พัน กีมุน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางมาจาก บัน คี มุน)
พัน กีมุน
เลขาธิการสหประชาชาติ
อยู่ในวาระ
เริ่มดำรงตำแหน่ง
1 มกราคม ค.ศ. 2007
รักษาการแทน อาชา-โรส มิกิโร
สมัยก่อนหน้า โคฟี อันนัน
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและการค้า
ดำรงตำแหน่ง
17 มกราคม ค.ศ. 2004 – 10 พฤศจิกายน ค.ศ. 2007
ประธานาธิบดี โน มูฮยอน
นายกรัฐมนตรี โก คุน
ลี แฮชัน
ฮัน ดุกซู
ฮัน เมียงซุก
สมัยก่อนหน้า ยุน ยังควาน
สมัยถัดไป ซง มินซุน
ข้อมูลส่วนบุคคล
เกิด 13 มิถุนายน ค.ศ. 1944 (68 ปี)[1]
เทศมณฑลอึมซอง จังหวัดชุงชองเหนือ ดินแดนเกาหลี จักรวรรดิญี่ปุ่น
สัญชาติ เกาหลีใต้
คู่สมรส ยู ซุนแท็ก
ศิษย์เก่า มหาวิทยาลัยนานาชาติโซล (B.A.)
มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด (M.P.A.)
ศาสนา ไม่เปิดเผยต่อสาธารณะ[2][3]
ลายมือชื่อ

พัน กีมุน (เกาหลี: 반기문, ฮันจา: 潘基文, MC: Ban Gi-mun, MR: Pan Ki-mun; 13 มิถุนายน พ.ศ. 2487 - ) เลขาธิการสหประชาชาติคนที่ 8 และคนปัจจุบัน ต่อจากโคฟี อันนัน โดยได้รับตำแหน่งเมื่อวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2550 ก่อนที่จะเข้ารับตำแหน่ง พันเคยเป็นนักการทูตในกระทรวงการต่างประเทศและการค้าของเกาหลีใต้และในสหประชาชาติ เขาได้ก้าวเข้าสู่พิธีการทูตตั้งแต่ปีที่สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัย โดยได้รับตำแหน่งแรกในนิวเดลี ประเทศอินเดีย ในระหว่างการทำงาน เขาได้สร้างชื่อเสียงในด้านความถ่อมตนและความสามารถ

พันดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและการค้าของเกาหลีใต้ตั้งแต่เดือนมกราคม พ.ศ. 2547 ถึงเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2549 ในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2549 เขาเริ่มการรณรงค์หาเสียงสำหรับตำแหน่งเลขาธิการสหประชาชาติ เดิมทีพันถูกพิจารณาว่ามีโอกาสเข้ารับตำแหน่งน้อยมาก อย่างไรก็ตาม ในฐานะรัฐมนตรี เขาสามารถเดินทางไปยังประเทศสมาชิกคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติทุกประเทศได้ ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่ทำให้เขาได้เปรียบมากขึ้น

เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2549 เขาได้รับเลือกจากสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการสหประชาชาติคนที่ 8 เมื่อวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2550 เขาสืบทอดตำแหน่งอันนันสำเร็จ และนำการปฏิรูปครั้งสำคัญในการรักษาสันติภาพและปฏิบัติการการจัดวางกำลังของสหประชาชาติ ในทางการทูต พันได้ให้ความเอาใจใส่อย่างมากต่อความขัดแย้งในดาร์ฟูร์ ที่ซึ่งเขาช่วยชักนำให้ประธานาธิบดีซูดาน อูมัร ฮะซัน อะห์มัด อัลบะชีร์ ยินยอมให้กองกำลังรักษาสันติภาพเข้าสู่ซูดาน ในประเด็นเกี่ยวกับปรากฏการณ์โลกร้อน เขาได้กดดันปัญหาดังกล่าวหลายครั้งกับอดีตประธานาธิบดีสหรัฐ จอร์จ ดับเบิลยู. บุช

เนื้อหา

การศึกษา [แก้]

นายพันสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศจากมหาวิทยาลัยแห่งชาติกรุงโซลใน ปีพ.ศ. 2513 และสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทสาขารัฐประศาสนศาสตร์จากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดในปี พ.ศ. 2528

ประวัติ [แก้]

นายพันสมรสกับนางยู ซูน แท็ก และมีลูกชาย 1 คน กับลูกสาว 2 คน ถึงแม้จะเป็นชาวเกาหลีใต้โดยกำเนิด แต่นายพันก็มีความคล่องแคล่วในภาษาอังกฤษและภาษาฝรั่งเศส เมื่อครั้งยังเป็นนักเรียนมัธยมในทศวรรษที่ 60 นายพันชนะเลิศการแข่งขันภาษาอังกฤษซึ่งจัดขึ้นโดยสภากาชาดอเมริกัน ทำให้เขาได้เดินทางไปยังสหรัฐอเมริกาและเข้าพบ จอห์น เอฟ. เคนเนดี อีกด้วย เขาระบุว่าตนเองเป็นคริสต์ศาสนิกชนซึ่งไม่ได้เข้ารีตนิกายใดๆ

การสมัครเข้ารับตำแหน่งเลขาธิการสหประชาชาติ [แก้]

ในเดือนกุมภาพันธ์ ปีพ.ศ. 2549 นายพันประกาศที่จะสมัครเข้ารับตำแหน่งเลขาธิการสหประชาชาติคนใหม่ซึ่งจะเป็นผู้สืบทอดอำนาจต่อจากนายโคฟี อันนันที่จะหมดวาระเมื่อสิ้นปีพ.ศ. 2549 เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่มีชาวเกาหลีใต้ลงชิงตำแหน่ง โดยนายพันได้คะแนนนำเป็นอันดับหนึ่งทุกครั้งในการลงคะแนนหยั่งเสียงทั้ง 4 หนของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติซึ่งมีการจัดขึ้นในวันที่ 24 กรกฎาคม,[4] 14 กันยายน,[5] 28 กันยายน[6] และ 2 ตุลาคม[7]

จากผลการลงคะแนนเสียงอย่างไม่เป็นทางการเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม นายพันได้รับเสียงสนับสนุนทั้งสิ้น 14 เสียงโดยไม่มีผู้คัดค้านเลยแม้แต่เสียงเดียว และอีก 1 เสียงซึ่ง "ไม่ลงคะแนน" นอกจากนั้น เขายังไม่ถูกคัดค้านโดยใช้วีโต้คัดค้านเลย ในขณะที่ผู้ลงสมัครที่เหลืออีก 5 คนนั้นถูกลงคะแนนคัดค้านโดยแต่ละชาติสมาชิกถาวร 5 ชาติ-ซึ่งได้แก่ สาธารณรัฐประชาชนจีน ฝรั่งเศส รัสเซีย สหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกา-อย่างน้อย 1 เสียง[8] หลังจากการลงคะแนนเสียง นายชาชิ ธารูร์ ตัวแทนจากประเทศอินเดียซึ่งได้รับคะแนนเป็นอันดับสองได้ขอถอนตัวออกจากการคัดเลือกไปและกล่าวกับผู้สื่อข่าวว่าเขารู้สึก"มั่นใจว่านายพันจะชนะ" ขณะที่ผู้แทนถาวรของจีนต่อสหประชาชาติกล่าวว่า "ค่อนข้างเป็นที่แน่ชัดจากการหยั่งเสียงในวันนี้ว่าท่านรัฐมนตรีพัน คี มูนจะเป็นผู้ลงสมัครซึ่งคณะมนตรีความมั่นคงแนะนำแก่สมัชชาใหญ่"[9]

ในวันที่ 9 ตุลาคม คณะมนตรีความมั่นคงได้เลือกให้นาพันเป็นตัวแทนอย่างเป็นทางการ และเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม สมาชิกสมัชชาใหญ่ทั้ง 192 ชาติก็มีมติแต่งตั้งให้นายพันเป็นว่าที่เลขาธิการสหประชาชาติ

อ้างอิง [แก้]

  1. Warren Hoge (2006-12-09). "For New U.N. Chief, a Past Misstep Leads to Opportunity". The New York Times. 
  2. "Correction: Ban Ki-moon". The Economist. 2007-01-11. สืบค้นเมื่อ 2007-08-02. 
  3. "Transcript of Press Conference by Secretary-General-Designate Ban Ki-moon At United Nations Headquarters". un.org. 13 October 2006. สืบค้นเมื่อ 2007-12-15. 
  4. "Ban takes 1st Straw Poll". UNSG.org. 2006-07-24. สืบค้นเมื่อ 2006-09-28. 
  5. "Ban firms up lead in second Straw Poll". UNSG.org. 2006-09-14. สืบค้นเมื่อ 2006-09-28. 
  6. "Ban slips but holds, Vike Freiberga pushes into third". UNSG.org. 2006-09-28. สืบค้นเมื่อ 2006-09-28. 
  7. "Ban Ki-moon wins". UNSG.org. 2006-10-02. สืบค้นเมื่อ 2006-10-02. 
  8. "Ban vows to reform U.N. if given top job". [1]. 2006-10-03. สืบค้นเมื่อ 2006-10-09. 
  9. http://webcast.un.org/ramgen/sc/so061002pm3.rm
คุณสามารถหาข้อมูลภาษาอังกฤษเกี่ยวกับ พัน กีมุน ได้โดยค้นหาจากโครงการพี่น้องของวิกิพีเดีย:
Wiktionary-logo-th.png หาความหมาย จากวิกิพจนานุกรม
Wikibooks-logo.svg หนังสือ จากวิกิตำรา
Wikiquote-logo.svg คำคม จากวิกิคำคม
Wikisource-logo.svg ข้อมูลต้นฉบับ จากวิกิซอร์ซ
Commons-logo.svg ภาพและสื่อ จากคอมมอนส์
Wikinews-logo.svg เนื้อหาข่าว จากวิกิข่าว
Wikiversity-logo-en.svg แหล่งเรียนรู้ จากวิกิวิทยาลัย
สมัยก่อนหน้า พัน กีมุน สมัยถัดไป
โคฟี อันนัน 2leftarrow.png เลขาธิการสหประชาชาติ
(2549-ปัจจุบัน)
2rightarrow.png ยังอยู่ในตำแหน่ง