ตาน ฉ่วย
| ตาน ฉ่วย | |
|---|---|
| ประธานสภาสันติภาพ และการพัฒนาแห่งรัฐ ของพม่า | |
| อยู่ในวาระ | |
| เริ่มดำรงตำแหน่ง 23 เมษายน พ.ศ. 2535 |
|
| สมัยก่อนหน้า | พลเอกอาวุโส ซอ หม่อง |
| สมัยถัดไป | ขิ่น ยุ้นต์ |
| ข้อมูลส่วนบุคคล | |
| เกิด | 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2476 (80 ปี) เมืองเจ้าเส เขตมัณฑะเลย์ ประเทศพม่า |
| คู่สมรส | จาย จ่าย (Kyaing Kyaing)[1] นอง สีหชเว (Naung Thihashwe) |
พลเอกอาวุโส ตาน ฉ่วย (พม่า: သန်းရွှေ၊; IPA: [θáN ʃwè]; เกิดวันที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2476) ผู้นำเผด็จการของรัฐบาลทหารพม่า ดำรงตำแหน่งประธานสภาสันติภาพ และการพัฒนาแห่งรัฐ (State Peace and Development Council - SPDC) ภายหลังการรัฐประหารล้มอำนาจของพลเอกอาวุโส ซอ หม่อง อดีตประธานสภาฟื้นฟูกฎหมายและระเบียบแห่งรัฐ (State Law and Order Restoration Council - SLORC) เมื่อวันที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2535
[แก้] ประวัติ
พลเอกอาวุโส ตาน ฉ่วย เกิดที่เมืองจ็อกเส ซึ่งเป็นหมู่บ้านชนบทของมณฑลมัณฑะเลย์ พ่อแม่มีอาชีพทำไร่มีฐานะยากจน เมื่ออายุได้ 10 ขวบ พ่อตาย แม่มีสามีใหม่เป็นมุสลิม แม่จึงเปลี่ยนไปนับถือศาสนาอิสลาม ตาน ฉ่วยเลยกลายเป็นเด็กกำพร้า ต้องหาเลี้ยงตัวเองตั้งแต่เด็ก ประกอบที่มีหน้าตาเหมือนแขก และแม่มีสามีเป็นชาวมุสลิม จึงมักถูกล้อเลียนว่าเป็น "ไอ้ลูกแขก"
เมื่อเป็นเด็กตาน ฉ่วยเป็นคนเงียบขรึม ไม่ค่อยยอมเป็นเพื่อนกับใครง่าย ๆ ลักษณะนิสัยโดยทั่วไปเป็นคนพูดน้อย แต่ทว่ารักษาคำพูด และสุขุมรอบคอบมาก ตาน ฉ่วยเป็นเด็กเรียนหนังสือดี แต่ความไม่พร้อมทำให้ต้องออกจากโรงเรียนกลางคัน ตาน ฉ่วยจึงเรียนไม่จบชั้นมัธยม 3 หลังจากออกมาหางานทำเพื่อเลี้ยงครอบครัวและตัวเองแล้ว จึงกลับไปเรียนใหม่จนสอบไล่ได้ชั้นมัธยมปลายใน พ.ศ. 2494 เมื่อมีอายุ 18 ปี
เมื่อจบการศึกษาระดับมัธยมปลาย ตาน ฉ่วยได้ไปสมัครเป็นเสมียนไปรษณีย์ ที่อำเภอเมตทิลา ทำงานได้ 1 ปี จึงไปกรุงย่างกุ้งเพื่อสมัครเป็นทหาร แต่สอบเข้าได้เพียงเป็นนักเรียนนายร้อยสำรอง ใช้เวลาเรียนเพียง 6 เดือน ก็จบหลักสูตรนายร้อยสำรองรุ่น 9 เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2501 ได้รับยศ ร้อยตรี
ตาน ฉ่วย รับราชการครั้งแรกในตำแหน่งผู้บังคับหมวดปฏิบัติงานสงครามจิตวิทยาสนามที่ 1 โดยมีภารกิจก็คือ ออกปฏิบัติการจิตวิทยากับชนกลุ่มน้อยกลุ่มของประเทศต่าง ๆ ให้ภักดีต่อประเทศพม่า
แม้ว่าจะไม่ได้เป็นนายทหารชั้นสัญญาบัตรที่สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนนายร้อยหลัก แต่ด้วยการทำงานอย่างหนัก และการศึกษาหาความรู้ เพิ่มเติมอยู่เสมอ ภายในเวลา 5 ปี ตาน ฉ่วยได้พัฒนาตนจนได้รับความไว้วางใจจากผู้บังคับบัญชาให้เป็นผู้อำนวยการสถาบันการเมืองและวิทยาศาสตร์ ของกองทัพ
การทำงานอย่างหนักและอย่างเป็นระบบ ทำให้บั้นปลายท้ายต่อมาตานฉ่วยได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 1 ของเมืองเชียงตุง รัฐฉาน เป็นผู้บังคับการกรมได้ไม่นานเท่าไหร่ ก็ได้เลื่อนเป็นผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 88 และผู้บัญชาการภาคของทหารบกในภาคตะวันตกเฉียงใต้ และมณฑลอิระวดี
ภายในเวลาเพียง 32 ปี ตาน ฉ่วยเขยิบสถานะจากเสมียนไปรษณีย์มาเป็น นายทหารยศ พลตรี ตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบก ซึ่งเป็นตำแหน่งสูงสุดของกองทัพบก เมื่อปี พ.ศ. 2528
อีก 3 ปีต่อมา ในปี พ.ศ. 2531 ตาน ฉ่วย ก็ได้ควบตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม
ดร.หม่อง หม่อง ซึ่งเป็นนายกรัฐมนตรีที่สืบทอดอำนาจจากนายพลเน วิน ตาน ฉ่วย ตัดสินใจเข้าร่วมกับฝ่ายของพลเอกซอ หม่องยึดอำนาจจากรัฐบาล ดร. หม่อง หม่อง เมื่อการรัฐประหารยึดอำนาจประสบผลสำเร็จ ตาน ฉ่วย ได้รับสถาปนาเป็น พลเอก ในตำแหน่งรองผู้บัญชาการทหารสูงสุด ควบตำแหน่งรองประธานสภาฟื้นฟูกฎหมายและความสงบเรียบร้อยแห่งรัฐ หรือ สภา SLORC
จากนั้นในปี พ.ศ. 2535 ตาน ฉ่วยได้รับตำแหน่งสูงสุดของกองทัพ คือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
ต่อมาเมื่อสลอร์คเปลี่ยนนโยบายเศรษฐกิจจากพุทธสังคมนิยมมาเป็นกึ่งเสรีตามแนวทุนนิยม เปลี่ยนชื่อประเทศจากพม่ามาเป็นเมียนมาร์ คณะผู้ปกครองทหารพม่าเปลี่ยนชื่อจากสลอร์คมาเป็นสภาแห่งสันติภาพและการพัฒนาประเทศ State of Peace and Development Council หรือ SPDC อย่างเช่นในปัจจุบัน ตาน ฉ่วยได้ขึ้นดำรงตำแหน่งสูงสุดของประเทศในทุกด้าน ตั้งแต่เป็นประธาน SPDC นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีกลาโหม และผู้บัญชาการทหารสูงสุด[2]
ชีวิตส่วนตัว ตาน ฉ่วยสมรสกับนางจาย จ่าย และนางนอง สิฮาชเว ในเดือนกรกฎาคม ปี พ.ศ. 2547 เมื่อตาน ตาร์ฉ่วย ลูกสาวของตาน ฉ่วย ที่เกิดกับนางจาย จ่าย จัดพิธีสมรสกับนายพันตรีในกองทัพบกพม่า ได้ปรากฏคลิปงานสมรสครั้งนี้กระจายไปทั่วอินเทอร์เน็ต และกลายเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์ไปทั่ว โดยเฉพาะในหมู่ชาวพม่า โดยเฉพาะกลุ่มนักศึกษาและปัญญาชน เพราะสะท้อนถึงความฟุ้งเฟ้อเห่อเหิมของผู้ปกครองประเทศที่ปกครองด้วยระบอบเผด็จการทหาร[3]
[แก้] อ้างอิง
|
|||||||||||
|
|||||||||||