เปเตอร์ เปาล์ รือเบินส์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก ปีเตอร์ พอล รูเบนส์)
เปเตอร์ เปาล์ รือเบินส์

เปเตอร์ เปาล์ รือเบินส์ (ดัตช์: Peter Paul Rubens, เสียงอ่าน: [ˈrybə(n)s]; 28 มิถุนายน พ.ศ. 2120 - 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2183) เป็นจิตรกรชาวเฟลมิชที่มีชื่อเสียงในคริสต์ศตวรรษที่ 17 มีผลงานในรูปแบบศิลปะบาโรก

ประวัติ[แก้]

รือเบินส์เกิดในปี พ.ศ. 2120 ที่เมืองซีเกิน (Siegen) ใกล้กับโคโลญ ตระกูลของเขามาจากนครแอนต์เวิร์ป ซึ่งอยู่ในอาณาบริเวณของประเทศที่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเลซึ่งในปัจจุบันนี้เราเรียกว่าประเทศเบลเยียม

ในสมัยนั้นประเทศฮอลแลนด์และประเทศเบลเยียมมีฐานะเป็นแว่นแคว้นรวมอยู่ในประเทศเดียวกัน โดยอยู่ภายใต้การปกครองของชาวสเปนและประชาชนทั้งหลายต่างก็กำลังจะเริ่มก่อกบฏต่อต้านผู้กดขี่พวกเขา บิดาของรือเบินส์ต้องหลบหนีจากสเปนไปยังประเทศเยอรมนี และที่นั้นในเมืองเล็ก ๆ แห่งหนึ่งที่มีชื่อว่าเมืองซีเกิน ก็กลายเป็นที่กำเนิดของรือเบินส์ พอเขาอายุ 9 ปี ก็มาอยู่เมืองโคโลญกับบิดา มารดา และฟีลิปผู้เป็นพี่ชาย ใน พ.ศ. 2130 บิดาของเขาถึงแก่กรรมลง มารดาของเขาจึงส่งบุตรคนน้องนี้กลับไปนครแอนต์เวิร์ป

รือเบินส์เข้าโรงเรียนในนครแอนต์เวิร์ป และเรียนรู้ภาษาละตินและภาษากรีกด้วย ผู้เป็นมารดาต้องการให้เขาเป็นข้าราชสำนัก พอเขาอายุ 13 ปี เธอจึงส่งเขาไปเป็นมหาดเล็กในราชสำนักของเจ้าฟ้าหญิงใหญ่ ทรงพระนามว่า มาร์เกอริต เดอ ลีญ ชีวิตที่นี่ไม่มีอะไรน่าสนใจสำหรับหนูน้อยผู้นี้เลย (รือเบินส์พบว่า การเป็นเด็กมหาดเล็กรับใช้ในราชสำนักช่างเป็นชีวิตที่น่าเบื่อเสียจริง ๆ) เพราะเขาพร้อมที่จะแสดงสัญญาณแห่งอัจฉริยะทางการเขียนภาพให้ปรากฏอยู่แล้ว

รือเบินส์ร้องขอให้มารดาพาเขาออกไปจากราชสำนัก และแล้วในปี พ.ศ. 2134 เขาถูกส่งตัวไปศึกษากับจิตรกรภาพทิวทัศน์นามว่า โตบียัส เฟอร์ฮาคต์ (Tobias Verhaecht) หลังจากนั้นอีก 6 เดือน เขาก็ได้ไปทำงานอยู่กับศิลปินอีกคนหนึ่ง คือ อาดัม ฟัน โนร์ต (Adam van Noort) และใช้เวลา 4 ปีอยู่ในห้องปฏิบัติงานศิลปะที่ค่อนข้างจะไม่เรียบร้อยของศิลปินผู้นี้ แต่ก็สนุกสนานมากทีเดียว ครูคนที่ 3 ของเขาเคยเดินทางท่องเที่ยวมามาก และเป็นคนฉลาดหลักแหลมมาก ด้วยครูคนนี้มีนามว่า โอตโต ฟัน เฟน (Otto van Veen) ซึ่งรือเบินส์ก็ได้ทำงานในห้องปฏิบัติศิลปะของเขาเรื่อยมาจนกระทั่ง พ.ศ. 2143

แต่สำหรับพรสวรรค์ทางศิลปะที่ยิ่งใหญ่ของเขา แม้แต่แอนต์เวิร์ป (ซึ่งในขณะนั้นใหญ่กว่าลอนดอนหรือปารีส) ก็ยังเล็กเกินไป เขาเริ่มเดินทางไปอิตาลี ตอนนี้เขาศึกษา วาด และลอกทุกอย่างในศิลปะอิตาลีที่เขาสามารถเจอเป็นครั้งแรก โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับทิเชียน

ที่โรม ศิลปะบาโรกกำลังเกิดขึ้นในฐานะศิลปะเรอแนซ็องส์ครั้งที่สอง ขณะนั้นเป็นสมัยของสมเด็จพระสันตะปาปาปอลที่ 5 รือเบินส์อยู่ในโนโรมเกือบสี่ปี เขาศึกษางานของมีเกลันเจโลในโบสถ์น้อยซิสทีน การศึกษากับราฟาเอลของเขาละเอียดไม่น้อยกว่ากัน รือเบินส์จากโรมในพ.ศ. 2151 และกลับไปแอนต์เวิร์ป ทันทีทันใดหลังการกลับของเขา เขาวาดการชื่นชมของแมไจสำหรับศาลาว่าการเมืองแอนต์เวิร์ป

ชีวิตของรือเบินส์น่าทึ่งและโลดแล่นอย่างมีพลังคล้ายองค์ประกอบภาพของเขา ในฤดูร้อนของ พ.ศ. 2152 เขาแต่งงานกับอีซาแบ็ลลา บรันต์ (Isabella Brant) ลูกสาวของผู้สูงศักดิ์แอนต์เวิร์ป และไม่นานเขาย้ายไปในบ้านหลังใหญ่ซึ่งในหลายปีต่อมาเขาขยายให้มีเป็นลักษณะราวกับพระราชวังด้วยห้องทำงานขนาดใหญ่ รือเบินส์ได้รับการแต่งตั้งเป็นจิตรกรในราชสำนักของอาร์ชดุ๊กอัลเบร็ชท์ ข้าหลวงสเปน แต่เขาได้รับระยะเวลาในสัญญาที่ให้เขาอยู่และทำงานในแอนต์เวิร์ปมากกว่าที่นั่งของรัฐบาลในบรัสเซลส์ หลังจากนั้นพ่อของเขาเป็นนายกเทศมนตรีแอนต์เวิร์ป เมืองที่ร่ำรวยสุดในยุโรป

การสัมผัสอย่างใกล้ชิดกับสภาเมืองแอนต์เวิร์ปของเขา, ข้าหลวงสเปนในบรัสเซลล์ และความมีเมตตาสุดนำรือเบินส์ไปในศูนย์กลางของอำนาจทางการเมือง สตูดิโอของเขากลายเป็นจุดศูนย์กลางของกิจกรรมทางการทูต โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังการเกิดขึ้นของสงคราม 30 ปีใน พ.ศ. 2161 กษัตริย์แห่งสเปนพระราชทานตำแหน่งอันมีเกียรติแก่รือเบินส์ และระหว่างภารกิจทางการทูตครั้งหนึ่ง เขารับพระราชทานการแต่งตั้งเป็นอัศวินโดยพระเจ้าชาลส์ที่ 1 แห่งอังกฤษ

ดูเพิ่ม[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]