ท่องทะเลเลือด

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ท่องแดนมหัศจรรย์:ท่องทะเลเลือด

ท่องทะเลเลือด (อังกฤษ: Fantastic Voyage) เป็นนิยายวิทยาศาสตร์ที่แต่งโดย ไอแซค อสิมอฟ อยู่ใน ชุด ท่องแดนมหัศจรรย์ ของสำนักพิมพ์ออบิท เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับเทคโนโลยีการย่อส่วนสสาร พร้อมกับกลิ่นอายของสงครามเย็นในช่วง ศตวรรษที่ 19

ข้อมูลจำเพาะ[แก้]

เนื้อเรื่องย่อ[แก้]

นักวิทยาศาสตร์จากฝั่งทางนี้และฝั่งตรงข้าม(สหรัฐอเมริกาและโซเวียต)ต่างก็กำความลับของเทคโนโลยีในการย่อส่วนสสารไว้ แต่เนื่องจากหลักความไม่แน่นอน ทำให้การย่อส่วนทำได้จำกัด ภายใต้เงื่อนไข ขนาดการย่อขยายคูณเวลาก่อนที่จะคืนสภาพกลับเป็นขนาดปกติจะมีค่าไม่เกินค่าคงตัวของพลังค์

เรื่องเริ่มต้นจากการแย่งชิงนักวิทยาศาสตร์ผู้หนึ่ง ชื่อ บีนส์ จากฝั่งตรงข้าม ผู้ซึ่งกำความลับในการย่อส่วนสสารอย่างไร้ขีดจำกัด เมื่อแย่งชิงมาได้นักวิทยาศาสตร์ท่านนี้กลับถูกลอบทำร้าย รถคว่ำ สมองได้รับความกระทบกระเทือนอย่างหนัก อยู่ระหว่างความเป็นและความตาย เพราะมีก้อนเลือดแข็งตัวอยู่ในสมอง ณ ตำแน่งที่การผ่าตัดจากภายนอกไม่สามารถทำได้

เพื่อปกป้องชีวิตของเขา จึงต้องย่อส่วนเรือดำน้ำ โพรธีอุส และฉีดเข้าไปในร่างกาย ลูกเรือทั้งห้าคน เจ้าหน้าที่ ชาร์ลส์ แกรนท์, กัปตัน บิล โอเวน, ดร. ไมเคิล, แพทย์ศัลยกรรมเลเซอร์ ดร. ปีเตอร์ ดูวอล และ ผู้ช่วยหญิง โครา ปีเตอร์สัน ต้องผจญกับอุปสรรคต่างๆมากมาย เพื่อจะเดินทางผ่านระบบใหลเวียนโลหิตของ บีนส์ และกำจัดก้อนเลือดที่แข็งตัวในสมองของเขา ภายในเวลา 60 นาที ก่อนที่พวกเขาจะขยายตัวกลับ และดึงดูดความสนใจของระบบภูมคุ้มกันในตัวบีนส์

หลังจากพวกเขาถูกฉีดเข้าไปในหลอดเลือดอาร์เทอร์รี่ที่คอ เพื่อจะได้เดินทางขึ้นสมองได้ในคราวเดียว พวกเขาต้องเจอกับทางทะลุระหว่างหลอดเลือดแดงและดำ ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อครั้งที่รถคว่ำ ทำให้มีหลอดเลือดดำเส้นเล็กๆมาต่อเข้ากับอาร์เทอร์รี่ เป็นผลให้พวกเขาต้องอ้อมไปทาง ซูเพอร์ริเออร์เวนาคาวา ผ่านหัวใจ ที่ห้องผ่าตัดต้องมีการทำให้หัวใจหยุดเต้นชั่วคราว เพื่อหลีกเลี่ยงกระแสเลือดอันปั่นป่วน และให้พวกเขาผ่านหัวใจห้องขวาไปได้

ต่อมาเมื่อพวกเขาผ่านพัลโมนารี่อาร์เทอร์รี่ เข้าสู่ปอด ณ บริเวณหลอดเลือดฝอย อากาศของพวกเขาก็รั่วออกหมด ทำให้พวกเขาจำเป็นต้องแวะสูบอากาศใหม่ที่ถุงลม แต่ก็มีอุบัติเหตุบางอย่างทำให้แกรนท์ติดอยู่ในถุงลมออกมาไม่ได้ แต่ด้วยการช่วยเหลือจาก ดร.ดูวอล ทำให้เขาออกมาได้ในที่สุด

หลังจากนั้น ไมเคิลจึงนำทางเรือดำน้ำผ่านเยื่อหุ้มปอดและต่อมน้ำเหลือง ระหว่างทางพวกเขาต้องพังอุปกรณ์สื่อสารกับโลกภายนอกเพื่อเอาทรานซิสเตอร์มาซ่อมเลเซอร์ที่เสียอย่างหาสาเหตุไม่ได้ พวกเขาตัดสินใจจะไม่เดินทางผ่านระบบน้ำเหลืองอีกเพราะเดินทางได้ช้าจึงตัดสินใจเดินทางตรงสู่หูชั้นใน ผู้คนข้างนอกจึงจำเป็นต้องทำตัวไม่มีเสียงเพื่อจะได้ไม่สร้างความอันตรายต่อลูกเรือ แต่ที่คลอเคลียเครื่องยนต์ของเรือก็ร้อนเกินไปเพราะสิ่งสกปรกจากต่อมน้ำเหลืองอุดตันทางระบายความร้อนของเครื่องยนต์ทำให้เครื่องยนต์ดับ ระหว่างที่ลูกเรือกำลังทำความสะอาดทางระบายความร้อนอยู่นั้น ทีมพยาบาลตัดสินใจเอาสำลีมาอุดหูของบีนไว้ แต่เผอิญกรรไกรโลหะร่วงหลุดมือนางพยาบาลกระทบพื้นห้องผ่าตัดเสียงดังมาก จึงเกิดการสั่นอย่างรุนแรงที่คลอเคลีย โคราเข้าไปติดอยู่บริเวณเซลล์ขน แกรนท์ช่วยนางออกมาได้ แต่ได้ทำความเสียหายจำนวนมากกับเนื้อเยื่อ พวกเขาจึงถูกฝูงแอนติบอดีไล่ล่า แต่โชคดีที่พวกเขาหนีขึ้นเรือได้สำเร็จ

เมื่อพวกเขาเดินทางมาถึงบริเวณก้อนเลือดในสมองของบีนส์ ดร.ดูวอล และ โครา ดำเนินการผ่าตัดในทันที แกรนท์ ออกจากเรือเพื่อไปเฝ้าการผ่าตัดของ ดร.ดูวอล ซึ่งเป็นบุคคลที่เขาได้รับคำสั่งมาให้ขับตาดูเป็นพิเศษเพราะเจ้าหน้าที่ระดับสูงคิดว่าเขาเป็นคนทรยศ กาลกลับกลายเป็นว่าผู้ทรยศก็คือไมเคิลนั่นเอง เขาหลอกล่อให้ โอเวน ออกจากเรือ ทิ้งเรือไว้กับเขาเพียงลำพัง เขายึดเรือและตั้งใจจะทำให้ปฏิบัติการนี้พินาศ เพราะเขาคิดว่า ไม่ควรมีใครสามารถย่อขนาดอย่างไม่จำกัดได้ มันจะนำมาซึ่งสงครามร้ายแรง แต่ก็ไม่สำเร็จเพราะหลังจากผ่าตัดเสร็จ แกรนท์ยิงเลเซอร์ใส่เรือทำให้เรืออัปปางลงตรงนั้น พร้อมกับการหมดลงของเวลา 60 นาที พอดี

พวกเขาเริ่มที่จะขยายตัวอย่างช้าๆ เนื่องจากขนาดของเรือดำน้ำ ทำให้มันเป็นจุดสนใจของเม็ดเลือดขาวก่อนเป็นสิ่งแรก และถูกเม็ดเลือดขาวกินในทันที ลูกเรือที่เหลือต้องหนีแต่ก็ไม่สามารถทิ้งเรือให้ขยายตัวอยู่ในร่างกายของบีนส์ได้ พวกเขาจึงหลอกล่อเม็ดเลือดขาวตัวนั้น ให้คืบคลานตามพวกเขาหนีออกมาทางตาขวา ก่อนที่พวกเขาจะถูกนำตัวออกมาได้ ภายในเวลาเพียงไม่กีวินาที ก่อนที่พวกเขาจะเริ่มขยายตัวอย่างรวดเร็ว พวกเขาจึงสามารถช่วยชีวิตบีนส์ ไว้ได้