อาหารฟังก์ชัน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

อาหารฟังก์ชัน, อาหารเชิงหน้าที่ หรือ ผลิตภัณฑ์อาหารสุขภาพ (อังกฤษ: Functional food) เป็นอาหารที่มีการเติมส่วนผสมใหม่ หรือเพิ่มส่วนผสมที่มีอยู่แล้ว เพื่อเพิ่มความสามารถของกลไกในร่างกายในการดูแลสุขภาพหรือป้องกันโรค[1] อาหารฟังก์ชันเป็นอาหารต่อเนื่องชนิดหนึ่งซึ่งผู้บริโภคอาจเลือกบริโภคเพื่อเสริมสุขภาพหรือเพื่อบรรเทาโรคได้

อาหารฟังก์ชันสามารถแบ่งได้เป็นอาหารจำพวกจัดเตรียมเพื่อความสะดวกในการรับประทาน หรืออาหารที่มีการเพิ่มคุณค่าทางอาหารเพื่อเสริมสร้างการทำงานของร่างกาย เช่น ผลิดภัณท์เสริมวิตามิน อาหารหมักที่มีเชื้อมีชีวิตที่เมื่อเพาะแล้วมีประโยชน์ต่อร่างกาย (ตัวอย่างได้แก่ จุลินทรีย์) ซึ่งมีการเพาะไว้แล้วนำมาทำเป็นนมเปรี้ยว) แต่ทั้งนี้ไม่นับอาหารที่เพิ่มส่วนผสมหนึ่ง ๆ เข้าไปเพื่อให้เป็นไปตามระเบียนปฏิบัติของทางราชการ และไม่มีการแสดงข้อมูลส่วนผสมที่เพิ่ม เพื่อประโยชน์ในการลดปัญหาสาธารณสุข เช่น โรคกระดูกอ่อน อาหารที่เติมส่วนผสมแต่ไม่นับเป็นอาหารฟังก์ชัน อาทิเช่นเกลือเสริมไอโอดีน การเติมวิตามินดีในนม เป็นต้น

อาหารฟังก์ชันเป็นสาขาวิชาเกิดใหม่สาขาหนึ่งในวิทยาศาสตร์การอาหาร เนื่องจากผู้บริโภคปัจจุบันให้ความตระหนักถึงสุขภาพตนเองมากขึ้น รวมถึงความสามารถของผู้ขายที่จะสร้างจุดขายใหม่ในผลิตภัณฑ์ของตน

นิยามคำว่าอาหารฟังก์ชัน เริ่มมีการใช้ครั้งแรกในยุค ค.ศ. 1980 ซึ่งมีกระบวนการอนุมัติอาหารฟังก์ชันจากภาครัฐที่เรียกว่า "อาหารบ่งใช้สำหรับร่างกาย" (Food for Specified Health Uses; FOSHU) [2]

ตัวอย่างอาหารฟังก์ชัน[แก้]

อาทิ ผักและผลไม้ต่างๆ เช่น พรุน มีสารแอนติออกซิแดนท์และใยอาหารสูงมาก, แครอท มีสารแบต้าแคโรทีน เป็นต้น หนึ่งในบรรดาอาหารฟังก์ชันที่ได้รับความนิยมมากในเอเชีย ได้แก่ ซุปไก่สกัด ปัจจุบันมีการศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับซุปไก่มากกว่า 20 รายงานพบว่า ช่วยในการบำรุงสุขภาพ ช่วยให้กระปรี้กระเปร่า ลดความเครียด คลายความอ่อนล้าของสมองและร่างกาย ช่วยเสริมสร้างให้มีสมาธิ การเรียนรู้ดีขึ้น กระตุ้นประสิทธิภาพในการเผาผลาญอาหาร ล่าสุดในปี 2008 โดน ศ.นพ. Azhar และคณะ ได้ตีพิมพ์ใน Malaysian journal of medicine and health sciences ถึงผลการศึกษาซุปไก่สกัดต่อความจำและความเครียดอาสาสมัครที่เป็นนักศึกษาปีที่ 4 จำนวน 69 คน พบว่าผู้ที่ดื่มซุปไก่สกัดจะมีความสามารถในการจดจำได้ดีกว่าผู้ที่ดื่มซุปหลอก ซึ่งสอดคล้องกับการวิจัยที่ตีพิมพ์ใน Malaysian journal of nutrition ปี 2003 พบว่าซุปไก่สกัดช่วยลดความเครียดโดยศึกษาในนักศึกษาที่มีความเครียดสูงจำนวน 176 คน กลุ่มที่ดื่มซุปไก่สกัดทั้งก่อนและหลังทำการทดสอบ พบว่าสามารถทำคะแนนได้ดีกว่าอาสาสมัครที่ไม่ได้ดื่มซุปไก่สกัด[3]

รายงานผลการวิจัยจากการประชุมวิชาการของสมาคมนักกำหนดอาหารของสหรัฐอเมริกาประจำปี 2001 ว่า หลังให้อาสาสมัครดื่มซุปไก่สกัดกับซุปหลอก แล้วตรวจคลื่นอัลฟาในสมอง พบว่ากลุ่มที่ดื่มซุปไก่สกัดมีคลื่นอัลฟาเพิ่มขึ้น ซึ่งคลื่นนี้แสดงถึงความมีสมาธิและความสงบในจิตใจ ดังนั้นจึงแสดงว่าซุปไก่สกัดมีผลต่อการทำงานของสมอง นอกจากนี้ในปี 1996 ดร. Nagai และคณะได้รายงานว่าซุปไก่สกัดมีส่วนในการแก้ไขความเหนื่อยล้าของสมอง โดยพบว่านักศึกษาที่ดื่มซุปไก่สกัดมีความรู้สึกกระปรี้กระเปร่าเพิ่มขึ้นและความเหนื่อยล้าระหว่างทำงานลดน้อยลง

อ้างอิง[แก้]

  1. What are Functional Foods and Nutraceuticals? Agriculture and Agri-Food Canada
  2. "FOSHU, Ministry of Health, Labor and Welfare, Japan".  Unknown parameter |source= ignored (help)
  3. ชนิดา ปโชติการ ศัลยา คงสมบูรณ์เวช และอภิสิทธิ์ ฉัตรทนานนท์ 2552 อาหารกับสุขภาพ พิมพ์ครั้งที่ 3 สำนักพิมพ์เสริมมิตร: กรุงเทพ Azhar, M.Z. and Syed, M. 2003. Effect of Taking Chicken Essence on Stress and Cognition of Human Volunteers. Mal J Nut; 9(1): 19-29 Azhar MZ et. al., 2008. Effect of taking chicken essence on cognitive functioning of normal stressed human volunteers.Malaysian Journal of Medicine & Health Sciences. 4(1), 57-68. Candish, J.K. 1998. Atraditional blood remedy as a modulator of the respiratory burst of the human neutrophil: an in vitro study. Int. J Food Sci Nutr; 49; 55-63. Khaled Radad et al., 2006. Use of Ginseng in Medicine with Emphasis on Neurodegenerative Disorders. J Pharmacol Sci. 100: 175 - 186. Kotchabhakdi, N., Chindaduangratn, C, and Longworth, W.C.A. 2001. Effect of drinking of the essence of chicken on subjective moods, brain electrical and serum cortisal, Food & Nutrition Conference & Exhibition 2001. Amercan Dietitian Association. 20-23 Ovtober 2001, St. Louis:USA. Nagai, H., Harada, M., Nakayawa, M., et al. 1996. Chicken extract on the recovery from fatigue caused by mental workload. Appl Human Sci; 15(6): 281-286. Position of the American Dietetic Association: Function foods. 2004. J Am Diet Assoc. 104: 814-826

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]