ชะนีเซียมัง

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก ชะนีดำใหญ่)
ชะนีเซียมัง
เกี่ยวกับเสียงนี้ เสียงร้อง
ถุงลมที่ป่องออกขณะร้อง
สถานะการอนุรักษ์
การจำแนกชั้นทางวิทยาศาสตร์
อาณาจักร: Animalia
ไฟลัม: Chordata
ชั้น: Mammalia
อันดับ: Primates
วงศ์ใหญ่: Hominoidea
วงศ์: Hylobatidae
สกุล: Symphalangus
Gloger, 1841
ชนิด: S. syndactylus
ชื่อทวินาม
Symphalangus syndactylus
(Raffles, 1821)
ชนิดย่อย
  • S. s. continentis
  • S. s. syndactylus
แผนที่แสดงการกระจายพันธุ์ของชะนีเซียมัง
ชื่อพ้อง[1]
  • Hylobates syndactylus (Raffles, 1821)
  • Symphalangus continentis Thomas, 1908
  • Symphalangus gibbon (C. Miller, 1779)
  • Symphalangus subfossilis Hooijer, 1960
  • Symphalangus volzi (Pohl, 1911)

ชะนีเซียมัง หรือ เซียมมัง หรือ ชะนีดำใหญ่ (มลายู: Siamang; แปลว่า "ลิงสยาม"; ชื่อวิทยาศาสตร์: Symphalangus syndactylus) สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในอันดับวานรชนิดหนึ่ง เป็นสัตว์จำพวกชะนี ซึ่งเป็นชะนีชนิดที่ใหญ่ที่สุดในโลก จัดเป็นเพียงชนิดเดียวในสกุล Symphalangus[2]

มีรูปร่างคล้ายชะนีทั่วไป แต่มีรูปร่างและลำตัวใหญ่กว่ามาก ขนาดโตเต็มที่มีความยาวลำตัวและหัว 75-90 เซนติเมตร น้ำหนักในเพศผู้ 10.9 กิโลกรัม ตัวเมีย 10.6 กิโลกรัม ขนมีสีดำทั้งตัวทั้งตัวผู้และตัวเมีย มีลักษณะเด่นคือ บริเวณลำคอมีถุงสีเทาปนชมพู โดยถุงดังกล่าวจะป่องออกขณะที่ส่งเสียงร้อง โดยชะนีเซียมังจัดเป็นชะนีที่ร้องได้ดังที่สุด

มีการกระจายพันธุ์ในเขตใต้สุดของไทย, มาเลเซียและเกาะสุมาตรา มี 2 ชนิดย่อย คือ S. s. syndactylus พบในมาเลเซีย และ S. s. continentis พบที่เกาะสุมาตรา อาศัยอยู่ในป่าดิบแล้งและป่าดิบชื้น

อาหารหลัก ได้แก่ ใบไม้, ผลไม้, ดอกไม้และสัตว์ที่มีขนาดเล็ก อาศัยอยู่รวมกันเป็นครอบครัวแบบผัวเดียวเมียเดียวที่มีลูกอาศัยอยู่ด้วยกัน โดยชะนีเซียมังแต่ละฝูงมีสมาชิกประมาณ 3-5 ตัว แต่ตัวผู้จะเป็นฝ่ายเลี้ยงดูลูกด้วยตัวเอง ซึ่งแตกต่างไปจากชะนีชนิดอื่น ที่ตัวเมียจะเป็นฝ่ายดูแลลูก ในสถานที่เลี้ยงมีอายุขัยประมาณ 35 ปี[3]

ชะนีเซียมัง ในสวนสัตว์ในประเทศไทยมีอยู่เพียงที่เดียวเท่านั้น คือ สวนสัตว์เปิดเขาเขียว จังหวัดชลบุรี เมื่อเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2555 ได้มีลูกชะนีเซียมังเกิดขึ้นมาใหม่[4]

อ้างอิง[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]