มะลิ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก ดอกมะลิ)
มะลิ
มะลิลา (Jasminum sambac)
การจำแนกชั้นทางวิทยาศาสตร์
อาณาจักร: Plantae
(unranked): Angiosperms
(unranked): Eudicots
(unranked): Asterids
อันดับ: Lamiales
วงศ์: Oleaceae
เผ่า: Jasmineae
สกุล: Jasminum
L. (1753)
ชนิดต้นแบบ
Jasminum officinale L.
สปีชีส์

แหล่งข้อมูล: ING[1], CPN[2], UNIPROT[3]

มะลิ (ชื่อวิทยาศาสตร์: Jasminum; อังกฤษ: Jasmine; อินโดนีเซีย: Melati) เป็นพรรณไม้ยืนต้น พบได้ในแถบเอเชียใต้ และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ลักษณะเป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก จนถึงขนาดกลาง บางชนิดมีลำต้นแบบเถาเลื้อย ลำต้นมีความสูงประมาณ 1-3 เมตร ผิวเปลือกลำต้นสีขาวมีสะเก็ดรอยแตกเล็กน้อย ลำต้นเล็กกลมแตกกิ่งก้านสาขาไปรอบ ๆ ลำต้น ใบเป็นใบเดี่ยว แตกใบเรียงกันเป็นคู่ ๆ ตามก้านและกิ่งลักษณะของใบมนป้อม โคนใบสอบเรียว ปลายใบแหลม ขอบใบเรียบเป็นมันสีเขียวเข้ม ใบกว้างประมาณ 2-3 เซนติเมตร และยาวประมาณ 3-5 เซนติเมตร ออกดอกเป็นช่อ ออกตามส่วนยอดหรือง่ามใบ ดอกมีขนาดเล็กสีขาว และมีกลิ่นหอม ดอกมีกลีบดอกประมาณ 6-8 กลีบ เรียงกันเป็นวงกลมหรือซ้อนกันเป็นชั้นแล้วแต่ชนิดพันธุ์ ขนาดดอกบานเต็มที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 2-3 เซนติเมตร ผลเป็นรูปกลมรีเล็กเมื่อสุกจะมีสีดำภายในมีเมล็ดอยู่ 1 เมล็ด นอกจากนี้ลักษณะของลำต้นและดอกแตกต่างกันไปตามชนิดพันธุ์[4]

การกระจายพันธุ์และถิ่นอาศัย[แก้]

มะลิมีถิ่งกำเนิดในเขตร้อนและกึ่งเขตร้อนในพื้นที่ทวีปเอเชีย, ทวีปแอฟริกา, และออสตราเลเซีย[5] มีประมาณ 200 ชนิด มีเพียงชนิดเดียวที่มีถิ่นกำเนิดในยุโรป[6] มีศูนย์กลางความหลากหลายในเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้[7]

แม้ว่าจะไม่มีถิ่นกำเนิดในยุโรป มะลิหลายชนิดได้ปรับตัวกลายเป็นพืชพื้นถิ่นในแถบเมดิเตอร์เรเนียน เช่น มะลิสเปน (Jasminum grandiflorum) ที่มีถิ่นกำเนิดจากประเทศอิหร่านและทางตะวันตกของเอเชียใต้ และปัจจุบันได้กลายเป็นพืชท้องถิ่นในคาบสมุทรไอบีเรีย[8]


อนุกรมวิธาน[แก้]

สปีชีส์ภายใต้สกุล Jasminum จัดอยู่ภายใต้เผ่า Jasmineae ของวงศ์ Oleaceae[8] Jasminum แบ่งเป็น 5 หมู่ ประกอบด้วย Alternifolia, Jasminum, Primulina, Trifoliolata, และ Unifoliolata[9] ชื่อสกุลกลายมาจากคำว่า Yasameen ("ของขวัญจากพระเจ้า") ในภาษาเปอร์เซียมาเป็น[ภาษาอาหรับ]]และภาษาละติน[10][11][12]

สปีชีส์[แก้]

ประกอบด้วย:[13]

ความเกี่ยวข้องกับวัฒธรรมและชนชาติ[แก้]

เนื่องจากมะลิมีหลายพันธุ์ และขึ้นอยู่ในภูมิภาคเอเชีย มะลิจึงมีความสำคัญต่อวัฒนธรรมของชนชาติต่างๆ ในแถบเอเชียใต้ และตะวันออกเฉียงใต้

  • คนไทยนิยมนำดอกมะลิมาใช้ลอยน้ำเย็นเพื่อดื่ม ตกแต่ง ร้อยเป็นมาลัยบูชาพระ และทำเครื่องหอม นอกจากนี้มะลิยังเป็นสัญลักษณ์ของวันแม่ด้วย มีดอกที่เป็นสีขาวบริสุทธิ์
  • มะลิ (melati putih) เป็นดอกไม้ประจำชาติของประเทศอินโดนีเซีย
  • มะลิฉัตร (Arabian jasmine) เป็นดอกไม้ประจำชาติของประเทศฟิลลิปปินส์

สรรพคุณและส่วนที่นำมาใช้เป็นยา[14] [15][แก้]

  • ดอก -แก้หืด ใช้แต่งกลิ่นใบชา ใช้อบขนมต่างๆ แก้โรคบิด อาการปวดท้อง หากตำให้ละเอียดพอกที่ขมับ แก้อาการปวดหัวและปวดหูชั้นกลางได้ ช่วยรักษาแผลพุพอง แก้พิษแมลงสัตว์กัดต่อย รวมทั้งเป็นยาบำรุงหัวใจได้อย่างดีเยี่ยม
  • ใบ ราก - ทำยาหยอดตา
  • ใบ - แก้ไข้แก้ไข้ที่เกิดจากอาการเปลี่ยนแปลงได้ดี ช่วยบำรุงสายตา รวมทั้งรักษาอาการปวดท้อง แน่นท้อง ท้องเสีย ขับน้ำนม รักษาโรคผิวหนัง หากนำใบมาตำแล้วละลายกับน้ำปูนใส แต้มแผลฟกช้ำ แผลเรื้อรัง โรคผิวหนังจะหายไวขึ้น
  • ราก - แก้ปวดเมื่อย เคล็ดขัดยอก เลือดออกตามไรฟัน เสียดท้อง รักษาหลอดลมอักเสบ นำรากมาฝนกินกับน้ำใช้แก้ร้อนใน คนที่ป่วยเป็นโรคเกี่ยวกับทรวงอก ให้นำรากมาประมาณ 1-1.5 กรัม ต้มน้ำกินก็ช่วยได้

พันธุ์มะลิ[แก้]

  • มะลิลา หรือ มะลิซ้อน เป็นไม้รอเลื้อย กิ่งอ่อนและกิ่งกึ่งแก่กึ่งอ่อนมีขน ใบเป็นใบเดียวออกเป็นคู่ตรงกันข้ามกัน ใบเป็นรูปไข่ขอบเรียบ ดอกออกเป็นช่อ มี 3 ดอก ดอกกลางบานก่อน กลีบดอกชั้นเดียว ปลายกลีบมน ดอกสีขาว มะลิชนิดนี้ จะใช้ในการเด็ดดอกขาย
  • มะลุลี ลักษณะต้น ใบ อื่น ๆ คล้ายมะลิลา แต่ใบใหญ่กว่าดอกออกเป็นช่อ มี 3 ดอก และดอกกลางบานก่อน เช่นกัน แต่มีดอกซ้อน 3-4 ชั้น ปลายกลีบมน
  • มะลิถอดลักษณะโดยทั่ว ๆ ไป ทั้งต้น ใบ การจัดเรียงของใบ รูปแบบของใบคล้ายมะลิลาซ้อน แต่ใบเป็นคลื่น ดอกเป็นช่อมี 3 ดอก ดอกซ้อนมากชั้นกว่า คือ 3-6 ชั้น ดอกสีขาว มีกลิ่นหอมมาก ขนาดดอก 2.5-3.5 ซม.
  • มะลิซ้อน (Grand Duke of Tuscany) ลักษณะทั่ว ๆ ไปคล้ายมะลิถอด และมะลิลาซ้อน แต่ใบมีลักษณะแคบกว่า ดอกออกเป็นช่อมี 3 ดอกเช่นกัน กลีบดอกซ้อน แต่ซ้อนกว่า 5 ชั้น แต่ละชั้นมีกลีบดอก 10 กลีบ ขึ้นไป ขนาดดอก 3-4 ซม. ดอกสีขาว กลิ่นหอมมาก
  • มะลิพิกุล หรือมะลิฉัตร ลักษณะต่าง ๆ คล้ายกับ 4 ชนิดแรก ใบคล้ายมะลิซ้อนและมีคลื่นเล็กน้อย ดอกเป็นช่อ 3 ดอก ดอกซ้อนเป็นชั้น ๆ เห็นได้ชัด (คล้ายฉัตร) และดอกมีขนาดเล็กพอ ๆ กับดอกพิกุล ขนาดดอก 1-1.4 ซม. ดอกสีขาว กลิ่นหอม
  • มะลิทะเล
  • มะลิพวง (Angelwing jasmine)
  • มะลิเลื้อย
  • มะลิวัลย์ (Angel-hair jasmine)
  • มะลิฉัตร (Arabian jasmine)
  • พุทธชาด (Star jasmine)
  • มะลิเฉลิมนรินทร์ (Jasminum bhumibolianum Chalermglin) [16]

อ้างอิง[แก้]

  1. http://botany.si.edu/ing/INGsearch.cfm?searchword=Jasminum
  2. http://www.efloras.org/florataxon.aspx?flora_id=2&taxon_id=116771
  3. http://beta.uniprot.org/taxonomy/4147
  4. http://www.maipradabonline.com/maimongkol/mali.htm
  5. Ernst Schmidt, Mervyn Lötter, & Warren McCleland (2002). Trees and shrubs of Mpumalanga and Kruger National Park. Jacana Media. p. 530. ISBN 978-1-919777-30-6. 
  6. Jasminum @ EFloras.org.
  7. H. Panda (2005). Cultivation and Utilization of Aromatic Plants. National Institute Of Industrial Research. p. 220. ISBN 978-81-7833-027-3. 
  8. 8.0 8.1 A.K. Singh (2006). Flower Crops: Cultivation and Management. New India Publishing. pp. 193–205. ISBN 978-81-89422-35-6. 
  9. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ GRIN
  10. "jasmine, -in, jessamine, -in", OED
  11. "jasmine." Webster's Third New International Dictionary, Unabridged. Merriam-Webster, 2002.
  12. Metcalf, 1999, p. 123.
  13. GRIN. "Jasminum information from NPGS/GRIN". Taxonomy for Plants. National Germplasm Resources Laboratory, Beltsville, Maryland: USDA, ARS, National Genetic Resources Program. สืบค้นเมื่อ October 19, 2012. 
  14. http://www.tistr.or.th/pharma/Jasminum%20sambac.htm
  15. http://health.kapook.com/view1062.html
  16. http://www.tistr.or.th/tistr/newsboard/shownews.php?Category=newsboard&No=401

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]