สมาคมเขมรอิสระ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
บทความนี้เกี่ยวกับขบวนการฝ่ายซ้าย สำหรับขบวนการฝ่ายขวา ดูที่ เขมรอิสระ
ธงของสมาคมเขมรอิสระ ต่อมาถูกปรับใช้เป็นธงชาติของสาธารณรัฐประชาชนกัมพูชา[1] สังเกตที่รูปปราสาทนครวัดมีห้ายอด ส่วนธงของเขมรอิสระที่ไม่ได้ร่วมมือกับเวียดมิญจะมีสามยอด (ซึ่งต่อมาถูกปรับมาใช้เป็นธงของกัมพูชาประชาธิปไตย)

สมาคมเขมรอิสระ (อังกฤษ: United Issarak Front; เขมร: សមាគមខ្មែរ​ឥស្សរៈ) เป็นขบวนการต่อต้านการปกครองแบบอาณานิคมของฝรั่งเศสในกัมพูชาระหว่าง พ.ศ. 2493 – 2497 และเป็นฝ่ายซ้ายของขบวนการเขมรอิสระ เป็นกลุ่มที่ต่อต้านสหภาพฝรั่งเศส ในช่วงที่มีการประชุมที่เจนีวา พ.ศ. 2497 กองกำลังของสมาคมเขมรอิสระควบคุมประเทศได้ครึ่งหนึ่ง[2]

การก่อตั้ง[แก้]

การประชุมเพื่อจัดตั้งสมาคมเขมรอิสระมีขึ้นที่กำปงโสม จังหวัดกำปอต เมื่อ 17 – 19 เมษายน พ.ศ. 2493 มีผู้เข้าร่วมประชุมประมาณ 200 คน และมีนายพลอุง เซาจากเวียดมิญมาร่วมสังเกตการณ์ โดยในการประชุมมีการประดับธงของเวียดนาม ลาว และกัมพูชา[3] ที่ประชุมได้เลือกเซิง งอกมิญเป็นผู้นำสูงสุด คณะกรรมการคนอื่นมี จัน สมัย เซียว เฮง จัน ดารา เมียส วอง เมียส วันนัก เจา ยิน เนียม ซุน สก สไพ งิน ฮอร์ แก้ว โมนี เนย สราญ มีตัวแทนจากพนมเปญ (เชื่อว่าเป็น แกว เมียส) และอีก 2 คนเป็นตัวแทนของชาวขแมร์กรอม มีสมาชิกของคณะกรรมการ 5 คนอยู่ในพรรคคอมมิวนิสต์อินโดจีน

รัฐบาลของฝ่ายต่อต้าน[แก้]

การประชุมเพื่อก่อตั้งสมาคมเขมรอิสระ นำไปสู่การก่อตั้งรัฐบาลปฏิวัติที่เรียกคณะกรรมการศูนย์เพื่อเสรีภาพประชาชน ผู้ที่เป็นประธานคือเซิง งอกมิญ และผู้ที่เป็นรองประธานมี จัน สมัย เซียว เฮง ตู สามุต เซิง ฟอกรัตนาเป็นเลขาธิการทั่วไป นอน ซวนเป็นสมาชิกคนที่หกของคณะกรรมการ[1] ต่อมา 19 มิถุนายน พ.ศ. 2493 เซิง งอกมิญประกาศเอกราชของกัมพูชา โดยสามารถควบคุมพื้นที่ได้หนึ่งในสามของประเทศ[1] ใน พ.ศ. 2495 สมาคมได้รวมกับคณะกรรมการปลดปล่อยแห่งชาติเขมรที่นำโดย เลียบ แก้ว โมนี ซึ่งมีฐานที่มั่นทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศ โดยฝ่ายที่ต่อต้านคอมมิวนิสต์ของคณะกรรมการปลดปล่อยแห่งชาติเขมรได้แยกตัวออกไปต่างหาก สมาคมจึงประกาศจัดตั้งรัฐบาลฝ่ายต่อต้านเขมร ซึ่งประกอบไปด้วย เซิง งอกมิญเป็นประธานาธิบดี จัน สมัยเป็นรองประธานาธิบดี ตู สามุตเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แก้ว โมนีเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เจา ยิน เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เซียว เฮงเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เลียบ แก้ว โมนีเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงจริยธรรมและสอส มันเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศาสนา[4]

ความขัดแย้งทางการทหาร[แก้]

ในเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2493 สมาคมได้จัดตั้งโรงเรียนฝึกหัดทหารโดยมีกำลังทหารประมาณ 100 คน[5] ในเดือนกันยายน พ.ศ. 2493 ฝรั่งเศสเริ่มดำเนินการปราบปรามสมาคม โดยทางสมาคมได้รับการสนับสนุนทางทหารจากเวียดมิญราว 3,000 คน[6] ใน เดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2496 สมาคมและเวียดมิญได้เข้าโจมตีและฆ่าผู้ว่าราชการจังหวัดเปรยแวงตาย ซึ่งได้นำมาใช้ในการโฆษณาความสำเร็จของสมาคม

การประชุมเจนีวา[แก้]

ในการประชุมเจนีวา สมาคมส่งตัวแทนไปร่วมสองคนคือแก้ว โมนี และเมย โพ ในการประชุมเพื่อแก้ปัญหาความขัดแย้งในอินโดจีนนี้ เวียดมิญได้เสนอให้รัฐบาลฝ่ายต่อต้านของเขมรมีสิทธิในการเจรจากับรัฐบาลนี้เทียบเท่ากับรัฐบาลของราชอาณาจักรกัมพูชา ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากสหภาพโซเวียตและจีน ในขณะที่ฝ่ายตะวันตกต้องการให้ถอนการรับรองสมาคมเขมรอิสระ ผลสำเร็จจากการประชุมครั้งนี้คือ ข้อตกลงสงบศึกซึ่งรวมทั้งฝ่ายสมาคมเขมรอิสระด้วย กัมพูชาได้รับเอกราชภายใต้การปกครองของพระนโรดม สีหนุ และการถอนกำลังของเวียดมิญออกจากกัมพูชา[7]

สมาคมเขมรอิสระกับพุทธศาสนา[แก้]

เนื่องจากผู้นำของสมาคม 2 คนคือ เซิง งอกมิญและตู สามุตเคยเป็นพระภิกษุมาก่อน สมาคมจึงได้รับอิทธิพลความเชื่อจากพุทธศาสนาด้วย ในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2494 สมาคมได้จัดตั้งการประชุมทางด้านพุทธศาสนาในกัมพูชา ใน พ.ศ. 2495 เซิง งอกมิญและพรม สมิธ (พระภิกษุที่เข้าร่วมในสมาคมและเป็นบรรณาธิการหนังสือพิมพ์อิสระ "Issarak") จัน ดาราและพระภิกษุอีก 5 รูป ได้เดินทางไปยังขแมร์กรอม โดยได้กล่าวถึงบทบาทของพระพุทธศาสนาในการต่อสู้เพื่อเอกราช

อ้างอิง[แก้]

  1. 1.0 1.1 1.2 Kiernan, Ben. How Pol Pot Came to Power. London: Verso, 1985. p. 80
  2. Cambodia - The Cambodian Left: The Early Phases
  3. Kiernan, Ben. How Pol Pot Came to Power. London: Verso, 1985. p. 82, 130
  4. Kiernan, Ben. How Pol Pot Came to Power. London: Verso, 1985. p. 125
  5. Kiernan, Ben. How Pol Pot Came to Power. London: Verso, 1985.. p. 81
  6. Kiernan, Ben. How Pol Pot Came to Power. London: Verso, 1985. p. 85
  7. Kiernan, Ben. How Pol Pot Came to Power. London: Verso, 1985. p. 141-155