บะส่วย

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
บะส่วย
ဘဆွေ
นายกรัฐมนตรีคนที่ 2 ของพม่า
ดำรงตำแหน่ง
12 มิถุนายน พ.ศ. 2499 – 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2500
สมัยก่อนหน้า อูนุ
สมัยถัดไป อูนุ
ข้อมูลส่วนบุคคล
เกิด 17 ตุลาคม พ.ศ. 2458
ทวาย, พม่าของอังกฤษ
เสียชีวิต 6 ธันวาคม พ.ศ. 2530 (72 ปี)
ย่างกุ้ง, พม่า
สัญชาติ พม่า
พรรคการเมือง AFPFL
คู่สมรส นู นู ส่วย
บุตร Nay Nwe Ba Swe
Nay Myo Ba Swe
Nay Kyi Ba Swe
Nay Tun Ba Swe
Nay Yee Ba Swe
Nay Bala Ba Swe
Nay Nyunt Ba Swe
Nay Phoo Ba Swe
Nay Si Ba Swe
Nay Min Ba Swe
ศิษย์เก่า มหาวิทยาลัยย่างกุ้ง
อาชีพ นักการเมือง
ศาสนา ศาสนาพุทธนิกายเถรวาท

อูบะส่วย (U Ba Swe) เป็นผู้นำคนสำคัญในขบวนการทะขิ่นในพม่า เป็นผู้เลื่อมใสในลัทธิสังคมนิยม และได้เป็นผู้นำระดับสูงของพม่าหลังได้รับเอกราช และยุติบทบาทางการเมืองหลังการรัฐประหารของนายพลเนวิน

บทบาทในสมัยอาณานิคม[แก้]

บะส่วยเกิดเมื่อ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2458 ที่ทวาย เคยเข้าศึกษาที่มหาวิทยาลัยย่างกุ้งแต่ไม่จบ และเริ่มมีบทบาททางการเมืองใน พ.ศ. 2477 โดยเข้าร่วมในขบวนการทะขิ่น โดยเขาได้ร่วมในการจัดตั้งขบวนการกรรมกรเพื่อกระตุ้นให้กรรมกรเรียกร้องค่าแรงเพิ่มขึ้น แต่ไม่ค่อยได้ผลเพราะกรรมกรส่วนใหญ่เป็นชาวอินเดีย ในที่สุดจึงถูกจับคุมขังระยะหนึ่งในช่วง พ.ศ. 2481 หลังจากพ้นโทษออกมา เขาได้จัดตั้งพรรคชาวนาและกรรมกรพม่า เมื่อเกิดสงครามโลกครั้งที่สองนั้น ในช่วงแรกทะขิ่นได้ร่วมมือกับบามอว์จัดตั้งกลุ่มเสรีภาพจนถูกอังกฤษจับขัง จนเมื่อญี่ปุ่นเข้ามาในพม่า บะส่วยเป็นหนึ่งในทะขิ่นที่ร่วมมือกับญี่ปุ่น จนเมื่อทะขิ่นตั้งสันนิบาตเสรีชนต่อต้านฟาสซิสต์ บะส่วยได้เข้าร่วมในสันนิบาตนี้เช่นกัน

หลังได้รับเอกราช[แก้]

หลังสงครามโลกสิ้นสุดลง บะส่วยได้ร่วมมือกับผู้นำสันนิบาตฯ คนอื่นกำจัดกลุ่มของพรรคคอมมิวนิสต์พม่าออกไปจากพรรคได้สำเร็จ บะส่วยยิ่งมีอิทธิพลมากขึ้นหลังการเสียชีวิตของออง ซาน เมื่อพม่าได้รับเอกราชและอูนุเป็นนายกรัฐมนตรี บะส่วยได้ผลักดันให้ลัทธิสังคมนิยมเป็นแนวทางทางเศรษฐกิจของพม่า อย่างไรก็ตาม เมื่อเกิดความขัดแย้งในรัฐบาลมากขึ้นระหว่างกลุ่มของทินและอูนุ กับกลุ่มของบะส่วยและจอเย่ง

บะส่วยได้เป็นนายกรัฐมนตรีในช่วงสั้นๆ ระหว่าง เดือนมิถุนายน พ.ศ. 2499 จนถึง เดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2500 ซึ่งเป็นช่วงที่อูนุ ลาอุปสมบท เมื่อลาสิกขาแล้ว อูนุจึงมาเป็นนายกรัฐมนตรีต่อ แต่ความขัดแย้งก็ยังไม่สิ้นสุด จนอูนุตัดสินใจลาออกใน พ.ศ. 2501 และให้นายพลเนวินเข้ามาเป็นรัฐบาลรักษาการ จนมีการเลือกตั้งทั่วไปใน พ.ศ. 2503 กลุ่มของบะส่วยและจอเย่งใช้ชื่อว่าสันนิบาตเสรีชนฯฝ่ายมั่นคง (တည်မြဲဖဆပလ, Ti myè hpa hsa pa la) ส่วนกลุ่มของอูนุที่เคยใช้ชื่อว่าสันนิบาตเสรีชนฯฝ่ายสะอาด(သန့်ရှင်းဖဆပလ; Thant shin hpa hsa pa la)ได้จัดตั้งพรรคใหม่ชื่อว่าพรรคสหภาพ (ပြည်ထောင်စုပါတီ, Pyidaungsu) พรรคของอูนุชนะการเลือกตั้ง [1] ส่วนบะส่วยและจอเย่งไม่ได้รับเลือกตั้ง อูนุจึงได้จัดตั้งรัฐบาลอีก แต่เพราะทหารไม่พอใจนโยบายผ่อนปรนให้ชนกลุ่มน้อย ชาวพม่าและชนกลุ่มน้อยที่ไม่ได้นับถือศาสนาพุทธก็ไม่พอใจที่อูนุประกาศให้พุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ ทำให้นายพลเนวินก่อการรัฐประหารในวันที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2505 บะส่วยที่แม้จะอยู่ฝ่ายตรงข้ามกับอูนุและสนับสนุนฝ่ายทหารกลับถูกรัฐบาลทหารคุมขังอยู่จนถึง พ.ศ. 2509 จึงได้รับการปล่อยตัว และถึงแก่กรรมเมื่อ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2530 รวมอายุได้ 72 ปี

อ้างอิง[แก้]

  • วิไลเลขา ถาวรธนสาร. อูบะส่วย ใน สารานุกรมประวัติศาสตร์สากลสมัยใหม่: เอเชีย เล่ม 1 อักษร A-B ฉบับราชบัณฑิตยสถาน. กทม.ราชบัณฑิตยสถาน. 2539. หน้า 398 - 404
  1. Martin Smith (1991). Burma – Insurgency and the Politics of Ethnicity. London and New Jersey: Zed Books. pp. 54,57,163,176,178,186.