สตีฟ เดวิส

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
สตีฟ เดวิส
เกิด 22 สิงหาคม ค.ศ. 1957 (57 ปี)
พลัมสเตด ลอนดอน
สัญชาติ  อังกฤษ
ฉายา
  • The Nugget
  • Interesting
  • Ginger Magician
  • Romford Slim
ปีที่เริ่มเล่นอาชีพ 1978–2014
อันดับสูงสุด 1
เงินรางวัลที่ได้มา 5,614,630 ปอนด์ (ในตอนสิ้นสุดของ 2008/2009)
เบรกสูงสุด 147 (1982 Classic)
จำนวนเซนจูรีเบรก 325
การแข่งขันที่ประสบความสำเร็จ
รายการสะสมคะแนนที่ชนะ 28
รายการไม่สะสมคะแนนที่ชนะ 52
เวิลด์แชมเปียน 1981, 1983, 1984, 1987, 1988, 1989

สตีฟ เดวิส (อังกฤษ: Steve Davis, OBE) เกิดเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม ค.ศ. 1957[1] เป็นอดีตนักสนุกเกอร์อาชีพชาวอังกฤษจากย่านพลัมสเตด ลอนดอน เป็นที่รู้จักกันดีในช่วงยุค 1980 เมื่อเขาได้ค้วาแชมป์ในเวิลด์แชมเปียนชิปถึง 6 สมัย และติดอันดับ 1 ของโลกใน 7 ฤดูกาล เขาเป็นที่จดจำในการแข่งขันเวิลด์แชมเปียน 1985 ในรอบชิงโดยเจอกับเดนนิส เทย์เลอร์ มีการบันทึกว่าได้ดึงดูดผู้ชมชาวอังกฤษกว่า 18.5 ล้านผู้ชมในระหว่างที่ชิงลูกดํากัน เขาได้รับการยกย่องอย่างกว้างขวางว่าเป็นหนึ่งในขวัญใจที่สุดและถูกมองว่าเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอกกาล ปัจจุบัน เดวิส ยังเล่นสายอาชีพอย่างต่อเนื่องพร้อมกับบทบาทของเขาในฐานะนักวิเคราะห์และผู้บรรยายสนุกเกอร์ของบีบีซี

นอกจากคว่าแชมป์ 6 สมัยแล้วเดวิสยังได้คว้าแชมป์รายการอื่นได้แก่แชมป์รายการมาสเตอส์ 3 สมัย แชมป์รายการยูเคแชมเปียนชิป 6 สมัย เขาได้แชมป์รายการเก็บคะแนนทั้งหมด 28 รายการ เป็นลองจากสตีเฟน เฮนดรี[2]และได้เงินรางวัลมากกว่า 5,500,000 ปอนด์สเตอร์ลิง[3] เดวิสรวมเซนจูรีเบรกได้มากกว่า 350 ครั้ง[4] รวมทั้งการทำแม็กซิมัมเบรกครั้งแรกในระหว่างการถ่ายทอดสดในปี 1982 ในช่วงฤดูกาลที่ 1987/1988 เขากลายคนแรกที่ได้ทริปเปิลคราวน์ที่คว้าแชมป์รายการใหญ่คือ ยูเคแชมเปียนชิป มาสเตอส์และเวิลด์แชมเปียนชิป รายการอื่นที่เขาประสบความสำเร็จได้แก่ แชมป์รายการเวิลด์ดับเบิลส์แชมเปียนชิป 4 สมัย ที่คู่กับ โทนี มีโอ และรายการเวิลด์ทีมคลาสสิก/เวิลด์คัพ 4 สมัยกับทีมอังกฤษ

เดวิสได้แชมป์โลกล่าสุดในปี 1989 และคว้าแชมป์รายการมาสเตอส์ในปี 1997 ซึ่งเป็นครั้งล่าสุดของเขาตอนอายุ 39 ปี แต่ยังคงแทงสนุกเกอร์อยู่โดยยังมีความสามารถในระดับสูงในช่วงวัย 50 ปี เขามาถึงรอบสุดท้ายได้ในรายการยูเคแชมเปียนชิป 2005 ในวัย 48 ปี และยังติดอันดับท็อป 16 ในฤดูกาล 2007/2008 เขามาถึงก่อนรอบชิงในเวิลด์แชมเปียน 2010 ในวัย 52 ปี สถิติก่อนรอบชิงที่อายุมากที่สุดยังเป็นของ เอ็ดดี ชาร์ลตัน ในปี 1983[5] เขายังได้แชมป์รายการเวิลด์ซีเนียร์แชมเปียนชิป 2013

นอกจากสนุกเกอร์แล้ว เดวิสยังเข้าร่วมแข่งขันพูลโดยเฉพาะอย่างยิ่งการเล่นกับทีมยุโรปในมอสโคนีคัพ (Mosconi Cup) ระหว่างปี 1994 และ 2004 โดยช่วยให้ทีมคว้าแชมป์ในปี 1995 และ 2002 เขายังที่โดดเด่นในการเข้าร่วมแข่งขันไพ่โป๊กเกอร์โดยเข้าถึงรอบสุดท้ายในระหว่างถ่ายทอดสดหลายครั้ง ตั้งแต่ปี 1996 เขาไปเป็นผู้ประกาศเป็นครั้งคราวกับฟีนิกซ์เอฟเอ็ม (Phoenix FM) และเชี่ยวชาญในแนวเพลงโพรเกรสซิฟร็อกที่เกี่ยวกับอาร์ไอโอ (RIO) ซูล (Zeuhl) และดนตรีแบบแคนเทอร์เบอรี ในการเป็นผู้เล่นหมากรุกหมากรุกสากล เขาได้ร่วมเขียนสองหนังสือหมากรุกกับเดวิด นอร์วูด อดีตประธานสหพันธ์หมากรุกแห่งอังกฤษ เขายังได้เขียนหนังสือเกี่ยวกับสนุกเกอร์หลายเล่มรวมถึงสามตำราด้วย เขาปรากฏตัวในรายการอังกฤษรวมทั้งรายการ ไอม์อะเซเลบริตี...เก็ตมีเอาต์ออฟเฮียร์ (I'm a Celebrity...Get Me Out of Here!) ในปี 2013 เขายังได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์เอ็มบีอี (MBE) ในปี 1988 และ โอบีอี (OBE) ในปี 2001

อ้างอิง[แก้]

  1. http://www.webcitation.org/5u4HwxauF
  2. "Snooker Stats". worldsnooker.com. World Professional Billiards and Snooker Association. สืบค้นเมื่อ 24 May 2011. 
  3. "Prize Money – All-time, Professional". CueTracker – Snooker Database. สืบค้นเมื่อ 15 February 2014. 
  4. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ centurybreaks
  5. "Steve Davis upsets the odds to beat world champion John Higgins". The Guardian. 24 April 2010. สืบค้นเมื่อ 14 February 2014.