หงส์แตร

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
หงส์แตร
สถานะการอนุรักษ์
การจำแนกชั้นทางวิทยาศาสตร์
อาณาจักร: Animalia
ไฟลัม: Chordata
ชั้น: Aves
อันดับ: Anseriformes
วงศ์: Anatidae
วงศ์ย่อย: Anserinae
เผ่า: Cygnini
สกุล: Cygnus
สปีชีส์: C. buccinator
ชื่อทวินาม
Cygnus buccinator
Richardson, 1832

หงส์แตร (ชื่อวิทยาศาสตร์: Cygnus buccinator) เป็นนกอพยพที่มีความทนทานที่สุดที่ดำรงอยู่ในทวีปอเมริกาเหนือ และยังจัดเป็นหนึ่งในสายพันธุ์ของนกน้ำที่ใหญ่ที่สุดในโลก[2] เป็นสัตว์คู่กับทวีปอเมริกาเหนือและยังเป็นญาติสนิทของหงส์กู่ในภาคพื้นทวีปยูเรเชีย มีบางหน่วยงานได้พิจารณาให้หงส์กู่และหงส์แตรเป็นสัตว์ที่อยู่ในสปีชีส์เดียวกัน

ลักษณะ[แก้]

ด้วยจะงอยปากสีดำทำให้หงส์แตรเป็นที่โดดเด่นจากหงส์พันธุ์อื่นๆ

หงส์แตรเป็นนกน้ำที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของโลก โดยที่ตัวโตเต็มวัยจะมีลำตัวยาว 138-165 เซนติเมตร แต่เพศผู้สามารถมีขนาดตัวได้ใหญ่สุดถึง 180 เซนติเมตรหรือมากกว่านั้น[2][3][4][5] น้ำหนักตัวโตเต็มวัยอยู่ที่ 7-13.6 กิโลกรัม โดยที่น้ำหนักตัวเฉลี่ยของเพศผู้อยู่ที่ 11.9 กิโลกรัม ส่วนเพศเมียอยู่ที่ 9.3 กิโลกรัม[6][2] มีช่วงกว้างปีกระหว่าง 185-250 เซนติเมตร โดยปีกมีความกว้างขนาด 60-68 เซนติเมตร[3][4][2] หงส์แตรเพศผู้ที่ใหญ่ที่สุดที่เคยบันทึกได้ มีขนาดตัวอยู่ที่ 183 เซนติเมตร ช่วงกว้างปีก 3.1 เมตร น้ำหนักตัว 17.2 กิโลกรัม [7]

หงส์แตรวัยเยาว์จะมีขนสีเทา

หงส์แตรโตเต็มวัยจะมีขนเป็นสีขาวทั้งหมด เช่นเดียวกับหงส์กู่ แต่ในวัยเยาว์จะมีขนสีเทาและเริ่มเปลี่ยนเป็นสีขาว ซึ่งสายพันธุ์นี้จะยืนขาตรงและลำคอตรงอยู่เสมอ หงส์แตรมีจะงอยปากรูปทรงลิ่มสำดำขนาดใหญ่ ขนาดราว 10.5-12 เซนติเมตร ซึ่งยาวเป็นสองเท่าของจะงอยปากของห่านแคนาดา (Branta canadensis) มีขาสีเทาอมชมพู มีเท้าขนาด 10.5-12 เซนติเมตร

อาหาร[แก้]

หงส์แตรจะหาอาหารในขณะว่ายน้ำ วึ่งในบางครั้งพวกมันสามารถดำน้ำไปหาอาหารที่อยู่ถึงพื้นน้ำ อาหารหลักจะเป็นพืชน้ำโดยพวกมันจะกินทั้งใบและลำต้น นอกจากนี้ หงส์แตรยังมีความสามารถในการมุดพื้นน้ำที่เต็มไปด้วยโคลน เพื่อที่จะกินรากและหัวของพืช และในฤดูหนาว พวกมันยังกินหญ้าและธัญพืชในไร่ ซึ่งพวกมันสามารถออกหาอาหารทั้งกลางคืนและกลางวัน โดยที่น้ำหนักตัวจะขึ้นสูงสุดในช่วงฤดูใบไม้ผลิ เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการผสมพันธุ์ [8] หงส์แตรแรกเกิดจะถูกป้อนอาหารด้วยแมลง, ปลาเล็ก, ไข่ปลา, สัตว์น้ำขนาดเล็ก รวมไปถึงพืชส่วนที่อ่อน

อ้างอิง[แก้]

  1. BirdLife International (2012). "Cygnus buccinator". IUCN Red List of Threatened Species. Version 2012.1. International Union for Conservation of Nature. สืบค้นเมื่อ 17 July 2012. 
  2. 2.0 2.1 2.2 2.3 Madge, Steve; Burn, Hilary (1988). Waterfowl: An Identification Guide to the Ducks, Geese, and Swans of the World. Boston: Houghton Mifflin. ISBN 0-395-46727-6. 
  3. 3.0 3.1 Mute Swan, Cornell Lab of Ornithology. Retrieved on 2011-12-18.
  4. 4.0 4.1 Ogilvie, M. A.; Young, S. (2004). Wildfowl of the World. New Holland Publishers. ISBN 978-1-84330-328-2. 
  5. "Trumpeter Swan, Life History, All About Birds". Cornell Lab of Orinthology. สืบค้นเมื่อ 2012-06-22. 
  6. "Arkive – Trumpeter Swan video, photos and facts". Arkive: Images of Life on Earth. สืบค้นเมื่อ 2012-06-21. 
  7. Wood, Gerald (1983). The Guinness Book of Animal Facts and Feats. ISBN 978-0-85112-235-9. 
  8. Squires, J.R. and Anderson, S.H. (1997). "Changes in trumpeter swan (Cygnus buccinator) activities from winter to spring in the greater Yellowstone area". American Midland Naturalist 138 (1): 208–214. doi:10.2307/2426667. JSTOR 2426667. 

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]