลาดของโปรแกรมไออีทำสถิติถล่มทลายถึงร้อยละ 95 และปัจจุบัน ส่วนแบ่งการตลาดของไออี (เฉพาะเวอร์ชัน 6) ยังสูงถึงร้อยละ 23.35 ซึ่งมากกว่าไออี 8 ซึ่งเป็นเวอร์ชันล่าสุด
[แก้] อินเทอร์เน็ตเอกซ์พลอเรอร์ 7
วันที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2548 บิลล์ เกตส์ได้ประกาศว่าจะออกเบราว์เซอร์รุ่นใหม่ในงาน RSA Conference 2005 โดยการตัดสินดังกล่าวเกิดขึ้นจากเว็บเบราว์เซอร์มอซิลลา ไฟร์ฟอกซ์ ที่ได้ส่วนแบ่งตลาดการใช้งานเพิ่มขึ้น ซึ่งรุ่นเบต้ารุ่นแรกได้ออกเมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2548 และรุ่นเบต้าแรกที่เปิดให้ผู้ใช้ทั่วไปดาวน์โหลดได้ออกเมื่อวันที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2549 โดยไออีรุ่นที่ 7 นั้นมีความสามารถใหม่เพื่อป้องกันการผู้ใช้จากฟิชชิง และมัลแวร์ นอกจากนั้นยังได้มีระบบควบคุม ActiveX คอนโทรลและเฟรมเวิร์กในส่วนความปลอดภัยใหม่ และที่สำคัญได้แยกการทำงานร่วมกับเอกซ์พลอเรอร์ออกมาจากวินโดวส์เพื่อให้ปลอดภัยกว่าเดิม
ไออี 7 ยังรองรับมาตรฐานเว็บดีขึ้นกว่าเดิมใน HTML 4.01/CSS 2 และยังมีความสามารถใหม่อย่างแท็บด์เบราว์ซิง (tabbed browsing) กล่องค้นหาที่รองรับหลายเสิร์ชเอนจินด้วยกัน ตัวอ่านเว็บฟีดอย่างRSS รองรับ Internationalized Domain Name (IDN) และมีโปรแกรมป้องกันฟิชชิงในตัว
บนวินโดวส์วิสตา ไออี 7 ทำงานในโหมดป้องกันพิเศษเรียกว่า Protected Mode ซึ่งจะทำงานในส่วนการควบคุมความปลอดภัยแบบพิเศษ โดยจะไม่สามารถเข้าถึงส่วนอื่นๆในระบบปฏิบัติการได้นอกจากแฟ้ม Temporary Internet Files และแม้แต่ไออีเองก็จะไม่สามารถเขียนไฟล์หรือ registry ของผู้ใช้ได้ โดยโหมดใหม่นี้ได้ออกแบบเพื่อลดความเสี่ยงแม้ว่ามีช่องโหว่ใหม่ที่พบเจอขึ้นในอนาคต และป้องกันโปรแกรมหรือแฮกเกอร์ที่พยายามจะติดตั้งโปรแกรมโดยไม่ให้ผู้ใช้ทราบ
[แก้] อินเทอร์เน็ตเอกซ์พลอเรอร์ 8
ไออี 8 ได้เริ่มพัฒนาอย่างน้อยตั้งแต่เดือนสิงหาคม พ.ศ. 2550 โดยวันที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2551 ไมโครซอฟท์ได้เปิดตัวไออี 8 เป็นครั้งแรกในงาน Mix08 และเปิดให้ผู้ใช้ที่สนใจสามารถดาวน์โหลดไออี 8 เบต้า 1 ได้บนเว็บไซต์ และในวันที่ 27 สิงหาคม 2551 ไมโครซอฟท์ได้ออกไออี 8 เบต้า 2 ให้บุคคลทั่วไปที่สนในสามารถดาวน์โหลดได้ โดยไออี 8 เน้นการปรับปรุงหลักในส่วนความปลอดภัย ความรวดเร็ว การใช้งาน อย่างการปรับปรุงในส่วนฟิชชิง RSS CSS AJAX และอีกหลายอย่างด้วยกัน โดยจะรองรับมาตรฐานอย่าง CSS 2.1 ซึ่งจะเป็นรุ่นแรกของไออีที่จะผ่านการทดสอบ Acid2 รวมถึงยังเพิ่มความสามารถใหม่อย่าง Accelerators, WebSlices รวมถึงโหมด InPrivate ซึ่งเมื่อเปิดใช้ เบราว์เซอร์จะไม่ทำการบันทึกข้อมูล ประวัติการเข้าถึงเว็บ รวมถึงคุ้กกี้ต่างๆที่อาจใช้งานในโหมดนี้ เพียงผู้ใช้ปิดแทบด์ที่ใช้โหมดนี้ไป ข้อมูลชั่วคราวที่ใช้ก็จะถูกลบออกโดยอัตโนมัติ นอกจากนั้นยังมีความสามารถเล็กๆน้อยๆที่ได้เพิ่มขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบการค้นหาข้อความในหน้าแบบใหม่ หรือ Smart Address Bar ซึ่งบางส่วนเหมือนนำความสามารถที่มีในเว็บเบราว์เซอร์อย่างไฟรฟอกซ์มาปรับพัฒนาต่อ
ไออี 8 ยังได้ถูกปรับปรุงให้มีความเสถียรภาพมากขึ้นกว่าเดิม เช่นการกู้ความผิดพลาดโดยอัตโนมัติ (Automatic Crash Recovery) เช่นหากแท็บด์นั้นมีข้อผิดพลาด แท็บด์ดังกล่าวจะถูกรีสตารต์โดยอัตโนมัติ โดยไออีเองไม่ต้องเริ่มต้นใหม่ทั้งหมด ซึ่งเป็นผลจากการออกแบบใหม่โดยแทบด์จะอยู่ในโพรเซสต่างหาก
นอกจากการปรับปรุงการรองรับมาตรฐาน และความสามารถใหม่ ไออี 8 ยังรวมถึงการพัฒนาประสิทธิภาพในดีขึ้นกว่าเดิม ไม่ว่าจะในส่วนการประมวลโค้ด HTML CSS รวมถึง JScript และสำหรับนักพัฒนาเว็บ ยังได้รวมโปรแกรมสำหรับดีบัก HTML CSS และจาวาสคริปต์ในตัวเพื่อให้สามารถแก้ไข และตรวจสอบปัญหาได้สะดวก รวดเร็วขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องใช้โปรแกรมดีบักเสริมเข้าช่วย
ไออี 8 รองรับวินโดวส์วิสตา SP1 และ วินโดวส์เอกซ์พี SP2 และเพื่อรองรับความเข้ากันได้กับเว็บที่ออกแบบสำหรับไออีรุ่นเก่า ไออี 8 เปิดให้นักพัฒนาเว็บสามารถเลือกที่จะให้ไออี 8 แสดงผลเหมือนโหมดมาตรฐานในไออี 7 หรือ "Quirks mode" ได้ รวมถึงยังมีปุ่มให้ผู้ใช้สามารถเลือกที่จะเปลี่ยนระหว่างโหมดมาตรฐานบนไออี 7 และโหมดมาตรฐานใหม่บนไออี 8 เช่นกัน
ปัจจุบันไมโครซอฟท์ ได้เปิดให้ดาวน์โหลด IE8 เวอร์ชันสมบูรณ์แล้ว