พรรคคอมมิวนิสต์พม่า

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ธงของพรรค เมื่อ พ.ศ. 2489 - 2512

พรรคคอมมิวนิสต์พม่า (Burma Communist Party) จัดตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2482 โดยนักศึกษาพม่าที่ได้รับอิทธิพลจากลัทธิมาร์กซและสังคมนิยม มีเป้าหมายต่อสู้เพื่อเอกราชของพม่าและจัดตั้งรัฐบาลคอมมิวนิสต์ขึ้นปกครองประเทศ มีบทบาทในการต่อต้านญี่ปุ่นสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ภายหลังได้ร่วมมือกับสันนิบาตเสรีชนต่อต้านฟาสซิสต์ หลังจากพม่าได้รับเอกราช พรรคคอมมิวนิสต์พยายามก่อการปฏิวัติเพื่อเปลี่ยนการปกครองแต่ไม่ได้รับการยอมรับจากประชาชน จึงต้องถอยไปทำการรบแบบกองโจรตามแนวชายแดนและเขตป่าเขา พรรคคอมมิวนิสต์ได้รับการสนับสนุนจากพรรคคอมมิวนิสต์จีน แต่ไม่อาจก่อการปฏิวัติได้อีกเพราะขาดกำลังพลและประสานความร่วมมือกับชนกลุ่มน้อยไม่ได้ เมื่อรัฐบาลจีนแผ่นดินใหญ่หันไปดำเนินนโยบายเป็นมิตรกับฝ่ายเสรีประชิปไตยมากขึ้น พรรคคอมมิวนิสต์พม่าจึงอ่อนแอลง และหมดความสำคัญไปเมื่อสงครามเย็นสิ้นสุดลง

กำเนิด[แก้]

พรรคคอมมิวนิสต์พม่ากำเนิดขึ้นพร้อมกับการตั้งขบวนการทะขิ่นของชาวพม่าวัยหนุ่มสาวที่นิยมลัทธิสังคมนิยม ผู้นำของทะขิ่น เช่น ทะขิ่นนุ โส และถ่านตุนได้ต้งสำนักพิมพ์นาคานี (นาคแดง) เพื่อจำหน่ายหนังสือเกี่ยวกับสังคมนิยม พ.ศ. 2478 กลุ่มทะขิ่นได้จัดตั้งสมาคมเราชาวพม่าเพื่อเป็นศูนย์รวมในการเรียกร้องเอกราช ทั้งการเดินขบวน และการนัดหยุดงาน จน พ.ศ. 2482 อองซาน โสและโกซานจึงจัดตั้งพรรคคอมมิวนิสต์พม่าโดยอองซานเป็นเลขาธิการคนแรก

เกิดความขัดแย้งในหมู่ผู้นำของพรรคอย่างรุนแรงใน พ.ศ. 2483 เพราะอองซานต้องการความช่วยเหลือจากญี่ปุ่นในการเรียกร้องเอกราชแต่โสไม่เห็นด้วย เมื่ออองซานหนีไปญี่ปุ่น โสจึงเป็นผู้ดูแลพรรคแทน ในปีเดียวกันอังกฤษได้ประกาศให้พรรคคอมมิวนิสต์พม่าเป็นพรรคนอกกฎหมาย

สงครามโลกครั้งที่ 2[แก้]

เมื่อญี่ปุ่นเข้ายึดครองพม่าและขับไล่อังกฤษออกไปเมื่อ พ.ศ. 2485 ทะขิ่นบางส่วนเช่น อองซาน นุ ถ่านตุน ทำงานร่วมกับญี่ปุ่นแต่พรรคคอมมิวนิสต์พม่ายังคงต่อต้านญี่ปุ่นต่อไป ภายหลังเมื่อพวกทะขิ่นแน่ใจว่าญี่ปุ่นไม่ได้จริงใจกับการให้เอกราชแก่พม่า จึงมารวมตัวกันในนามของสันนิบาตเสรีชนฯโดยพรรคคอมมิวนิสต์พม่าเข้าสังกัดองค์กรนี้ และมีส่วนร่วมในการต่อสู้กับญี่ปุ่นเมื่อ พ.ศ. 2488 ด้วย

เมื่อสงครามโลกสิ้นสุดลง พรรคคอมมิวนิสต์พม่ายังรวมอยู่กับสันนิบาตเสรีชนฯแต่ก็มีการเคลื่อนไหวเพื่อสร้างฐานมวลชนในทางลับ ความขัดแย้งในหมู่ผู้นำทั้งในสันนิบาตเสรีชนฯและพรรคคอมมิวนิสต์พม่าทำให้โสแยกตัวไปตั้งพรรคคอมมิวนิสต์ (พม่า)หรือพรรคธงแดงเมื่อ พ.ศ. 2489 และตั้งตนเป็นศัตรูกับพรรคคอมมิวนิสต์พม่าหรือพรรคธงขาว อีกไม่กี่เดือนต่อมาพรรคคอมมิวนิสต์พม่าก็แยกตัวออกจากสันนิบาตเสรีชนฯ

การปฏิวัติ[แก้]

พรรคคอมมิวนิสต์พม่าเปลี่ยนแปลงการต่อสู้อีกครั้งเมื่อ พ.ศ. 2491 โดยจัดให้มีการประชุมใหญ่ของสหภาพชาวนาแห่งพม่าที่เมืองปยินมานะ มีการเรียกร้องให้ลุกฮือขึ้นต่อต้านรัฐบาลด้วยกำลัง พรรคคอมมิวนิสต์พม่าตัดสินใจทำการปฏิวัติในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2491 โดยพรรคธงแดงได้ร่วมมือกับกบฏมุสลิมมูญาฮีดีนในยะไข่ลุกฮือขึ้นพร้อมกันด้วยแต่พรรคธงแดงมีกำลังไม่พอจึงถูกปราบปรามได้โดยเร็ว อีกเดือนต่อมา โสถูกจับกุมตัว

ส่วนกำลังของพรรคคอมมิวนิสต์พม่าสามารถยึดพื้นที่ในบริเวณภาคกลางของพม่าไว้ได้ตั้งแต่เทือกเขาพะโค ปยินมานะ ไปจนถึงแปรและตองอู ในช่วงกลางปีมีกองกำลังประชาชนอาสาที่ก่อกบฏต่อรัฐบาลเช่นกันเข้าร่วมด้วย

ฝ่ายรัฐบาลเริ่มรุกกลับและยึดพื้นที่ต่างๆคืนได้ใน พ.ศ. 2494 ทำให้พรรคคอมมิวนิสต์พม่าต้องถอยร่นไปตามแนวชายแดนและเขตป่าเขาของเทือกเขาพะโคและหันไปรับความช่วยเหลือจากพรรคคอมมิวนิสต์จีนมากขึ้น

ความเสื่อมสลาย[แก้]

หลังจากนายพลเน วินทำการปฏิวัติเมื่อ พ.ศ. 2505 พรรคคอมมิวนิสต์พม่าอยู่ในสภาพอ่อนแอและพยายามหาความร่วมมือจากชนกลุ่มน้อย พ.ศ. 2511 ผู้นำของพรรคคอมมิวนิสต์พม่าหลายคนเสียชีวิตทำให้กลุ่มนิยมจีนเข้ามามีอำนาจในพรรค เมื่อเกิดความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลพม่าและจีนในช่วง พ.ศ. 2510 – 2513 จีนสนับสนุนพรรคคอมมิวนิสต์พม่าอย่างเปิดเผยจนสามารถกลับมายึดครองดินแดนภาคกลางแถบเทือกเขาพะโคได้อีก พ.ศ. 2515 พรรคคอมมิวนิสต์พม่าพยายามหาความร่วมมือจากชนกลุ่มน้อยแต่ถูกปฏิเสธเพราะอุดมการณ์ต่างกัน ความแตกแยกกับชนกลุ่มน้อยเป็นเหตุให้ฝ่ายรัฐบาลสามารถรุกกลับ พรรคคอมมิวนิสต์พม่าต้องถอยกลับไปอยู่ชายแดนอีกครั้ง

พ.ศ. 2518 กองทหารฝ่ายรัฐบาลปราบปรามพรรคคอมมิวนิสต์พม่าที่เทือกเขาพะโคครั้งใหญ่รวมทั้งกลุ่มพรรคคอมมิวนิสต์พม่าตามแนวชายแดนด้วย ทำให้พรรคได้รับความเสียหายมาก ประกอบกับการเปลี่ยนนโยบายของจีน พรรคคอมมิวนิสต์พม่าจึงหาทางประนีประนอมกับรัฐบาล รัฐบาลพม่าได้ประกาศนิรโทษกรรมแก่ศัตรูทางการเมืองครั้งใหญ่เมื่อ พ.ศ. 2524 มีการเจรจาระหว่างรัฐบาลกับพรรคคอมมิวนิสต์พม่าแต่ตกลงกันไม่ได้ พรรคคอมมิวนิสต์พม่าจึงถอนกำลังกลับไปชายแดนเช่นเดิม จนกระทั่งสงครามเย็นสิ้นสุด พรรคคอมมิวนิสต์พม่าจึงหมดความสำคัญไป

อ้างอิง[แก้]

  • สารานุกรมประวัติศาสตร์สากลสมัยใหม่: เอเชีย เล่ม 1 อักษร A-B กทม. ราชบัณฑิตยสถาน. 2547