สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา
| สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา | |
|---|---|
| ที่ทำการ | |
| 128/1 ถนนนครราชสีมา เขตดุสิต กรุงเทพ 10300 | |
| ภาพรวม | |
| วันก่อตั้ง | พ.ศ. 2488 |
| เขตอำนาจ | ทั่วราชอาณาจักร |
| งบประมาณ | 302.294 ล้านบาท (พ.ศ. 2555)[1] |
| ผู้บริหาร | องค์กร อมรสิรินันท์, เลขาธิการ ณรงค์ฤทธิ์ มะลิวัลย์, รองเลขาธิการ ศรายุทธ เจริญผล, รองเลขาธิการ สุรินทร์ อินทรักษา, รองเลขาธิการ |
| ในกำกับดูแลของ | กระทรวงศึกษาธิการ |
| ลูกสังกัด | ดูในบทความ |
| เว็บไซต์ | |
| http://www.ksp.or.th | |
สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา เป็นหน่วยงานในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ และเป็นหน่วยดำเนินงานของคุรุสภา หรือสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา มีหน้าที่ในการกำหนดมาตรฐานวิชาชีพ ออกและเพิกถอนใบอนุญาต กำกับ ดูแลการปฏิบัติตามมาตรฐานวิชาชีพและจรรยาบรรณวิชาชีพ รวมทั้งการพัฒนาวิชาชีพ กำหนดนโยบายและแผนพัฒนาวิชาชีพ ประสานส่งเสริมการศึกษาและการวิจัยเกี่ยวกับการประกอบวิชาชีพ และภารกิจอื่นตามที่คุรุสภามอบหมาย โดยมีเลขาธิการคุรุสภา เป็นผู้บังคับบัญชา มีสำนักงานตั้งอยู่ที่ 128/1 ถนนนครราชสีมา เขตดุสิต กรุงเทพ 10300
เนื้อหา |
ประวัติ[แก้]
เมื่อปี พ.ศ. 2488 รัฐบาลของนายควง อภัยวงศ์ โดยนายทวี บุณยเกตุ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้เล็งเห็นถึงปัญหาวิกฤติในวิชาชีพครู เนื่องจากคนดี คนเก่ง ไม่อยากเรียนครู และครูเก่ง ครูดีจำนวนไม่น้อยไปประกอบอาชีพอื่น จึงได้มีการตราพระราชบัญญัติครู พ.ศ. 2488 ขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหาวิกฤติวิชาชีพครู โดยให้มีสภาในกระทรวงศึกษาธิการ มีฐานะเป็นนิติบุคคล เรียกว่า "คุรุสภา" ให้มีอำนาจหน้าที่ในการเสนอความเห็นเรื่องนโยบายการศึกษา และวิชาการศึกษาทั่วไป ควบคุมจรรยาและวินัยของครู รักษาผลประโยชน์ และส่งเสริมฐานะครู และครอบครัวให้ได้รับความช่วยเหลือตามสมควร ส่งเสริมความรู้และความสามัคคีของครู ตลอดจนทำหน้าที่แทน ก.พ. ในเรื่องการบริหารงานบุคคล โดยกำหนดให้ครูทุกคนต้องเป็นสมาชิกคุรุสภา
ต่อมาในปี พ.ศ. 2546 รัฐบาลของพันตำรวจโททักษิณ ชินวัตร ซึ่งมีนายปองพล อดิเรกสาร เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้ตราพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 ปรับปรุงคุรุสภาเป็นสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา โดยใช้ชื่อเรียกเหมือนเดิมว่า คุรุสภา
คุรุสภา[แก้]
พระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 กำหนดให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่ง เรียกว่า คณะกรรมการคุรุสภา ประกอบด้วย
- ประธานกรรมการ ซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งจากผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์สูงด้านการศึกษา มนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ หรือกฎหมาย
- กรรมการโดยตำแหน่ง ประกอบด้วย ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เลขาธิการสภาการศึกษา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เลขาธิการคณะกรรมการอุดมศึกษา เลขาธิการคณะกรรมการอาชีวศึกษา เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ผู้อำนวยการสำนักบริหารคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน และหัวหน้าสำนักงานคณะกรรมการมาตรฐานการบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น
- กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจำนวนเจ็ดคน ซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งจากผู้ที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์สูงด้านการบริหารการศึกษา การอาชีวศึกษา การศึกษาพิเศษ มนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และกฎหมายด้านละหนึ่งคน ซึ่งในจำนวนนี้ต้องเป็นผู้ที่เป็นหรือเคยเป็นครู ผู้บริหารสถานศึกษา หรือผู้บริหารการศึกษา ไม่น้อยกว่าสามคน
- กรรมการซึ่งได้รับการต่งตั้งจากผู้ดำรงตำแหน่งคณบดีคณะครุศาสตร์หรือศึกษาศาสตร์ หรือการศึกษา ซึ่งเลือกกันเองจากสถาบันอุดมศึกษาของรัฐจำนวนสามคน และจากสถาบันอุดมศึกษาเอกชนจำนวนหนึ่งคน
- กรรมการจากผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ซึ่งเลือกตั้งมาจากผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาที่ดำรงตำแหน่งครู ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้บริหารการศึกษา และบุคลากรทางการศึกษาอื่น และมาจากสังกัดเขตพื้นที่การศึกษา สถาบันอาชีวศึกษา สถานศึกษาเอกชน และองค์ปกครองส่วนท้องถิ่น ตามสัดส่วนจำนวนผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ให้เลขาธิการคุรุสภาเป็นเลขานุการ หลักเกณฑ์และวิธีการสรรหาประธานกรรมการ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ หลักเณฑ์และวิธีการเลือกผู้แทนสถาบันอุดมศึกษา และหลักเกณฑ์และวิธีการเลือกตั้งผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาให้เป็นไปตามข้อบังคับของคุรุสภา
ส่วนราชการในสังกัด[แก้]
สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา แบ่งส่วนงานออกเป็น 10 ส่วน คือ
- สำนักนโยบายและแผน
- สำนักมาตรฐานวิชาชีพ
- สำนักอำนวยการ
- สำนักทะเบียนและใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ
- สำนักจรรยาบรรณวิชาชีพและนิติการ
- สำนักพัฒนาและส่งเสริมวิชาชีพ
- สำนักยกย่องเชิดชูเกียรติวิชาชีพ
- สำนักเทคโนโลนีสารสนเทศ
- สำนักพัฒนาคุรุสภาเขตพื้นที่การศึกษา
- หน่วยตรวจสอบภายใน
อ้างอิง[แก้]
- ↑ พระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2555ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 129 ตอนที่ 15ก วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2555
ดูเพิ่ม[แก้]
แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]
|
||||||||||||||||||||