บิลลี จีน
-
สำหรับนักเทนนิสหญิงชาวอเมริกัน ดูที่ บิลลี จีน คิง
| "Billie Jean" | |||||
|---|---|---|---|---|---|
| ซิงเกิล โดย Michael Jackson | |||||
| จากอัลบั้ม Thriller | |||||
| หน้าบี | "It's the Falling in Love"/"Can't Get Outta the Rain" | ||||
| ออกจำหน่าย | January 2, 1983 | ||||
| รูปแบบ | 7" single | ||||
| บันทึกเสียง | 1982 | ||||
| แนวเพลง | Dance-pop, R&B, Funk | ||||
| ความยาว | 4:54 | ||||
| ค่ายเพลง | Epic Records | ||||
| ผู้ประพันธ์ | Michael Jackson | ||||
| โปรดิวเซอร์ | Quincy Jones | ||||
| รางวัล | Platinum | ||||
| ลำดับซิงเกิลของ Michael Jackson | |||||
|
|||||
บิลลี จีน (อังกฤษ: Billie Jean) เป็นเพลงแดนซ์-ป็อป อาร์แอนด์บีโดยไมเคิล แจ็กสัน เพลงนี้แต่งโดยแจ็กสัน และโปรดิวซ์โดยควินซี โจนส์ บรรจุอยู่ในอัลบั้ม Thriller (1982) อัลบั้มที่หกของไมเคิล แจ็กสัน เนื้อเพลงกล่าวถึงประสบการณ์จริงของไมเคิล แจ็กสัน ที่ถูกคุกคามโดยแฟนเพลงสาว ที่เป็นผู้ป่วยทางจิตและอ้างว่าเธอกำลังตั้งครรภ์ลูกแฝดของไมเคิล [1][2]
ในตอนแรก เพลงนี้เกือบไม่ได้บรรจุอยู่ในอัลบั้ม เนื่องจากควินซี โจนส์ไม่ชอบเพลงนี้ และเสนอแนะให้เปลี่ยนชื่อเพลง เพื่อไม่ให้ผู้ฟังสับสนว่าเนื้อเพลงกล่าวถึงบิลลี จีน คิง (Billie Jean King) นักเทนนิสหญิงอเมริกัน อดีตมืออันดับหนึ่งของโลก แต่แจ็กสันยังยืนยันที่จะให้บรรจุเพลงนี้ไว้ในอัลบั้ม เพลงนี้ถูกตัดเป็นซิงเกิลเมื่อวันที่ 2 มกราคม ค.ศ. 1983 เป็นเพลงที่สองในอัลบั้ม ขึ้นถึงอันดับหนึ่งจากการจัดอันดับของนิตยสารบิลบอร์ด และอยู่ในอันดับนาน 7 สัปดาห์
มิวสิกวิดีโอของเพลงบิลลี จีน ออกอากาศทางเอ็มทีวี ซึ่งในขณะนั้นยังเป็นสถานีโทรทัศน์ช่องเล็ก ในครั้งแรกเอ็มทีวีปฏิเสธที่จะออกอากาศ เนื่องจากนโยบายการเหยียดผิว แต่ด้วยอิทธิพลของผู้บริหารของซีบีเอส ต้นสังกัดของไมเคิล แจ็กสัน เป็นผู้กดดันให้เอ็มทีวีต้องตัดสินใจยอมออกอากาศในที่สุด [3] นับเป็นผลงานชิ้นแรกของศิลปินผิวดำที่ได้ออกอากาศผ่านทางเครือข่าย [4] และได้รับความนิยม ทำให้สถานีนี้เริ่มได้รับความนิยม
เมื่อวันที่ 25 มีนาคม ค.ศ. 1983 ไมเคิล แจ็กสันได้รับเชิญให้ร่วมแสดงดนตรีเนื่องในงานฉลองครบรอบ 25 ปีของโมทาวน์ Motown 25: Yesterday, Today, Forever เขาแสดงร่วมกันกับพี่ชายสี่คนจากเดอะ แจ็กสัน ไฟฟ์เป็นครั้งแรกในรอบหลายปี แล้วจบท้ายด้วยการแสดงเดี่ยวกับเพลงบิลลี จีน โดยที่ไม่มีใครคาดหวัง ใครๆ ต่างก็คิดว่าไมเคิลจะเต้นด้วยท่าเต้นธรรมดา ในการแสดงครั้งนี้ไมเคิล แจ็กสันได้เต้นด้วยท่าแบ็กสไลด์ ต่อหน้าสาธารณชนเป็นครั้งแรก การแสดงท่าทางเหมือนเดินไปข้างหน้า แต่ในความเป็นจริงร่างกายกลับถอยไปข้างหลัง กลายเป็นความแปลกใหม่ ทำให้เขากลายเป็นที่สนใจต่อสาธารณชน สื่อมวลชนเรียกชื่อท่าเต้นนี้ว่า มูนวอล์ก (moonwalk) และกลายเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้เขากลายเป็นศิลปินที่ได้รับความนิยมในระดับโลก [5][6]
การแสดงที่โมทาวน์ในคืนนั้น มีผู้ชมทางโทรทัศน์กว่า 50 ล้านคน ทำให้เขาได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลเอมมี [7][8] และยอดขายของอัลบั้ม Thriller สูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด จนติดอันดับอัลบั้มที่มียอดขายสูงที่สุดในโลก
[แก้] อ้างอิง
- ^ Taraborrelli, pp. 223–224
- ^ Murphy, Sport (January 27, 2008). "Man in the moonwalk". New York Post. http://www.nypost.com/seven/01272008/entertainment/music/man_in_the_moonwalk_427676.htm?page=0. เรียกข้อมูลเมื่อ February 15, 2009.
- ^ "The 500 Greatest Songs Since You Were Born: Number 1", 'Blender', (October, 2005). สืบค้นวันที่ February 15, 2009
- ^ Campbell, p. 58
- ^ Leopold, Todd (June 6, 2005). "Michael Jackson: A life in the spotlight". CNN. http://edition.cnn.com/2005/SHOWBIZ/Music/01/30/jackson.life/. เรียกข้อมูลเมื่อ February 15, 2009.
- ^ Cannon, Bob. "A Giant Step for Jackson". Entertainment Weekly. http://www.ew.com/ew/article/0,,301524,00.html. เรียกข้อมูลเมื่อ February 15, 2009.
- ^ "A Glance at the Career of Michael Jackson". Fox News Channel. (June 14, 2005). http://www.foxnews.com/story/0,2933,159509,00.html. เรียกข้อมูลเมื่อ February 15, 2009.
- ^ Harris, Chris (January 14, 2008). "Michael Jackson, Akon Are 'Startin' Somethin' On Thriller 25 Track". MTV. http://www.mtv.com/news/articles/1579562/20080114/jackson_michael.jhtml?loc=interstitialskip. เรียกข้อมูลเมื่อ February 15, 2009.
[แก้] แหล่งข้อมูลอื่น
- วิดีโอการแสดงเพลง Billie Jean ที่ไมเคิล แจ็กสัน เต้นท่ามูนวอล์กต่อหน้าสาธารณชนเป็นครั้งแรก
- เพลง Billie Jean ในการแสดง Motown 25: Yesterday, Today, Forever ฉบับเต็ม
[แก้] มิวสิก วีดิโอ