สองคนสองคม

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
สองคน สองคม
Infernal Affairs
無間道

โปสเตอร์ของ สองคน สองคม ภาคแรก
กำกับโดย แอนดริว เลา
เขียนโดย เฟลิกซ์ ชอง
ซุย ไฟ มาร์ก
นำแสดงโดย หลิวเต๋อหัว
เหลียงเฉาเหว่ย
เจิ้งจื่อเหว่ย
หวงซิวเซิน
เพลงประกอบ
ภาพยนตร์โดย
ควอง หวิ่ง ชาน
กำกับภาพโดย คริสโตเฟอร์ ดอยล์
แอนดริว เลา
ตัดต่อโดย พี่น้องแปง
จัดจำหน่ายโดย มีเดีย เอเชีย จำกัด
ความยาว 101 นาที
ประเทศ ฮ่องกง
ภาษา กวางตุ้ง
งบประมาณ 18,000,000 เหรียญฮ่องกง
รายได้ 52,000,000 เหรียญฮ่องกง
ต่อจากนี้ ต้นฉบับสองคนสองคม
ข้อมูลจาก IMDb

สองคนสองคม (จีน: 無間道; พินอิน: Wú Jiān Dào; อังกฤษ: Infernal Affairs) เป็นภาพยนตร์ฮ่องกงแนวแอ็คชั่น ดราม่า กำกับโดย แอนดริว เลา, อลัน มัก นำแสดงโดย หลิวเต๋อหัว, เหลียงเฉาเหว่ย, หวงซิวเซิน, เจิ้งจื่อเหว่ย, เฉินฮุ้ยหลิน ความยาว 101 นาที ออกฉายในปี ค.ศ. 2002

เนื้อเรื่องย่อ[แก้]

หานเซิน (เจิ้งจื่อเหว่ย) เป็นมาเฟียใหญ่ฮ่องกงมานานกว่า 20 ปี หานเซินจะชุบเลี้ยงเด็กหนุ่มฝีมือดีต่าง ๆ เป็นลูกมือ ทางสารวัตรหวง (หวงซิวเซิน) จึงต้องส่งสายลับเข้าไปแทรกซึม โดยสายลับคนนั้นก็คือ เหยิน (เหลียงเฉาเหว่ย) ขณะเดียวกัน หมิง (หลิวเต๋อหัว) เป็นนายตำรวจดาวรุ่งมาแรง โดยที่หมิงเองก็เป็นสายให้ทางหานเซินด้วย ทั้งคู่ได้พบปะกันโดยที่ไม่รู้ว่าต่างฝ่ายต่างก็เป็นสายให้ฝ่ายตรงข้าม ต่อมาจึงได้เอะใจ และหักเหลี่ยมเฉือนคมกัน โดยที่ต้องปิดบังสถานะที่แท้จริงของตัวเอง แต่ในที่สุด เหยินก็จับหลิวได้ แต่เหยินถูกยิงตาย ฉากจบมี 2 แบบ คือแบบที่หนึ่งหมิงถูกจับ และอีกแบบคือหมิงไม่ถูกจับ ทั้งนี้ในโรงภาพยนตร์ ผู้กำกับได้นำฉากที่หมิงไม่ถูกจับ มานำเสนอ

ตัวละครหลัก[แก้]

  • หลิวเต๋อหัว เป็น หลิว สายสืบของแซมที่ได้เข้าไปอยู่ในกรมตำรวจ
  • เหลียงเฉาเหว่ย เป็น เหยิน สายสืบของตำรวจที่ได้เข้าไปอยู่ในวงการอาชญากรรม
  • หวงซิวเซิน เป็น สารวัตรหว่อง เจ้าหน้าที่พิเศษของกรมตำรวจฮ่องกงที่เป็นคนส่งเหยินไปเป็นสายสืบ
  • เจิ้งจื่อเหว่ย เป็น แซม หรือ หานเซิน หรือ พี่เซิน เจ้าพ่อมาเฟียฮ่องกงที่ยิ่งใหญ่ที่สุด

ผลงานรายได้[แก้]

ภาพยนตร์เรื่องนี้ทำรายได้ไปทั้งหมด 52,000,000 เหรียญฮ่องกง จากทุนสร้างเพียง 18,000,000 เหรียญฮ่องกง[1]

ความนิยมและคำวิจารณ์[แก้]

Infernal Affairs เป็นภาพยนตร์ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในฮ่องกงและทุกประเทศที่เข้าฉาย รวมทั้งประเทศไทยและสหรัฐอเมริกาด้วย โดยได้รับการยกย่องว่าเป็นภาพยนตร์มาเฟียฮ่องกงที่ดีที่สุด มีชั้นเชิงที่สุดในรอบเกือบ 20 ปี นับจาก A Better Tomorrow หรือ โหด เลว ดี[2] มีหลายฉากที่เข้าขั้นคลาสสิก เช่น ฉากหักมุมจบของเรื่องที่เหยินถูกยิงตายหรือฉากที่เหยินเอาปืนจ่อหัวหลิวที่ดาดฟ้า เป็นต้น และตัวหนังก็ได้รับรางวัลหลายรางวัล และในปี ค.ศ. 2006 ทางฮอลลีวูดได้นำเอาบทภาพยนตร์เรื่องนี้ไปดัดแปลงเป็นภาพยนตร์มาเฟียอีกหนึ่งเรื่อง คือ The Departed กำกับโดย มาร์ติน สกอร์เซซี่ ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างมากโดยเป็นภาพยนตร์ได้รับรางวัลออสการ์ภาพยนตร์ยอดเยี่ยมประจำปีนั้นด้วย

รางวัล[แก้]

ฉากคลาสสิกที่เหยินเอาปืนจ่อหัวหลิว

ภาพยนตร์ฮ่องกงยอดเยี่ยมครั้งที่ 22
ชนะเลิศ

  • ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม
  • ผู้กำกับยอดเยี่ยม (แอนดริว เลา)
  • บทภาพยนตร์ยอดเยี่ยม
  • นักแสดงนำชายยอดเยี่ยม (เหลียง เฉาเหว่ย)
  • นักแสดงประกอบชายยอดเยี่ยม (หวงซิวเซิน)
  • ตัดต่อยอดเยี่ยม
  • เพลงประกอบภาพยนตร์ยอดเยี่ยม

เข้าชิง

  • นักแสดงนำชายยอดเยี่ยม (หลิวเต๋อหัว)
  • นักแสดงประกอบชายยอดเยี่ยม (เจิ้งจื่อเหว่ย)
  • นักแสดงประกอบชายยอดเยี่ยม (ตู้เหวินเจ๋อ)
  • กำกับภาพยอดเยี่ยม (แอนดริว เลา)
  • ออกแบบเครื่องแต่งกายยอดเยี่ยม
  • กำกับคิวบู๊ยอดเยี่ยม
  • ดนตรีประกอบยอดเยี่ยม
  • ซาวด์แอฟเฟกต์ยอดเยี่ยม
  • วิช่วลแอฟเฟกต์ยอดเยี่ยม

รางวัลม้าทองคำครั้งที่ 40
ชนะเลิศ

เข้าชิง

  • นักแสดงนำชายยอดเยี่ยม (หลิวเต๋อหัว)
  • บทภาพยนตร์ดั้งเดิมยอดเยี่ยม
  • ตัดต่อยอดเยี่ยม
  • กำกับภาพยอดเยี่ยม
  • กำกับศิลป์ยอดเยี่ยม
  • ออกแบบเครื่องแต่งกายยอดเยี่ยม

รางวัลสถาบันวิจารณ์ภาพยนตร์ฮ่องกงครั้งที่ 9

  • ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม
  • นักแสดงนำชายยอดเยี่ยม (หวงซิวเซิน)

รางวัลดอกชงโคทองคำ (Golden Bauhinia) ครั้งที่ 8
ชนะเลิศ

ภาพยนตร์ภาคต่อและการสร้างใหม่[แก้]

จากความสำเร็จของภาคแรก จึงได้มีการสร้างภาค 2 ในปีต่อมา ในชื่อ Infernal Affairs II โดยเป็นเรื่องราวของหลิวและเหยินสมัยยังเป็นนักเรียนตำรวจอยู่ เล่าถึงสาเหตุที่ทำให้เหยินต้องไปเป็นสายสืบ และในภาค 3 ในชื่อว่า Infernal Affairs III เป็นภาคอวสาน โดยมี หลี่หมิง เข้ามาร่วมแสดงด้วย

ต่อมาถูกนำไปสร้างใหม่เป็นภาพยนตร์ฮอลลีวู้ด ในปี ค.ศ. 2006 ใช้ชื่อว่า The Departed กำกับโดย มาร์ติน สกอร์เซซี นำแสดงโดย ลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ, แมตต์ เดมอน, แจ็ค นิโคลสัน และมาร์ก วาห์ลเบิร์ก ได้รับรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยม, ผู้กำกับยอดเยี่ยม, ตัดต่อยอดเยี่ยม และบทภาพยนตร์ดัดแปลงยอดเยี่ยม รางวัลออสการ์ ครั้งที่ 79[3]

และสร้างเป็นภาพยนตร์ฮ่องกงอีกเรื่องในชื่อ Love Is Many Stupid Things ซึ่งเป็นการดัดแปลงในแบบล้อเลียนเป็นภาพยนตร์ตลก ในปี ค.ศ. 2004 โดยใช้ทีมนักแสดงจากภาพยนตร์ชุดเดิม[4]

อ้างอิง[แก้]

ดูเพิ่ม[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]