วังดยุกแห่งมานตัว

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี


วังดยุกแห่งมานตัว
Palazzo Ducale di Mantova
SanGiorgioMN.jpg
“ปราสาทเซนต์จอร์จ” ของวังดยุกแห่งมานตัว
ข้อมูลทั่วไป
ประเภท วัง
ที่ตั้ง มานตัว
ประเทศ อิตาลี
การก่อสร้าง
ปีสร้าง คริสต์ศตวรรษที่ 14 ถึง 17
ข้อมูลด้านการท่องเที่ยว
พิกัด 45°9′37″N 10°47′56″E / 45.16028°N 10.79889°E / 45.16028; 10.79889
หมายเหตุ จิตรกรรมฝาผนังโดยอันเดรีย มานเทนยา

วังดยุกแห่งมานตัว (อังกฤษ: Ducal palace, อิตาลี: Palazzo Ducale di Mantova) เป็นกลุ่มสิ่งก่อสร้างที่เป็นวังที่พำนักของดยุกแห่งมานตัวตั้งอยู่ที่มานตัวในประเทศอิตาลี วังดยุกสร้างราวระหว่างคริสต์ศตวรรษที่ 14 ถึง 17 ส่วนใหญ่สำหรับตระกูลกอนซากาเพื่อใช้เป็นที่พำนักในเมืองหลวงของอาณาจักรดยุก สิ่งก่อสร้างต่างๆ ภายในกลุ่มเชื่อมต่อกันโดยซุ้มระเบียง ลานภายใน และสวน และมีห้องทั้งหมดด้วยกัน 500 ห้องในเนื้อที่ทั้งหมดราว 34,000 ตารางเมตร สิ่งที่มีชื่อเสียงที่สุดของวังคืองานจิตรกรรมฝาผนังตกแต่งห้องเจ้าสาว (ห้องสมรส) ที่เขียนโดยอันเดรีย มานเทนยา[1][2]

ประวัติ[แก้]

ส่วนที่เก่าที่สุดของวังคือ “วังกัปตัน” (Palazzo del Capitano) ที่สร้างเมื่อต้นคริสต์ศตวรรษที่ 14 โดยกัปตันแห่งประชาชนจุยโด บวยนาโคสซิ (ตระกูลของจุยโดปกครองมานตัวระหว่าง ค.ศ. 1271 จนถึง ค.ศ. 1328) และ “วังใหญ่” (Magna Domus) ในปลายคริสต์ศตวรรษ บาร์โทลิโน ดา โนวาราผู้เป็นสถาปนิกทางการก่อสร้างสิ่งก่อสร้างทางการทหารคนสำคัญที่สุดคนหนึ่งของยุคนั้นเป็นผู้ก่อสร้าง “ปราสาทเซนต์จอร์จ”

“วังใหม่” (Domus Nova) มาสร้างเสร็จในอีกศตวรรษหนึ่งต่อมาโดยสถาปนิกลูคา ฟานเชลลิ (Luca Fancelli) ลูคาเป็นผู้รับผิดชอบในการสร้าง “ตำหนักใหม่” (Corte Nuova) ที่รวมทั้งชุดห้องพักของดยุกที่มีจิตรกรรมฝาผนังโดยจูลิโอ โรมาโน

ชาเปลซานตาบาร์บาราของวังสำหรับตระกูลกอนซากาออกแบบโดยจิโอวาน บัตติสตา แบร์ตานิที่สร้างระหว่างคริสต์ศตวรรษที่ 16 และ 17 สถาปนิกอันโตนิโอ มาเรีย วิอานิสร้างชุดห้องพักของวินเชนโซที่ 1 กอนซากา รวมทั้ง “ห้องเมตะมอร์ฟอร์ซิส” และ “ระเบียงเอเลโอโนรา”

ตระกูลกอนซากาพำนักอยู่ในวังระหว่าง ค.ศ. 1328 จนถึง ค.ศ. 1707 เมื่อตระกูลมาสิ้นสุดลง หลังจากนั้นสิ่งก่อสร้างก็เสื่อมโทรมลงอย่างรวดเร็ว จนกระทั่งมาได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์ในคริสต์ศตวรรษที่ 20 ในเป็นพิพิธภัณฑ์

สิ่งก่อสร้าง[แก้]

ทางเข้าวังอยู่ทางด้านจตุรัสซอร์เดลโลซึ่งเป็นด้านของส่วนที่เก่าที่สุดของวัง --วังกัปตัน และ วังใหญ่ “บันไดดัชเชส” สร้างในคริสต์ศตวรรษที่ 17 และซ่อมแซมในปี ค.ศ. 1779 โดยเพาโล พอซโซที่นำไปยังห้องโมโรเนที่ตั้งตามชื่องานจิตรกรรมของจิตกรชาวเวโรนาโดเมนนิโค โมโรเน เป็นภาพ “การขับโบนาโคลซิในปี ค.ศ. 1328” (Expulsion of the Bonacolsi in 1328) (ฉากจากจตุรัสซอร์เดลโล) ชั้นล่างของวังกัปตันเป็นห้องแรกของจัวสตาลลาที่มีรายภาพเหมือนของตระกูลกอนซากา ที่เดิมติดต่อไปยังห้อง “ห้องเมตะมอร์ฟอร์ซิส” และ “ห้องพิซาเนลโล” ที่ตามมาด้วย หลังปี ค.ศ. 1433 อันโตนิโอ ปิซาโน ได้รับจ้างให้เขียนจิตรกรรมฝาผนังฉาก “การแข่งขัน” และอื่นๆ แต่เขียนไม่เสร็จ

ระเบียงใหม่สร้างในปี ค.ศ. 1778 โดยจูเซปเป ปิแอร์มารินิเพื่อเชื่อมห้องพักจัวสตาลลากับหัองพักของดยุก ที่เป็นที่ตั้งของฉากแท่นบูชาหลายแท่นที่สร้างตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 16 จนถึงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 18 โดยฟรานเชสโค บอร์กานิ, คาร์โล โบโนนิ, สปาโยเลตโตและอื่นๆ ระเบียงสิ้นสุดลงด้วย “ห้องนักขมังธนู” (Sala degli Arcieri) ที่มีงานฉากแท่นบูชาฉากสำคัญโดยปีเตอร์ พอล รูเบนส์ ที่เดิมเป็นส่วนหนึ่งของบานพับภาพของวัดซานทิสสิมาทรินิตาในเมืองมานตัวเป็นภาพ “ตระกูลกอนซากาในการชื่นชมพระตรีเอกานุภาพ”

ห้องต่อมาเป็น “ห้องกระจก” (Galleria degli Specchi) ที่สร้างเป็นระเบียงเปิดตกแต่งเป็นศิลปะฟื้นฟูคลาสสิคระหว่างปี ค.ศ. 1773 ถึงปี ค.ศ. 1779 เพดานเป็นจิตรกรรมฝาผนังโดยลูกศิษย์สองคนของจุยโด เรนิ

อ้างอิง[แก้]

  1. Paoletti, John T.; Gary M. Radke (2005). Art, Power, and Patronage in Renaissance Italy. Upper Saddle River: Pearson/Prentice Hall. pp. pp. 356–359.  .
  2. Schneider Adams, Laurie (2001). Italian Renaissance Art. Boulder: Westview Press. pp. pp. 262–267. .

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

วิกิมีเดียคอมมอนส์มีสื่อเกี่ยวกับ วังดยุกแห่งมานตัว

ระเบียงภาพ[แก้]