หอยงวงช้างกระดาษ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
หอยงวงช้างกระดาษ
ช่วงเวลาที่มีชีวิตอยู่: 23–0 Ma
ไมโอซีน – ปัจจุบัน
หอยงวงช้างกระดาษใหญ่ (Argonauta argo) ตัวเมีย พร้อมไข่
การจำแนกชั้นทางวิทยาศาสตร์
อาณาจักร: Animalia
ไฟลัม: Mollusca
ชั้น: Cephalopoda
อันดับ: Octopoda
วงศ์ใหญ่: Argonautoida
วงศ์: Argonautidae
สกุล: Argonauta
Linnaeus, 1758[1]
ชนิด
*ยังเป็นที่สงสัยอยู่
ชื่อพ้อง[1]
  • Argonautarius
    Dumeril, 1806
  • Todarus nom. nud.
    Rafinesque, 1815
  • Todarus
    Rafinesque, 1840
  • Trichocephalus
    Chiaje, 1827 in 1823-1831

หอยงวงช้างกระดาษ (อังกฤษ: Paper nautilus, Argonaut) เป็นมอลลัสคาประเภทหมึก จำพวกหมึกสายสกุลหนึ่ง ใช้ชื่อสกุลว่า Argonauta แม้จะได้ชื่อว่าเป็นหอยงวงช้าง แต่ก็มิได้ถูกจัดให้อยู่ในจำพวกหอยงวงช้าง แต่ถูกจัดให้เป็นหมึกสาย

ลักษณะทางกายภาค[แก้]

หอยงวงช้างกระดาษมีลักษณะัเด่น คือ เฉพาะตัวเมียเท่านั้นที่มีเปลือกหุ้มตัว เพื่อใช้เป็นที่สำหรับวางไข่และฟักไข่ ตัวผู้มีขนาดเล็กกว่าเพศเมียมาก และไม่มีเปลือกหุ้มตัว เปลือกหอยงวงช้างกระดาษมีลักษณะบาง เบา เปราะ และแตกหักง่าย ม้วนเป็นวงในแนวราบ วงเกลียวแรก ๆ เป็นสีน้ำตาลเข้มและค่อย ๆ จางลงเป็นสีขาวหม่นหรือสีครีมในวงเกลียวสุดท้าย วงเกลียวสุดท้ายจะคลุมวงเกลียวแรก ๆ ไว้ทั้งหมด ผิวเปลือกมีร่องตามขวางและสันหยัก ทำให้เห็นเป็นลอนตื้นจากจุดยอดออกไปในแนวรัศมี ตามสันเปลือกมีปมเรียงเป็นแถว ตัวหอยงวงช้างกระดาษประกอบด้วยส่วนหัวและลำตัว ที่หัวมีตาขนาดใหญ่ 1 คู่ รอบปากมีหนวดหรือแขน 8 เส้น ลำตัวไม่มีครีบ ตัวเมียมีลำตัวคล้ายถุงรูปรี หัวเล็กเมื่อเทียบกับขนาดของลำตัว ปลายหนวดคู่แรกมีลักษณะแบน และมีต่อมที่ผลิตสารสำหรับสร้างเปลือก ตัวผู้มีลำตัวกลมคล้ายถุง หัวใหญ่ การผสมพันธุ์มีการจับคู่กัน ตัวเมียวางไข่ไว้ในเปลือก ไข่มีลักษณะเป็นไข่เดี่ยว ไข่แต่ละฟองมีตัวอ่อนเพียงตัวเดียว ตัวอ่อนที่ฟักออกมาจากไข่ มีลักษณะคล้ายตัวเต็มวัยแต่มีหนวดสั้น ขนาดเมื่อโตเต็มที่ประมาณ 10-30 เซนติเมตรในตัวเมีย ขณะที่ตัวผู้มีความยาวเพียง 2 เซนติเมตรเท่านั้น

โดยการผสมพันธุ์จะใช้เวลาเพียงไม่กี่นาน ตัวผู้ที่มีขนาดเล็กกว่ามากจะทิ้งหนวดเอาไว้เกาะกับตัวเมีย ซึ่งสามารถคืบคลานไปมาได้และบรรจุไว้ซึ่งสเปิร์ม สำหรับในการปฏิสนธิ[2]

ถิ่นที่อยู่อาศัย[แก้]

หอยงวงช้างกระดาษอาศัยในทะเลที่ห่างฝั่ง ทั้งในเขตร้อนและักึ่งเขตร้อน ตั้งแต่ระดับผิวน้ำไปจนถึงระดับน้ำลึกประมาณ 100 เมตร ว่ายน้ำได้ดี แต่มักจะเคลื่อนตัวไปตามกระแสน้ำมากกว่าว่ายไปเอง บางชนิดตัวเมียอาจยึดเกาะกับวัตถุในน้ำ หรือเกาะกันเองเป็นสายจำนวน 20-30 ตัว มักออกหาอาหารในเวลากลางวัน อาหารคือ สัตว์น้ำขนาดเล็ก หอยงวงช้างกระดาษมีทั้งหมด 7 ชนิด (สูญพันธุ์ไปแล้วหลายชนิดตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์) ในน่านน้ำไทยมีการสำรวจพบ 3 ชนิด เปลือกมีความสวยงามแปลกตา จึงมักนำมาเป็นของตกแต่งบ้าน และรับประทานเนื้อเป็นอาหารในบางประเทศ[3]

การจำแนก[แก้]

*ยังเป็นที่สงสัยอยู่

มีชนิดที่สูญพันธุ์ไปแล้ว คือ Obinautilus awaensis เคยถูกจัดให้อยู่ในสกุล Argonauta ด้วย แต่ปัจจุบันถูกจัดให้อยู่ในสกุล Obinautilus[4]

ศัพท์มูลวิทยา[แก้]

หอยงวงช้างกระดาษ ทั้งในชื่อวิทยาศาสตร์และชื่อสามัญภาษาอังกฤษที่ใช้คำว่า "Argonaut" หรือ Argonauta นั้น หมายถึง "กะลาสีบนเรืออาร์โก" ตามเทพปกรณัมกรีก โดยแปลงมาจากภาษากรีกคำว่า ναυτίλος หมายถึง "กะลาสี" ซึ่งมาจากพฤติกรรมของหอยงวงช้างกระดา่ษที่มักใช้หนวดที่เป็นเสมือนแขนทั้ง 8 เส้นนั้นยกไว้เหนือลำตัวเสมือนใบเรือ เมื่ออยู่บนพื้นใต้ทะเล[5]

รูปภาพ[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. 1.0 1.1 จาก ITIS.gov
  2. "ท่องโลกกว้าง: สัตว์ทะเลสุดแปลก". ไทยพีบีเอส. 18 June 2014. สืบค้นเมื่อ 18 June 2014. 
  3. หอยงวงช้างมุกและหอยงวงช้างกระดาษ (Class Cephalopoda), "หอยในทะเลไทย". สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน เล่ม 34 : โดย พระราชประสงค์ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 328 หน้า (กรุงเทพฯ, 2552) ISBN 9748185842
  4. Martill, D.M. & M.J. Barker (2006). A paper nautilus (Octopoda, Argonauta) from the Miocene Pakhna Formation of Cyprus. Palaeontology 49 (5): 1035-1041.
  5. Naef, A. (1923). "Die Cephalopoden, Systematik". Fauna Flora Golf. Napoli (35) 1: 1–863. (เยอรมัน)

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]