พรรคริพับลิกัน (สหรัฐอเมริกา)

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
พรรคริพับลิกัน
หัวหน้าพรรค ไมเคิล สตีล
ก่อตั้ง ค.ศ. 1854
สำนักงานใหญ่ 310 First Street SE Washington DC 20003
สี ███ สีแดง
วุฒิสภา
45 / 100
สภาผู้แทนราษฎร
234 / 435
จำนวนผู้ว่าราชการ
30 / 50
ที่นั่งบนอาคารรัฐสภา
1,022 / 1,972
รัฐที่นั่งสภาผู้แทนราษฎร
2,786 / 5,411
เว็บไซต์
http://www.gop.com

พรรคริพับลิกัน (Republican Party ชื่ออื่นคือ Grand Old Party หรือ GOP) เป็นพรรคการเมืองอนุรักษนิยม ซึ่งเป็นหนึ่งในสองพรรคของสหรัฐอเมริกาที่มีขนาดใหญ่ที่สุด (อีกพรรคหนึ่งคือ พรรคเดโมแครต) ประธานาธิบดีจากพรรคนี้คนล่าสุดคือ จอร์จ ดับเบิลยู. บุช

ถ้านับตั้งแต่ ค.ศ. 1856 พรรคริพับลิกันส่งผู้สมัครลงชิงตำแหน่งประธานาธิบดีทั้งหมด 38 ครั้ง ชนะ 23 ครั้ง

ประวัติของพรรค[แก้]

พรรครีพับบลีกันตั้งขึ้นภายใต้การนำของประธานาธิบดีอับราฮัม ลินคอล์น (Abraham Lincoln) เมื่อค.ศ. 1854 เป็นแยกตัวของนักการเมืองผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับระบอบทาส ออกมาจากพรรควิก (Whig Party) ชื่อพรรครีพับบลีกันเป็นการตั้งชื่อเลียนแบบพรรครีพับบลีกันเก่าดั้งเดิมของสหรัฐอเมริกาซึ่งก่อตั้งโดยประธานาธิบดีโธมัส เจฟเฟอร์สัน (Thomas Jefferson) การเลือกตั้งประธานาธิบดีในปีค.ศ. 1860 พรรครีพับบลีกันภายใต้การนำของอับราฮัม ลินคอล์น ได้รับชัยชนะท่วมท้นในมลรัฐทางภาคเหนือและได้เป็นประธานาธิบดี เป็นเหตุให้รัฐทางใต้ซึ่งไม่พอใจนโยบายเลิกทาสของลินคอล์นจึงแยกตัวออกไป นำไปสู่สงครามกลางเมืองอเมริกา (American Civil War) สงครามสิ้นสุดลงฝ่ายเหนือได้รับชัยชนะ ทำให้พรรครีพับบลิกันซึ่งชูนโยบายเลิกทาสประสบความสำเร็จและมีชัยชนะในการเลือกตั้งอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาประมาณเจ็ดสิบปี ตั้งแต่ค.ศ. 1860 ถึง ค.ศ. 1933 (ยกเว้นในสมัยของประธานาธิบดีวูดโรว์ วิลสัน) ครองเสียงข้างมากทั้งในสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภามาเกือบจะโดยตลอด เป็นแหล่งที่มาของประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาในสมัยแห่งการฟื้นฟู (Reconstruction) และสมัยแห่งความก้าวหน้า (Progressive Era) ที่สำคัญได้แก่ ยูลิสซิส เอส. แกรนท์ (Ulysees S. Grant) และธีโอดอร์ โรสเวลต์ (Theodore Roosevelt)

ในช่วงแรกนั้นนโยบายของพรรครีพับบลีกันมีความเป็นเสรีนิยม ส่งเสริมความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยี การขยายอาณานิคม และการส่งเสริมสิทธิของชาวแอฟริกันอเมริกัน จนกระทั่งค.ศ. 1933 นายแฟรงกลิน ดี. โรสเวลต์ (Franklin D. Roosevelt) แห่งพรรคเดโมแครต (Democrat Party) ชูนโยบายสังคมเสรีนิยมทำให้พรรครีพับลีกันมีความนิยมที่เสื่อมลงและต้องสูญเสียอำนาจในการบริหารประเทศ รวมทั้งสูญเสียเสียงข้างมากทั้งในสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาให้แก่พรรคเดโมแครต ทำให้พรรครีพับบลีกันเป็นพรรคการเมืองฝ่ายค้านเสียส่วนใหญ่ในช่วงเวลาประมาณเจ็ดสิบปี ตั้งแต่ค.ศ. 1933 ถึง ค.ศ. 1994

ในช่วงสงครามเย็น แม้ว่าในรัฐสภาจะมีพรรคเดโมแครตกุมเสียงข้างมากอยู่ แต่ก็มีประธานาธิบดีจากพรรครีพับบลีกันได้รับเลือกตั้งถึงสามคน ได้แก่ ดไวต์ ดี. ไอเซนฮาวร์ (Dwight D. Eisenhower) ผู้นำสหรัฐอเมริกาเข้าสู่สงครามเกาหลี ริชาร์ด นิกสัน (Richard Nixon) ผู้มีนโยบายผ่อนปรนกับสาธารณรัฐประชาชนจีนและถอนสหรัฐอเมริกาออกจากสงครามเวียดนาม และโรนัลด์ เรแกน (Ronald Reagan) ผู้นำสหรัฐอเมริกาในการยุติสงครามเย็น

ในค.ศ. 1994 ในสมัยของประธานาธิบดีบิล คลินตัน พรรครีพับบลีกันได้เสียงข้างมากกลับคืนมาทั้งในสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาเป็นครั้งแรกในรอบเจ็ดสิบปี ค.ศ. 2000 ประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู. บุชจากพรรครีพับบลีกันชนะการเลือกตั้ง

ดูเพิ่ม[แก้]