ฝนดาวตก

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไฟล์:ฝนดาวตก.JPEG
ฝนดาวตกเจมินิดส์ ภาพโดย Erno Berko / APOD

ฝนดาวตก คือดาวตกหลายดวงที่เหมือนพุ่งออกมาจากบริเวณเดียวกันในท้องฟ้าในช่วงเวลาเดียวกันของปี ซึ่งเกิดจากเศษชิ้นส่วนในอวกาศที่พุ่งเข้ามาในบรรยากาศโลกด้วยอัตราเร็วสูง แต่ละคราวที่ดาวหางเข้ามาใกล้ดวงอาทิตย์ จะมีเศษชิ้นส่วนขนาดเล็กของดาวหางถูกสลัดทิ้งไว้ตามทางโคจร เรียกว่า "ธารสะเก็ดดาว" หากวงโคจรของโลกและของดาวหางซ้อนทับกัน โลกจะเคลื่อนที่ผ่านธารสะเก็ดดาวในช่วงวันเดียวกันของแต่ละปี ทำให้เกิดฝนดาวตก

การที่สะเก็ดดาวในธารเดียวกัน เคลื่อนที่ขนานกันและมีอัตราเร็วเท่ากัน ดาวตกที่เราเห็นจึงดูเหมือนพุ่งออกมาจากจุดเดียวกันในท้องฟ้า ซึ่งเป็นผลจากทัศนมิติ (perspective) เปรียบเหมือนกับที่เราเห็นรางรถไฟไปบรรจบกันที่ขอบฟ้า เมื่อยืนดูจากกลางราง

ฝนดาวตก คือ[แก้]

ฝนดาวตก ( Meteor shower )เกิดจากการที่โลกโคจรผ่านทะลุฝุ่นที่มาจากหางของดาวหาง แตกต่างจากดาวตกทั่วไป คือ เป็นดาวตกที่มีปริมาณการตกมากกว่า และถี่กว่าดาวตกปกติ ปริมาณของฝนดาวตกนั้นขึ้นอยู่กับว่ามีเศษฝุ่น เศษหินจากสะเก็ดดาวหางมากน้อยเพียงใด ซึ่งบางครั้งฝนดาวตกอาจตกมากถึง 10,000 ดวงต่อชั่วโมง โดยมีทิศทางเหมือนมาจากจุดๆหนึ่งบนท้องฟ้า เรียกว่า จุดกำเนิด (radiant) เมื่อจุดกำเนิดนั้นตรงหรือใกล้เคียงกับกลุ่มดาวอะไร ก็จะเรียกชื่อฝนดาวตกตามกลุ่มดาวนั้นๆ หรือ ดาวที่อยู่ใกล้กลุ่มดาวนั้น เช่น ฝนดาวตกเพอร์เซอัส(กลุ่มดาวเพอร์เซอัส) หรือ ฝนดาวตกอีต้าอะควอลิด (ดาวอีต้า คนแบกหม้อน้ำ) เป็นต้น ซึ่งเราสามารถกำหนดช่วงเวลาการตกได้ว่าตรงกับวันไหนวันที่เท่าไหร่ และเวลาใด ซึ่งฝนดาวตกบางชนิดจะมีปริมาณการตกน้อย คล้ายกับดาวตกทั่วไป แต่ก็มีบางชนิดที่มีปริมาณการตกมาก และทิศทางที่แน่นอน มีลักษณะคล้ายกับฝนตก ในการดูฝนดาวตกนั้นช่วงเวลาที่ดีที่สุดคือหลังเที่ยงคืน เพราะเป็นเวลาที่ชีกโลกที่เราอยู่จะรับดาวตกที่พุ่งเข้ามาแบบตรงๆ ซึ่งช่วงเวลาที่ดาวตกเกิดก่อนเที่ยงคืนหรือช่วงหัวค่ำนั้นจะเป็นช่วงที่ดาวตกวิ่งสวนทางการหมุนรอบตัวเองของโลก เราจะเห็นดาวตกมีความเร็วสูง แต่ถ้าฝนดาวตกที่เกิดหลังเที่ยงคืนไปแล้วหรือในเวลาใกล้รุ่ง จะเป็นช่วงที่ดาวตกวิ่งตามทิศทางการหมุนของโลก เราจึงเห็นดาวตกที่อยู่ในช่วงเวลาใกล้รุ่งนั้นวิ่งช้า

เรื่องที่มีความเกี่ยวข้องกับฝนดาวตก ที่ทำให้เกิดปรากฏการณ์ฝนดาวตกได้เแก่[แก้]

  • ดาวตก ( meteor ) คือเศษฝุ่น เศษหิน หรือโลหะชิ้นเล็กๆ จนถึงก้อนขนาดใหญ่ ถ้าอยู่ในอวกาศจะเรียกว่า สะเก็ดดาว ( meteoroid ) ซึ่งไม่มีแสงสว่างในตัวเอง เมื่อเคลื่อนที่หรือล่องลอยเข้ามา ใกล้วงโคจรของโลก จะถูกแรงดึงดูดของโลกดูดเข้ามาในชั้นบรรยากาศ และตกลงสู่พื้นโลกด้วยความเร็วตั้งแต่ 11 – 64 กิโลเมตรต่อวินาที เกิดการเสียดสีจนร้อนและลุกไหม้ เกิดเป็นแสงพาดผ่านบนท้องฟ้า ที่ระดับความสูงประมาณ 100 – 130 กิโลเมตรจากพื้นโลก หรือเรียกอีกอย่างว่า ผีพุ่งใต้ (shooting star) ซึ่งส่วนใหญ่จะถูกเผาไหม้จนหมดสิ้นขณะเคลื่อนที่ผ่านไปในชั้นบรรยากาศ แต่ถ้าหากเศษฝุ่นเหล่านั้นมีขนาดใหญ่มาก และเผาไหม้ไม่หมดในชั้นบรรยากาศ ก็จะตกลงมาถึงพื้นโลก เรียกว่า อุกกาบาต ( meteorite )
  • สะเก็ดดาวหาง หรือ อุกกาบาต คือก้อนหินในอวกาศ ส่วนมากมีขนาดเล็ก หรือบางดวงก็เป็นก้อนขนาดใหญ่ ซึ่งส่วนมากจะถูกเผาไหม้จากการเสียดสีกับชั้นบรรยากาศในขณะที่กำลังพุ่งตกลงมาสู่โลก แต่บางชิ้นที่มีขนาดใหญ่มากถูกเผาไหม้ไม่หมด จึงตกลงบนผิวโลก ทำให้เกิดหลุมขนาดต่างๆ บนพื้นผิวโลก ชนิดของอุกกาบาต เช่น อุกกาบาตเหล็ก อุกกาบาตหิน-เหล็ก หรืออุกกาบาตหินคอนไดรต์ ซึ่งอาจมาจากดาวเคราะห์น้อยขนาดใหญ่ที่เนื้อดาวแตกแยกเป็นชิ้นๆ
  • ดาวหาง ( Comet ) คือก้อนน้ำแข็งและฝุ่นขนาดใหญ่ ที่พุ่งมาจากขอบนอกของระบบสุริยะจักรวาล เมื่อเคลื่อนเข้าใกล้ดวงอาทิตย์ในระยะวงโคจรของดาวพฤหัสบดี ผิวนอกจะเริ่มละลายและเกิดแนวแสงสว่างเป็นทางยาวคล้ายหาง ที่ประกอบด้วยแก๊สและฝุ่น เมื่อเคลื่อนเข้ามาใกล้โลกหางของดาวหางจะสว่างและยาวขึ้น ทำให้สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า

ดูเพิ่ม[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

อ้างอิง[แก้]

http://www.darasart.com/solarsystem/meteor/meteorshower.htm

http://web.ku.ac.th/schoolnet/snet3/supinya/light_heaven/l_heaven.htm

http://kanchanapisek.or.th/kp6/sub/book/book.php?book=31&chap=8&page=t31-8-infodetail04.html

http://www.myfirstbrain.com/student_view.aspx?ID=94602

http://news.sanook.com/958771/%E0%B8%AA%E0%B8%B5%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%9D%E0%B8%99%E0%B8%94%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%95%E0%B8%81-%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%8B%E0%B8%B4%E0%B8%AD%E0%B8%B1%E0%B8%AA-%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%A1%E0%B8%B8%E0%B8%A1%E0%B9%82%E0%B8%A5%E0%B8%81/

  • ชังซูฮานึลโซ. 101 เธอรู้ไหม: เจาะลึกคำถามเรื่องอวกาศ. กรุงเทพฯ: นานมีบุคส์พับลิเคชั่น, 2554.
  • เผยความลับอาณาจักรดาวเคราะห์/ ทอม โจนส์ และ เอลเลน สโตแฟน: เขียน; อศิระ วนัส: แปล จาก Planetology: Unlocking the secrets of the solar system. กรุงเทพฯ: เนชั่นแนลจิโอกราฟิก, 2552.
  • เคอร์รอด, โรบิน.วีถีความเป็นไปแห่งเอกภพ = The way the universe works.-- กรุงเทพฯ: ปาเจรา, 2553.
  • ปานสิริ พันธุ์สุวรรณ. สารานุกรมอวกาศ. กรุงเทพฯ: ฟาร์อีสต์พับลิเกชั่น จำกัด; 2547.
  • ทวีศักดิ์ บุญบุชาไชย. ดวงดาวและโลกของเรา ม.4-6. กรุงเทพฯ: พ.ศ. พัฒนา จำกัด, 2556.




https://commons.wikimedia.org/wiki/File:%E0%B8%9D%E0%B8%99%E0%B8%94%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%95%E0%B8%81.jpg

ดูเพิ่ม[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]