สมเด็จพระมเหสีจิน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
สมเด็จพระมเหสีจิน
端康皇贵妃旧照.jpg
พระนาม สมเด็จพระมเหสีต้วนคัง
พระอิสริยยศ สมเด็จพระมเหสี
ราชวงศ์ ชิง
ครองราชย์ กรุง
ข้อมูลส่วนพระองค์
พระราชสมภพ 15 มกราคม พ.ศ. 2416
สิ้นพระชนม์ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2467
(พระชนมายุ 51 พรรษา)
พระราชบิดา นายจางซู
พระราชสวามี สมเด็จพระจักรพรรดิกวางสู
    

สมเด็จพระมเหสีจิน (2416-2467) พระนามที่ทรงได้รับหลังจากการสิ้นพระชนม์แล้วว่า "สมเด็จพระมเหสีต้วนคัง" (จีน: 端康皇贵妃) ทรงเป็นสมเด็จพระมเหสีในสมเด็จพระจักรพรรดิกวางสูแห่งราชวงศ์แมนจูของประเทศจีน

พระราชประวัติ [แก้]

พระมเหสีคังแห่งตระกูล "ตาตาลา" ได้เข้าสู่พระราชวังต้องห้ามเมื่อปี พ.ศ.2431 พร้อมกันกับพระน้องนางของเธอคือ สมเด็จพระมเหสีเจิน โดยทรงเป็นธิดาของนาย'จางซู (พินอิน: Changxu) ชาวแมนจูเผ่าตาตาลา ในวันที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2432 ทรงได้รับการสถาปนาเป็นพระสนมจิน โดยผ่าน หยกผักกาด โดยปัจจุบันสมบัติชิ้นนี้ได้เก็บไว้ที่พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ กรุงไทเป, ไต้หวัน[1] พระนางไม่ทรงเป็นที่โปรดปรานของสมเด็จพระจักรพรรดิกวางสูพระสวามีของนาง แต่ทรงโปรดปรานพระมเหสีเจินพระน้องนางของพระองค์มากกว่า

ระหว่างในช่วงกบฏนักมวย ในปี พ.ศ.2443 ราชวงศ์ลี้ภัยไปยังเมืองซีอาน ซึ่งว่ากันว่าพวกคนในราชวงศ์ต่างลืมพระสนมจินไว้ที่พระราชวังต้องห้าม แต่ในที่สุดแล้วพระองค์ก็ได้ตามกลุ่มของบรรดาราชวงศ์ไปยังเมืองซีอานโดยความช่วยเหลือขององค์ชายพระองค์หนึ่งในราชวงศ์ชิง หลังจากที่พระมเหสีเจินพระน้องนางของพระองค์พึ่งจะถูกสำเร็จโทษไปโดยพระราชเสาวนีย์ของพระนางซูสีไทเฮา โดยการโยนพระนางลงไปในบ่อ และต่อมาถึงมีทฤษฎีออกมากล่าวอ้างว่าพระนางอาจทำอัตตวินิบาตพระองค์เอง

หลังจากที่บรรดาบุคคลในราชวงศ์เสด็จกลับมายังพระราชวังต้องห้ามในปี พ.ศ.2445 ราชวงศ์ชิงสูญเสียพระราชอำนาจเป็นอย่างมาก สมเด็จพระจักรพรรดิกวางสู พระสวามีของนางเสด็จสวรรคตในปี 6 ปีต่อมาในปี พ.ศ.2451 ต่อจากนั้นพระนางซูสีไทเฮาก็สิ้นพระชนม์หลังจากรพะจักรพรรดิเพียงหนึ่งวัน จึงถือเป็นการสูญเสียครั้งใหญ่ในราชวงศ์ชิง พระนางซูสีไทเฮาจึงได้รับการยกย่องว่าเป็นบุคคลสำคัญที่สุดของราชวงศ์ชิง ก่อนที่พระนางจะสิ้นพระชนม์ พระนางซูสีไทเฮาได้แต่งตั้งผู่อี๋ โอรสในเจ้าชายชุนที่ 2 เป็นจักรพรรดิพระองค์ใหม่ พระมเหสีในสมเด็จพระจักรพรรดิกวางสู คือ สมเด็จพระจักรพรรดินีหรงยู ได้กลายมาเป็นพระราชชนนีในสมเด็จพระจักรพรรดิพระองค์ใหม่และเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ร่วมกับเจ้าชายชุนที่ 2 และพระสนมเจินก็ได้กลายเป็นพระสนมเอกจิน

นอกจากพระราชมารดาแท้ๆของพระจักรพรรดิผู่อี๋แล้ว พระองค์ยังมีพระราชมารดาบุญธรรมอีก 5 พระองค์ โดยใน 5 พระองค์นี้ สมเด็จพระจักรพรรดินีหรงยู มีพระอิสริยยศสูงที่สุด และพระสนมเอกจินมีพระอิสริยยศต่ำที่สุด และพระราชมารดาบุญธรรมอีก 3 พระองค์ก็เป็นพระสนมในสมเด็จพระจักรพรรดิถงจื้อ

ในปี พ.ศ.2455 สมเด็จพระจักรพรรดินีหรงยู่ได้ทรงลงพระนามาภิไธยสละราชสมบัติ และต่อมาในปี พ.ศ.2456 สมเด็จพระจักรพรรดินีหรงยู่ก็สิ้นพระชนม์ พระสนมเอกจิน จึงกลายเป็นผู้ที่มีพระอิสริยยศสูงสุดในพระราชวังต้องห้าม(แต่ว่าก่อนหน้านั้นพระนางมียศต่ำที่สุด) และพระนางได้รับการสถาปนาพระอิสริยยศเป็น พระสนมเอกหม้ายต้วนคัง (端康太妃) ในปี พ.ศ. 2464 พระราชมารดาแท้ๆของสมเด็จพระจักรพรรดิผู่อี๋ได้กระทำอัตตวินิบาตพระองค์เองด้วยการอมฝิ่นเป็นจำนวนมากหลังจากที่พระสนมเอกตวนคังได้ว่ากล่าวพระนางต่อสาธารณชนในกรณีที่สมเด็จพระจักรพรรดิผู่อี๋ประพฤติตนไม่เหมาะสมต่อพระนาง

ภายในหนังสืออัตชีวประวัติของสมเด็จพระจักรพรรดิผู่อี๋ พระองค์ได้ทรงเขียนถึงพระสนมเอกหม้ายต้วนคังว่า พระนางทรงเห็นพระนางซูสีไทเฮาเป็นต้นแบบ ถึงแม้ว่าพระน้องนางของพระองค์คือมเหสีเจิน จะถูกประหารโดยพระนางซูสีไทเฮา พระนางทรงควบคุมพฤติกรรมของพระองค์ทุกย่างก้าว จนทำให้พระองค์พิโรธออกมา หลังจากการสิ้นพระชนม์พระราชมารดาของพระองค์ พระสนมเอกหม้ายต้วนคังจึงได้เปลี่ยนพฤติกรรมของพระองค์ไปกลายเป็นคนที่สบายๆไม่เป็นพิธีรีตองอะไรมากนัก

ต่อมาเมื่อถึงเวลาที่สมเด็จพระจักรพรรดิผูอี๋ทรงมีวัยพอที่จะอภิเศกสมรสได้นั้น พระสนมหม้ายสองพระองค์คือ พระสมเอกหม้ายต้วนคังและจิงยี่ ได้ทรงโต้เถียงกันว่าผู้ใดเหมาะสมที่จะมาเป็นพระมเหสีของพระจักรพรรดิ โดยที่พระสนมเอกหม้ายทรงเลือก วั่นหรง เป็นมเหสีของพระจักรพรรดิ ในขณะที่พระสนมหม้ายจิงยี่ทรงเลือกเหวินซิ่ว ในมุมมองของพระสนมเอกหม้ายต้วนคังนั้นเหวินซิ่วไม่มีพระสิริโฉมงดงามพอที่จะเป็นพระมเหสีและครอบครัวของนางก็มีศักดิ์ต่ำกว่าครอบครัวของวั่นหรง อย่างไรก็ตามพระจักรพรรดิปูยีทรงเลือกเหวินซิ่วเป็นพระมเหสี ทำให้พระสนมเอกหม้ายต้วนคังผิดหวังพระทัยเป็นอย่างมากถึงกับออกหมายเรียกราชนิกูลและข้าราชการระดับสูงมาประชุมในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และพวกเขาเหล่านั้นก็ได้โน้มน้าวให้ผู่อี๋เลือกวั่นรงเป็นมเหสี ในที่สุดแล้วปูยีก็ได้เลือกวั่นหรงเป็นมเหสีและเหวินซิ่วเป็นพระสนมเอก

สิ้นพระชนม์ [แก้]

พระสนมเอกหม้ายต้วนคังสิ้นพระชนม์ภายในพระราชวังต้องห้าม มีพระชนม์มายุ 50 พรรษา โดยสิ้นพระชนม์ไม่นานก่อนที่ขุนศึก เฟิง ยู่เสียง จะบังคับให้ราชวงศ์ทุกคนออกจากระราชวังต้องห้ามในปี พ.ศ.2467

References [แก้]

  1. ^ Leslie Hook. "The Jade Cabbage" Wall Street Journal. 27 July 2007. Retrieved 21 November 2010.