สงครามแห่งพันธมิตรครั้งสุดท้าย

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

พันธมิตรครั้งสุดท้ายของเอลฟ์และมนุษย์ (The Last Alliance of Elves and Men) เป็นชื่อเหตุการณ์สำคัญตอนหนึ่งในปกรณัมชุด มิดเดิลเอิร์ธ ของ เจ. อาร์. อาร์. โทลคีน เกิดขึ้นในปีที่ 3430 ปลายยุคที่สองของโลกอาร์ดา โดยความร่วมมือระหว่างทัพเอลฟ์, ทัพมนุษย์ ทั้งชาวดูเนไดน์และชาวแผ่นดินอื่น รวมถึงทัพคนแคระ เพื่อต่อต้านจอมมารเซารอน ลอร์ดมืดผู้คุกคามโลก

สงครามครั้งนั้นจึงเรียกชื่อว่า สงครามแห่งพันธมิตรครั้งสุดท้าย (War of the Last Alliance) ซึ่งประกอบด้วย สมรภูมิทุ่งดาร์กอลัด และ การปิดล้อมหอคอยบารัด-ดูร์

เหตุการณ์ในวรรณกรรม[แก้]

ตลอดช่วงยุคที่สอง เซารอนได้ต่อสู้กับฝ่ายเอลฟ์และมนุษย์ด้วยความชิงชังมาโดยตลอด เขาทำลายพลเมืองเอลฟ์ลงไปมากในสงครามเอเรกิออน แม้จะถูกต้านทานจนต้องถอยกลับไปซ่อนตัวในมอร์ดอร์ตั้งแต่ปี 1701 จากนั้นเซารอนยุแหย่กษัตริย์นูเมนอร์จนเป็นเหตุให้เกาะนูเมนอร์พินาศ ชาวนูเมนอร์จำนวนหนึ่งภายใต้การนำของเอเลนดิล และบุตรทั้งสอง มาตั้งอาณาจักรใหม่บนมิดเดิลเอิร์ธ (คืออาร์นอร์ กับ กอนดอร์) และมีการสู้รบระหว่างทั้งสองฝ่ายอยู่ประปราย

กิลกาลัดแห่งลินดอน และเอเลนดิลแห่งอาร์นอร์ ช่วยกันสร้างป้อมปราการสำคัญขึ้นทางตอนเหนือของมิดเดิลเอิร์ธ คืออะมอนซูล หรือ เวทเธอร์ทอป และกะเกณฑ์ชุมนุมพลอยู่ที่นั่นสองปี ก่อนจะยาตราทัพไปรวมตัวกันที่ริเวนเดลล์ เอลรอนด์รับหน้าที่ผู้ถือธงประจำองค์กษัตริย์ ปีที่ 3434 กองทัพทั้งหมดรวมทั้งทัพเอลฟ์จากริเวนเดลล์ยกข้ามเทือกเขามิสตี้ ไปสมทบกับทัพคนแคระจากมอเรีย กองทัพพันธมิตรยกข้ามแม่น้ำอันดูอินและสมทบกับทัพเอลฟ์ชาวซิลวันจากลอรินันด์และกรีนวู้ด ภายใต้การนำของอัมเดียร์และโอโรแฟร์ แล้วจึงยกลงใต้ตามชายฝั่งตะวันออกของแม่น้ำไปสู่แผ่นดินมอร์ดอร์

อิซิลดูร์นำทัพจากกอนดอร์เข้าร่วมในสงครามครั้งนี้ พร้อมกับโอรสองค์ใหญ่คือ เอเลนดัวร์ ส่วนอาราทันและเคียร์ยอนรับหน้าที่รักษาหอคอยมินัสอิธิลที่เพิ่งยึดคืนมาได้

สมรภูมิทุ่งดากอร์ลัด[แก้]

ปีที่ 3434 ทัพพันธมิตรยกเข้าตีกองทัพของเซารอนที่ทุ่งราบกว้างใหญ่หน้าประตูทางเข้ามอร์ดอร์ สงครามครั้งนั้นกินเวลานานหลายเดือน เรียกชื่อว่า สมรภูมิทุ่งดากอร์ลัด ตามชื่อทุ่งราบแห่งนั้น ทัพซิลวันของอัมเดียร์ถูกไล่ตีแตกจากทัพใหญ่ และเสียชีวิตทั้งหมด ขณะที่ทัพจากกรีนวู้ดก็สูญเสียไพร่พลมาก รวมทั้งโอโรแฟร์ ผู้นำของพวกเขาก็สิ้นชีพ คงเหลือทัพกรีนวู้ดเพียงหนึ่งในสามเท่านั้นที่สามารถกลับไปยังแดนไพรของตนได้พร้อมกับธรันดูอิล

ต่อมาทุ่งดากอร์ลัดถูกเรียกชื่อใหม่ว่า "บึงมรณะ" ในยุคที่สาม

การปิดล้อมบารัด-ดูร์[แก้]

ทัพพันธมิตรล่วงผ่านประตูดำมาได้ แต่ต้องปิดล้อมบารัด-ดูร์อยู่นานถึง 7 ปี และต้องสูญเสียไพร่พลมาก จากการระดมยิงลูกเพลิงลงมาจากบารัด-ดูร์ อนาริออน โอรสของเอเลนดิล กษัตริย์แห่งกอนดอร์ สิ้นพระชนม์ในระหว่างการปิดล้อมคราวนี้

ภายหลังเซารอนหนีออกจากหอคอย ไปยังภูเขาไฟโอโรดรูอิน กิล-กาลัดและเอเลนดิลที่ติดตามไปได้ต่อสู้กับเขาที่นั่น แต่ถูกสังหารสิ้น ดาบนาร์ซิลของเอเลนดิลหักเป็นสองท่อน แต่ในที่สุดเซารอนก็ถูกสังหาร (ในทางรูปธรรม) เมื่ออิซิลดูร์นำเศษด้ามดาบฟันถูกนิ้วที่สวมแหวนเอก ทำให้อำนาจของเซารอนสลายไป เป็นอันสิ้นสุดยุคที่สองของอาร์ดา

แหวนเอกตกไปอยู่ในความครอบครองของอิซิลดูร์ภายหลังสงครามครั้งนี้

เหตุการณ์ในภาพยนตร์[แก้]

ในเดอะลอร์ดออฟเดอะริงส์ ฉบับภาพยนตร์ โดย ปีเตอร์ แจ็คสัน ได้รวบรวมเหตุการณ์ทั้งหมดมาแสดงในฉากเปิดเรื่องของ อภินิหารแหวนครองพิภพ เรียกชื่อใหม่ว่า "สงครามแห่งเมาท์ดูม"

ส่วนที่ถูกดัดแปลงไปจากฉบับวรรณกรรมคือ

- เอลรอนด์เข้าร่วมทัพในฐานะผู้บัญชาการรบ ไม่ใช่ผู้ถือธง
- ไม่ได้เอ่ยถึงทัพคนแคระ และไม่กล่าวถึงอนาริออนเลย
- ดาบนาร์ซิลถูกเซารอนเหยียบหักเป็น 6 ชิ้น แทนที่จะเป็น 2 ชิ้น
- เซารอนถูกอิซิลดูร์ตัดนิ้วมือขาดทั้ง 5 นิ้ว แทนที่จะเป็นนิ้วเดียว

อ้างอิง[แก้]