อายุความ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

อายุความ (อังกฤษ: prescription หรือ limitation) คือระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดให้ใช้สิทธิเรียกร้อง สิทธิฟ้อง หรือสิทธิร้องทุกข์ หากปล่อยเนิ่นนานไปจนล่วงระยะเวลาดังกล่าวแล้ว สิทธิเช่นว่าจะเป็นอันยกขึ้นอ้างอีกมิได้ ซึ่งเรียกว่า "การขาดอายุความ" เช่น สิทธิเรียกร้องขาดอายุความ คดีขาดอายุความ หนี้ขาดอายุความ เป็นต้น[1] [2]

เหตุผลของอายุความ[แก้]

การที่กฎหมายกำหนดอายุความไว้นั้นมีเหตุผลสามประการ ดังต่อไปนี้[3] [4]

1. เป็นนิตินโยบายของรัฐเพื่อดำรงความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงในการอ้างสิทธิของบุคคล อันเป็นการห้ามปรามมิให้มีการนำเรื่องราวที่เกิดขึ้นมาเนิ่นนานแล้วมาเรียกร้องต่อกัน เพราะเรื่องราวที่เกิดขึ้นมาเนิ่นนานแล้วนั้นย่อมยุ่งยากสำหรับผู้เกี่ยวข้องในการหาพยานหลักฐานมาพิสูจน์แก่กัน พยานหลักฐานอาจสูญหาย เสื่อมสภาพ บกพร่อง หรือคลาดเคลื่อนไปตามกาลเวลาได้ ซึ่งจะส่งผลให้การวินิจฉัยข้อพิพาทนั้นไม่อาจเป็นธรรมได้อย่างแท้จริง

2. เป็นโทษสำหรับเจ้าหนี้ที่ปล่อยปละละเลยไม่ใช้สิทธิเรียกร้องของตนเสียที จนกระทั่งล่วงเลยอายุความที่กำหนดไว้ ซึ่งส่งผลให้ลูกหนี้เกิดมี "สิทธิปฏิเสธ" (อังกฤษ: right of refusal) ขึ้นสามารถปฏิเสธการเรียกร้องของเจ้าหนี้ที่เพิ่งมากระทำเมื่อล่วงเลยอายุความไปแล้วได้ ดังนั้น อายุความจึงเป็นเครื่องกระตุ้นให้เจ้าหนี้ระแวดระวังในการใช้สิทธิของตนมากขึ้น

3. เป็นการช่วยปลดเลื้องภาระของลูกหนี้ในอันที่จะต้องเก็บรักษาหลักฐานในการชำระหนี้ไว้ ไม่ต้องคอยพะวงรักษาสิ่งเหล่านั้นไว้จนชั่วชีวิต เพราะเมื่อล่วงอายุความไปแล้ว ลูกหนี้ก็สามารถปฏิเสธการชำระหนี้ต่อเจ้าหนี้ได้โดยเพียงต่อสู้ว่าหนี้ขาดอายุความแล้วเท่านั้น

อายุความแพ่ง[แก้]

Searchtool.svg ดูบทความหลักที่ อายุความแพ่ง

อายุความแพ่ง เป็นอายุความสำหรับประเด็นตามกฎหมายแพ่ง ซึ่งแบ่งเป็นสองประเภทใหญ่ ๆ คือ อายุความได้สิทธิ และอายุความเสียสิทธิ[5]

อายุความอาญา[แก้]

Searchtool.svg ดูบทความหลักที่ อายุความอาญา

อายุความอาญา เป็นอายุความตามกฎหมายอาญาและกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา อาทิ อายุความสำหรับฟ้องคดีอาญา อายุความสำหรับการนำตัวผู้กระทำความผิดอาญามาลงโทษ

เชิงอรรถ[แก้]

  1. ราชบัณฑิตยสถาน, 2549 : ออนไลน์.
  2. กำชัย จงจักรพันธุ์, 2551 : 86.
  3. กำชัย จงจักรพันธุ์, 2551 : 89.
  4. พระยาเทพวิทุรพหุลศรุตาบดี (บุญช่วย วณิกกุล), 2509 : 592.
  5. กำชัย จงจักรพันธุ์, 2551 : 90.

อ้างอิง[แก้]