วุฒิสภาฝรั่งเศส

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

พิกัดภูมิศาสตร์: 48°50′54″N 2°20′14.2″E / 48.84833°N 2.337278°E / 48.84833; 2.337278

วุฒิสภาแห่งสาธารณรัฐฝรั่งเศส
Sénat français
เซนา
Coat of arms or logo.
ประเภท
ประเภท สภาสูง เป็นส่วนหนึ่งของรัฐสภาฝรั่งเศส
ผู้บริหาร
ประธาน ฌ็อง-ปีแยร์ แบล (Jean-Pierre Bel) ([[จากพรรคสังคมนิยม (Parti socialist)]])
โครงสร้าง
สมาชิก 348 (ก.ย. 2554)
กลุ่มการเมือง      กลุ่มสหภาพเพื่อขบวนการประชาชน (Union for a Popular Movement - UMP) 132 ที่นั่ง
     กลุ่มสังคมนิยม (Socialist Group - SOC) 130 ที่นั่ง
     สหภาพและพลรัฐรวมอำนาจ (Centrist and republican union - UCR) 31 ที่นั่ง
     กลุ่มคอมมิวนิสต์ (Communist Group - CRC) 21 ที่นั่ง
     กลุ่มรณรงค์เพื่อประชาธิปไตยและสังคมแห่งยุโรป (European Democratic and Social Rally - RDSE) 17 ที่นั่ง
     พรรคเพื่อสิ่งแวดล้อมแห่งยุโรป (Europe Écologie–The Greens) 10 ที่นั่ง
     สมาชิกอิสระ 7 ที่นั่ง
การเลือกตั้ง
ระบบการเลือกตั้ง การเลือกตั้งทางอ้อม
การเลือกตั้งล่าสุด 21 กันยายน 2551
ที่ประชุม
พระราชวังลุกซ็องบูร์ กรุงปารีส
เว็บไซต์
Senat.fr

วุฒิสภาฝรั่งเศส (ฝรั่งเศส: Sénat français) เป็นสภาสูงในรัฐสภาฝรั่งเศส มีประธานวุฒิสภา (président) เป็นผู้ดำเนินการประชุม

วุฒสิภามีความสำคัญน้อยกว่าสภาผู้แทนราษฎร เช่นเดียวกับการอภิปรายในวุฒิสภาที่มีความตึงเครียดน้อยกว่า ฉะนั้น วุฒิสภาจึงได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนน้อย

องค์ประกอบและการเลือกตั้ง[แก้]

ก่อนเดือนกันยายน ค.ศ. 2004 สมาชิกวุฒิสภาฝรั่งเศสประกอบด้วยสมาชิกทั้งหมด 321 คน โดยดำรงตำแหน่งวาระละ 9 ปี ซึ่งต่อมาได้ถูกปรับลดเหลือเพียง 6 ปี ในขณะที่จำนวนสมาชิกวุฒิสภาได้เพิ่มขึ้นทีละเล็กน้อยจนถึง 348 คนในปีค.ศ. 2011 เพื่อให้สอดคล้องกับจำนวนประชากร[1] ในอดีตการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาจะมีขึ้นทุกๆ 3 ปีโดยเลือกตั้งทีละหนึ่งในสามของสมาชิกทั้งหมด ซึ่งต่อมาได้เปลี่ยนเป็นครึ่งหนึ่งของสมาชิกทั้งหมดในทุกๆ 3 ปี[2]

การได้มาของสมาชิกวุฒิสภาจะผ่านการเลือกตั้งทางอ้อม โดยผู้มีสิทธิเลือกตั้ง (ฝรั่งเศส: grands électeurs จำนวนประมาณ 150,000 คน ซึ่งเป็นข้าราชการจากหน่วยงานปกครองต่างๆ ได้แก่ สมาชิกสภาภาค, สมาชิกสภาจังหวัด นายกเทศมนตรี สมาชิกเทศบาลในเมืองขนาดใหญ่ รวมทั้งสภาผู้แทนราษฎร อย่างไรก็ตาม 90% ของผู้มีสิทธิเลือกตั้งเป็นผู้แทนที่เลือกโดยสมาชิกสภาที่ปรึกษาต่างๆ ซึ่งเป็นการทำให้วุฒิสภานั้นมักจะออกเสียงเข้าข้างบริเวณที่ห่างไกลความเจริญ

ในขณะที่พรรคการเมืองที่มีเสียงนำในสภาผู้แทนราษฎรมักจะเปลี่ยนพรรคได้อยู่เสมอ แต่วุฒิสภามักจะไม่ค่อยพบการเปลี่ยนแปลงมากนักนับตั้งแต่ยุคเริ่มต้นของสาธารณรัฐฝรั่งเศสที่ 5 ซึ่งมักจะนำโดยสมาชิกพรรคสังคมนิยม[3] จนกระทั่งเมื่อการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาครั้งล่าสุดในปีค.ศ. 2009[4] ถึงแม้ว่าพรรคฝ่ายซ้ายอย่างพรรคสังคมนิยมซึ่งเคยเป็นเสียงข้างมากมาตลอดจากการชนะการเลือกตั้งของภาคต่างๆในฝรั่งเศส (ยกเว้นเพียงสองภาค) รวมทั้งเมืองใหญ่และเล็กส่วนใหญ่ซึ่งถือเป็นเสียงมากกว่า 50% ของประชากรทั้งหมด ยังไม่สามารถได้เสียงข้างมากในครั้งนี้ นอกจากนี้วุฒิสภายังถูกครหาว่าเป็นสถานที่ลี้ภัยของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรซึ่งสอบตกจากการเลือกตั้งทั่วไป

ชาวฝรั่งเศสที่พักอาศัยอยู่นอกประเทศหรือเขตการปกครองของประเทศฝรั่งเศสมีผู้แทนในวุฒิสภาจำนวน 12 คน[5]

ที่นั่งในสภาถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติมาตั้งแต่การประชุมสภาครั้งแรกในสมัยการปฏิวัติฝรั่งเศส ซึ่งสมาชิกพรรคฝ่ายซ้ายจะนั่งทางซีกซ้ายของประธานวุฒิสภา และสมาชิกพรรคฝ่ายขวาจะนั่งอยู่ทางซีกขวา

ประธานวุฒิสภา[แก้]

ตำแหน่งประธานวุฒิสภานั้นมาจากการเลือกตั้งของสมาชิกวุฒิสภา โดยภายใต้รัฐธรรมนูญแห่งสาธารณรัฐฝรั่งเศสที่ 5 แล้ว ตามตำแหน่งประธานวุฒิสภา จะเป็นบุคคลถัดมาในการสืบตำแหน่ง "รักษาการประธานาธิบดี" ในกรณีที่ประธานาธิบดีในขณะนั้นถึงแห่อสัญกรรม ลาออก หรือถูกถอดถอนจากตำแหน่ง (เฉพาะกรณีปัญหาสุขภาพ) จนกว่าจะมีการเลือกตั้งครั้งใหม่เสร็จสิ้นลง โดยเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นแล้วสองครั้งกับ อาแล็ง ปอแอร์ (Alain Poher) หลังจากการลาออกของประธานาธิบดีชาร์ล เดอ โกล (Charles de Gaulle) และอีกครั้งหนึ่งภายหลังจากการถึงแก่อสัญกรรมของประธานาธิบดีฌอร์ฌ ปงปีดู (Georges Pompidou)

ประธานวุฒิสภาคนปัจจุบัน ได้แก่ ฌ็อง-ปีแยร์ แบล (Jean-Pierre Bel)

อำนาจตามรัฐธรรมนูญ[แก้]

ภายใต้รัฐธรรมนูญ วุฒิสภานั้นเกือบจะมีอำนาจใกล้เคียงกับสภาผู้แทนราษฎร กระบวนการร่างกฎหมาย เริ่มต้นจากพิจารณาโดยคณะรัฐมนตรี (เรียกว่า projets de loi) หรือโดยสมาชิกรัฐสภา (เรียกว่า propositions de loi) เพื่อตรากฎหมาย การร่างกฎหมายก็ต้องผ่านการพิจารณาจากทั้งสองสภาเพื่อให้ทั้งสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาได้พิจารณาร่างกฎหมายที่มีเนื้อหาเดียวกัน หากทั้ง 2 สภามีความเห็นตรงกันก็ถือว่าร่างกฎหมายนั้นได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภา โดยขั้นตอนนี้จะกินเวลานานกว่าทั้งสองสภาจะบรรลุข้อยุติในร่างกฏหมายนั้นๆ แต่ในกรณีที่ทั้ง 2 สภามีความเห็นไม่ตรงกัน ร่างกฎหมายฉบับนั้นก็จะถูกส่งกลับไปกลับมาระหว่าง 2 สภา (navette) ซึ่งนายกรัฐมนตรีสามารถขอให้มีการตั้ง "คณะกรรมาธิการ" (commission mixte paritaire) ประกอบด้วยสมาชิกได้แก่ คณะกรรมาธิการร่วม ซึ่งประกอบด้วยสมาชิกวุฒิสภา 7 คนและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 7 คน ทำหน้าที่พิจารณาร่างกฎหมายเพื่อให้ได้ข้อยุติ แต่หากคณะกรรมาธิการร่วมกันไม่สามารถตกลงกันได้อีก ร่างกฎหมายนั้นจะถูกส่งไปให้ทั้งสองสภาพิจารณาอีกครั้ง และหลังจากนั้นสภาผู้แทนราษฎรจะเป็นผู้ตัดสินชี้ขาด ซึ่งโดยปกติแล้วจะเป็นส่วนข้างมากฝั่งรัฐบาล ซึ่งกรณีนั้นไม่เกิดขึ้นบ่อย โดยปกติแล้วทั้งสองสภานั้นจะสามารถหาข้อยุติได้ในที่สุด หรือมิฉะนั้นคณะรัฐมนตรีก็จะถอดเรื่องออกจากการพิจารณา

อย่างไรก็ตาม อำนาจในการตรากฏหมายนั้นจึงเสมือนตกอยู่ในมือของสภาผู้แทนราษฎร โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อคณะรัฐมนตรีนั้นมาจากพรรคเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร นอกจากนี้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรยังสามารถเสนอญัตติการอภิปรายไม่ไว้วางใจคณะรัฐมนตรี (motion de censure) ได้ แต่อำนาจที่จะผ่านการลงมติไม่ไว้วางใจนั้นค่อนข้างจำกัด โดยเฉพาะในกรณีรัฐธรรมนูญแห่งสาธารณรัฐฝรั่งเศสที่ 4 นั้น คณะรัฐมนตรีที่เพิ่งได้รับการแต่งตั้งนั้นถูกสงวนสิทธิ์การถูกลงมติไม่ไว้วางใจ นอกจากนี้ สมาชิกรัฐสภาจะสามารถยื่นมติไม่ไว้วางใจได้ก็ต่อเมื่อมีสมาชิกอย่างน้อยจำนวนร้อยละสิบของสมาชิกทั้งหมดลงชื่อร่วมกัน หากการลงมติไม่ไว้วางใจครั้งนั้นไม่ผ่านการรับรองจากเสียงส่วนใหญ่แล้ว สมาชิกที่ร่วมลงชื่อนั้นจะไม่สามารถยื่นมติไม่ไว้วางใจได้อีกจนกระทั่งปิดสมัยประชุม หากการลงมตินั้นได้รับการสนับสนุน การจะลงมติไม่ไว้วางใจผ่านได้นั้นต้องได้เสียงส่วนใหญ่เกินกึ่งหนึ่งของสภา มิใช่เพียงเสียงข้างมากดั่งกรณีการออกเสียงรับรองทั่วไป โดยทั่วไปแล้วหากสภาผู้แทนราษฎรกับวุฒิสภานั้นมีเสียงส่วนมากคนละพรรคกัน สภาผู้แทนราษฎรมักจะมีอำนาจเหนือกว่า และการขัดแย้งอย่างรุนแรงระหว่างสองสภานั้นยังไม่เคยพบมาก่อนในรัฐสภาฝรั่งเศส

วุฒิสภายังมีหน้าท่ีสอดส่องดูแลการปฏิบัติหน้าที่ของคณะรัฐมนตรีโดยจัดพิมพ์เป็นรายงานต่างๆประจำในแต่ละปี

อ้างอิง[แก้]

  1. http://www.senat.fr/lng/en/index.html
  2. "Les groupes politiques". Senat.fr. 13 January 2011. สืบค้นเมื่อ 21 April 2011. 
  3. Gilles Le Béguec, Les socialistes et le Sénat, Parlement[s], Revue d'histoire politique, n° 6 2006/2, pp. 57–72, L'Harmattan, ISBN 2-200-92116-3
  4. "Sénat, le triomphe de l’anomalie – Libération". Libération. France. 25 September 2008. สืบค้นเมื่อ 21 April 2011. 
  5. Sénat français. "Sénateurs représentant les Français établis hors de France – Sénat". Senat.fr. สืบค้นเมื่อ 21 April 2011. 

ดูเพิ่ม[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]