เอเรกิออน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

เอเรกิออน (Eregion) คือชื่ออาณาจักรเอลฟ์ในปกรณัมชุดมิดเดิลเอิร์ธ ของ เจ. อาร์. อาร์. โทลคีน ปรากฏในหนังสือ ซิลมาริลลิออน และ Unfinished Tales ชื่อ 'เอเรกิออน' เป็นภาษาซินดาริน ซึ่งในภาษาเวสทรอนเรียกว่า ฮอลลิน (Hollin) เนื่องจากบริเวณนั้นมีต้นฮอลลี่อยู่มาก (ereg หมายถึง ต้นฮอลลี่ มีรากศัพท์จากคำว่า EREK- หมายถึงหนามแหลมคม)

อาณาจักรเอเรกิออนก่อตั้งขึ้นโดยเอลฟ์ชาวโนลดอร์ หลังจากแผ่นดินเบเลริอันด์ล่มจมลงสู่ใต้สมุทรเมื่อสิ้นสุดยุคที่หนึ่ง ชาวโนลดอร์ที่หลงเหลือได้เดินทางข้ามเอเรียดอร์ และตั้งอาณาจักรแห่งนี้ขึ้นที่เชิงเทือกเขาฮิธายเกลียร์ ทางฟากตะวันตก ใกล้กับอาณาจักรมอเรียของเหล่าคนแคระ เมืองหลวงของเอเรกิออนชื่อว่า โอสต์-อิน-เอดิล (Ost-in-Edhil) ได้ชื่อว่าเป็นเมืองหลวงแห่งรัตนากร เนื่องจากเป็นแหล่งชุมนุมของช่างอัญมณีฝีมือดีของชาวโนลดอร์จำนวนมาก

ในบันทึกงานประพันธ์ของโทลคีน ไม่มีส่วนใดระบุถึงกษัตริย์หรือผู้นำของชาวเอเรกิออน แต่อาจสันนิษฐานได้ว่า ผู้ปกครองเอเรกิออนน่าจะเป็น กาลาเดรียลกับเคเลบอร์น เนื่องจากกาลาเดรียลเป็นเชื้อพระวงศ์โนลดอร์ชั้นสูงเพียงคนเดียวที่เดินทางกลับมาจากอามันและยังมีชีวิตอยู่ หรือมิฉะนั้นก็อาจเป็น เคเลบริมบอร์ บุตรของคูรูฟิน หลานของเฟอานอร์ ซึ่งได้สืบทอดฝีมือช่างชั้นสูงมาจากเฟอานอร์ด้วย งานศึกษาวรรณกรรมของโทลคีนทั่วไปเชื่อว่า ผู้ปกครองเอเรกิออนคือ เคเลบริมบอร์


ในยุคที่สอง เซารอนในร่างแปลง 'อันนาทาร์' ได้เข้ามาร่วมสมาคมกับเหล่าช่างแห่งโอสต์-อิน-เอดิล และได้สอนให้พวกเขาสร้าง แหวนแห่งอำนาจ ขึ้น พวกเอลฟ์สร้างแหวนแห่งอำนาจขึ้นครั้งแรกจำนวน 16 วง หลังจากนั้นเซารอนแอบกลับไปยังมอร์ดอร์ และสร้างแหวนเอกธำมรงค์ขึ้นจากไฟใต้พิภพที่โอโรดรูอิน ระหว่างนั้น เคเลบริมบอร์ได้สร้างแหวนแห่งเอลฟ์ ขึ้นอีก 3 วง โดยที่เซารอนไม่ล่วงรู้

หลังจากเซารอนสร้างแหวนเอกสำเร็จ และสวมแหวนนั้น พวกเอลฟ์จึงได้รู้ว่าตัวตนที่แท้ของอันนาทาร์ คือใคร เคเลบริมบอร์รีบส่งแหวนเอลฟ์สามวงไปเสียให้พ้น ส่วนเซารอนก็ยกทัพออร์คมาโจมตีเอเรกิออนเพื่อแก้แค้นพวกเอลฟ์

สงครามเอเรกิออน[แก้]

ซากเมืองโอสต์-อิน-เอดิล ที่ปรากฏใน ภาพยนตร์เดอะลอร์ดออฟเดอะริงส์

สงครามเอเรกิออนเกิดขึ้นเมื่อเซารอนยกทัพจากมอร์ดอร์มาโจมตีอาณาจักรเอเรกิออนเพื่อแก้แค้นพวกเอลฟ์ แต่ชาวเอเรกิออนล้วนเป็นช่างฝีมือ ไม่ใช่นักรบ พวกเขาจึงอยู่ในสถานการณ์ย่ำแย่ คนแคระแห่งคาซัดดูมส่งทัพมาช่วยเหลือ แต่ก็ถูกเซารอนตีโต้อย่างหนักจนต้องถอยทัพกลับไปและปิดประตูตะวันตกเสีย

ทัพเอลฟ์ของกษัตริย์กิล-กาลัดจากลินดอน ส่งมาช่วย โดยมีเอลรอนด์ เป็นผู้นำทัพ แต่ไม่สามารถตีฝ่าวงล้อมทัพของมอร์ดอร์เข้าไปได้ จนเมื่อเคเลบอร์นนำชาวเอเรกิออนตีฝ่าออกมา เอลรอนด์จึงพาผู้คนทั้งหมดหนีไปยังหุบเขาอิมลาดริส ตั้งหลักป้องกันตัวอยู่ที่นั่นโดยทัพมอร์ดอร์ไม่สามารถบุกเข้าไปได้

เคเลบริมบอร์เสียชีวิตในการศึกครั้งนี้ เมื่อทัพหนุนของเซารอนยกตามขึ้นมา ทัพมนุษย์ชาวนูเมนอร์ก็ยกมาช่วย โดยเดินทางขึ้นมาจากทางใต้ ตีกระหนาบทัพมอร์ดอร์โดยมีทัพของเอลรอนด์ตีกระหนาบทางด้านเหนือ ทำให้เซารอนพ่ายแพ้ในสงครามคราวนี้ แต่เมืองเอเรกิออนก็เสียหายหนักจนไม่สามารถฟื้นฟูได้อีกแล้ว

ชาวโนลดอร์ในเอเรกิออนแยกย้ายกันไปลี้ภัยอยู่ที่ลินดอน ที่อิมลาดริส (ริเวนเดลล์) และที่ลอธลอริเอน

อ้างอิง[แก้]

  • เจ. อาร์. อาร์. โทลคีน, Unfinished Tales, ลอนดอน:สำนักพิมพ์ฮาร์เปอร์คอลลินส์