ฉันท์
| ฉันทลักษณ์ไทย |
|---|
| กาพย์ |
| กลอน |
| โคลง |
| ฉันท์ |
| ร่าย |
| ร้อยกรองแบบใหม่ |
| กลวิธีประพันธ์ |
| กลบท |
| กลอักษร |
ฉันท์ เป็นลักษณ์หนึ่งของร้อยกรองในภาษาไทย ที่บังคับเสียงหนัก - เบาของพยางค์ ที่เรียกว่า ครุ - ลหุ ฉันท์ในภาษาไทยรับแบบมาจากประเทศอินเดีย ตำราฉันท์ที่เก่าแก่ที่สุดของอินเดียเป็นภาษาสันสกฤต คือ ปิงคลฉันทศาสตร์ แต่งโดยปิงคลาจารย์ ส่วนตำราฉันท์ภาษาบาลีเล่มสำคัญที่สุดได้แก่ คัมภีร์วุตโตทัยปกรณ์ ผู้แต่งคือ พระสังฆรักขิตมหาสามี เถระชาวลังกา แต่งเมื่อ พ.ศ. 1703 เป็นที่มาของ คัมภีร์วุตโตทัย ซึ่งเป็นต้นตำหรับการแต่งฉันท์ของไทย[1] เมื่อคัมภีร์วุตโตทัยแพร่หลายเข้ามาในประเทศไทย กวีจึงได้ปรับปรุงให้เหมาะกับขนบร้อยกรองไทย เช่น จัดวรรค เพิ่มสัมผัส และเปลี่ยนลักษณะครุ-ลหุแตกต่างไปเล็กน้อย เพื่อเพิ่มความไพเราะของภาษาไทยลงไป
ฉันท์ ในคัมภีร์วุตโตทัยได้แปลงเป็นฉันท์ไทยครบทั้ง 108 ชนิด ในสมัยรัชกาลที่ 7 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ โดยนายฉันท์ ขำวิไล เป็นผู้ดัดแปลงเพิ่มเติมจนครบถ้วนและจัดพิมพ์รวมเล่มทั้งหมดในปี พ.ศ. 2474 ใช้ชื่อว่า ฉันทศาสตร์
นอกเหนือจากฉันท์ทั้ง 108 ชนิดดังกล่าวแล้ว กวีได้ทดลองประดิษฐ์ฉันท์ในรูปแบบใหม่ ๆ โดยดัดแปลงจากฉันท์เดิมบ้าง โดยเลียนเสียงเครื่องดนตรีบ้าง หรือโดยแรงบันดาลใจจากฉันท์ต่างประเทศ หรือชื่อบุคคลสำคัญบ้าง อย่างไรก็ตาม ฉันท์ที่ประดิษฐ์ขึ้นใหม่ ล้วนจัดอยู่ในประเภทฉันท์วรรณพฤติทั้งสิ้น[2]
ฉันท์ในคัมภีร์วุตโตทัย [แก้]
มีทั้งสิ้น 108 ชนิด แบ่งเป็น ฉันท์วรรณพฤติ ซึ่งบังคับพยางค์ จำนวน 81 ชนิด กับ ฉันท์มาตราพฤติ ซึ่งบังคับมาตรา จำนวน 27 ชนิด
ฉันท์วรรณพฤติ [แก้]
ฉันท์วรรณพฤติ มีทั้งสิ้น 81 ชนิด บังคับจำนวนพยางค์ ตั้งแต่ บาทละ 6 พยางค์ ถึง 25 พยางค์ แต่ ฉันท์ที่คนไทยนิยมแต่ง มีเพียงไม่กี่ชนิด ได้แก่
จิตรปทาฉันท์ 8 [แก้]
หนึ่งบทมี 4 บาท บาทละ 8 พยางค์ แบ่งเป็น 2 วรรค วรรคละ 4 พยางค์ ส่งสัมผัสแบบกลอน
ลักษณะครุ-ลหุเหมือนกับทุกบาท คือ ครุ-ลหุ-ลหุ-ครุ ลหุ-ลหุ-ครุ-ครุ
ตัวอย่างคำประพันธ์
| เหตุพินาศ | อนุศาสน์ แสดง | |
| ฉัพพิธะแจง | นรปรีชา |
| เชิญมละโทษ | ดุจพรรณนา | |
| จักยศถา | วรสวัสดี |
| ฉันทภิปราย | อธิบายบท | |
| คามภิรพจน์ | ศุภสารศรี |
| จิตระปทา | พฤตินามมี | |
| จินตกวี | รนิพนธ์แถลง | |
| — (ประชุมจารึกวัดพระเชตุพนฯ) | ||
วิชชุมมาลาฉันท์ 8 [แก้]
วิชชุมมาลาฉันท์ มีความหมายว่า "ระเบียบแห่งสายฟ้า" ประกอบด้วยครุล้วน จึงใช้บรรยายความอย่างธรรมดา
หนึ่งบทมี 4 บาท บาทละ 8 พยางค์ แบ่งเป็น 2 วรรค วรรคละ 4 พยางค์ ส่งสัมผัสแบบกลอน
ลักษณะครุ-ลหุ เหมือนกันทุกบาท คือ ครุ-ครุ-ครุ-ครุ ครุ-ครุ-ครุ-ครุ
ตัวอย่างคำประพันธ์
| แรมทางกลางเถื่อน | ห่างเพื่อนหาผู้ | |
| หนึ่งในนึกดู | เห็นใครไป่มี |
| หลายวันถั่นล่วง | เมืองหลวงธานี | |
| นามเวสาลี | ดุ่มเดาเข้าไป |
| ผูกไมตรีจิต | เชิงชิดชอบเชื่อง | |
| กับหมู่ชาวเมือง | ฉันอัชฌาสัย |
| เล่าเรื่องเคืงขุ่น | ว้าวุ่นวายใจ | |
| จำเป็นมาใน | ด้าวต่างแดนตน | |
| — สามัคคีเภทคำฉันท์, ชิต บุรทัต | ||
มาณวกฉันท์ 8 [แก้]
มาณวกฉันท์ มีความหมายว่า "ประดุจเด็กหนุ่ม" ใช้แต่งบรรยายความที่รวดเร็ว
หนึ่งบทมี 4 บาท บาทละ 8 พยางค์ แบ่งเป็น 2 วรรค วรรคละ 4 คำ ส่งสัมผัสแบบกลอน
ลักษณะครุ-ลหุ เหมือนกันทุกบาท คือ ครุ-ลหุ-ลหุ-ครุ ครุ-ลหุ-ลหุ-ครุ
ตัวอย่างคำประพันธ์
| ล่วงลุประมาณ | กาลอนุกรม | |
| หนึ่งณนิยม | ท่านทวิชงค์ |
| เมื่อจะประสิทธิ์ | วิทยะยง | |
| เชิญวรองค์ | เอกกุมาร |
| เธอจรตาม | พราหมณไป | |
| โดยเฉพาะใน | ห้องรหุฐาน |
| จึงพฤฒิถาม | ความพิสดาร | |
| ขอ ธ ประทาน | โทษะและไข | |
| — สามัคคีเภทคำฉันท์, ชิต บุรทัต | ||
ปมาณิกฉันท์ 8 [แก้]
หนึ่งบทมี 4 บาท บาทละ 8 พยางค์ แบ่งเป็น 2 วรรค วรรคละ 4 พยางค์ ส่งสัมผัสแบบกลอน
ลักษณะครุ-ลหุ เหมือนกันทุกบาทคือ ลหุ-ครุ-ลหุ-ครุ ลหุ-ครุ-ลหุ-ครุ
ตัวอย่างคำประพันธ์
| ประดิษฐ์ประดับ | ประคับประคอง | |
| ละเบงละบอง | จำแนกจำนรร |
| ระเบียบและบท | สุพจน์สุพรรณ์ | |
| จะเฉิดจะฉัน | วิเรขวิไล |
| ลิลิตลิลาศ | มิคลาดมิคล้อย | |
| ก็เรียบก็ร้อย | อำพนอำไพ |
| จะจัดจะแจง | ผิแขงผิไข | |
| แถลงไถล | ก็เสื่อมก็ทราม | |
| — (ฉันทศาสตร์) | ||
อุปัฏฐิตาฉันท์ 11 [แก้]
หมายถึงฉันท์ที่กล่าวสำเนียงอันดังก้องให้ปรากฏ
หนึ่งบทมี 2 บาท บาทละ 11 พยางค์ แบ่งเป็น 2 วรรค วรรคแรก 5 พยางค์ วรรคหลัง 6 พยางค์ ส่งสัมผัสแบบกาพย์
ลักษณะครุ-ลหุ เหมือนกันทุกบาท คือ ครุ-ครุ-ลหุ-ลหุ-ครุ ลหุ-ลหุ-ครุ-ลหุ-ครุ-ครุ
ตัวอย่างคำประพันธ์
| เห็นเชิงพิเคราะห์ช่อง | ชนะคล่องประสบสม | |
| พราหมณ์เวทอุดม | ธก็ลอบแถลงการณ์ |
| ให้วัลลภะชน | คมะดลประเทศฐาน | |
| กราบทูลนฤบาล | อภิเผ้ามคธไกร | |
| — สามัคคีเภทคำฉันท์, ชิต บุรทัต | ||
อินทรวิเชียรฉันท์ 11 [แก้]
อินทรวิเชียรฉันท์ มีความหมายว่า "ฉันท์ที่มีลีลาดุจสายฟ้าของพระอินทร์" เป็นฉันท์ที่นิยมแต่งกันมากที่สุด มีลักษณะและจำนวนคำคล้ายกับกาพย์ยานี 11 แต่ต่างกันเพียงที่ว่าอินทรวิเชียรฉันท์ มีข้อบังคับ ครุและลหุ
หนึ่งบทมี 2 บาท บาทละ 11 พยางค์ แบ่งเป็น 2 วรรค วรรคแรก 5 พยางค์ วรรคหลัง 6 พยางค์ ส่งสัมผัสแบบกาพย์
ลักษณะครุ-ลหุ เหมือนกันทุกบาท คือ ครุ-ครุ-ลหุ-ครุ-ครุ ลหุ-ลหุ-ครุ-ลหุ-ครุ-ครุ
ตัวอย่างคำประพันธ์
| บงเนื้อก็เนื้อเต้น | พิศะเส้นสรีร์รัว | |
| ทั่วร่างและทั้งตัว | ก็ระริกระริวไหว |
| แลหลังก็หลั่งโล- | หิตโอ้เลอะหลั่งไป | |
| เพ่งผาดอนาถใจ | ตละล้วนระรอยหวาย | |
| — สามัคคีเภทคำฉันท์, ชิต บุรทัต | ||
อุเปนทรวิเชียรฉันท์ 11 [แก้]
หนึ่งบทมี 2 บาท บาทละ 11 พยางค์ แบ่งเป็น 2 วรรค วรรคแรก 5 พยางค์ วรรคหลัง 6 พยางค์ ส่งสัมผัสแบบกาพย์
ลักษณะครุ-ลหุ เหมือนกันทุกบาท คือ ลหุ-ครุ-ลหุ-ครุ-ครุ ลหุ-ลหุ-ครุ-ลหุ-ครุ-ครุ
ตัวอย่างคำประพันธ์
| ทิชงค์เจาะจงเจตน์ | กละห์เหตุยุยงเสริม | |
| กระหน่ำและซ้ำเติม | นฤพัทธะก่อการ |
| ละครั้งระหว่างครา | ทินะวาระนานนาน | |
| เหมาะท่าทิชาจารย์ | ธก็เชิญเสด็จไป | |
| — สามัคคีเภทคำฉันท์, ชิต บุรทัต | ||
อุปชาติฉันท์ 11 [แก้]
หนึ่งบทมี 4 บาท บาทละ 11 พยางค์ แบ่งเป็น 2 วรรค วรรคแรก 5 พยางค์ วรรคหลัง 6 พยางค์ ส่งสัมผัสแบบกาพย์
ลักษณะครุ-ลหุ
- บาทที่ 1 และบาทที่ 4 เป็นอุเปนทรวิเชียรฉันท์ คือ ลหุ-ครุ-ลหุ-ครุ-ครุ ลหุ-ลหุ-ครุ-ลหุ-ครุ-ครุ
- บาทที่ 2 และบาทที่ 3 เป็นอินทรวิเชียรฉันท์ คือ ครุ-ครุ-ลหุ-ครุ-ครุ ลหุ-ลหุ-ครุ-ลหุ-ครุ-ครุ
ตัวอย่างคำประพันธ์
| พิธีณะฉันทศาสตร์ | อุปชาตินามเห็น | |
| เชลงลักษณลำเค็ญ | กลนัยสลับกัน |
| นาเนกะบัณฑิตย์ | จะประกิจประกอบฉันท์ | |
| พินิจฉบับบรรพ์ | บทแน่ตระหนักใจ | |
| — (ประชุมจารึกวัดประเชตุพนฯ) | ||
สาลินีฉันท์ 11 [แก้]
หนึ่งบทมี 2 บาท บาทละ 11 พยางค์ แบ่งเป็น 2 วรรค วรรคแรก 5 พยางค์ วรรคหลัง 6 พยางค์ ส่งสัมผัสแบบกาพย์
ลักษณะครุ-ลหุ เหมือนกันทุกบาท คือ ครุ-ครุ-ครุ-ครุ-ครุ ลหุ-ครุ-ครุ-ลหุ-ครุ-ครุ
ตัวอย่างคำประพันธ์
| พราหมณ์ครูรู้สังเกต | ประจักษ์เหตุตระหนักครัน | |
| ราชาวัชชีสรร | พะจักสู่พินาศสม |
| ยินดีบัดนี้กิจ | จะสัมฤทธิ์มนารมณ์ | |
| ทำมาด้วยปรากรม | และอุตสาหะแห่งตน | |
| — สามัคคีเภทคำฉันท์, ชิต บุรทัต | ||
สวาคตาฉันท์ 11 [แก้]
หนึ่งบทมี 2 บาท บาทละ 11 พยางค์ แบ่งเป็น 2 วรรค วรรคแรก 7 พยางค์ วรรคหลัง 4 พยางค์ ส่งสัมผัสแบบกาพย์
ลักษณะครุ-ลหุ เหมือนกันทุกบาท คือ ครุ-ลหุ-ครุ-ลหุ-ลหุ-ลหุ-ครุ ลหุ-ลหุ-ครุ-ครุ
ตัวอย่างคำประพันธ์
| ข้าสดับสุมะทะนา | วจะว่าวอน | |
| ใจก็นึกกรุณะหล่อน | ฤดิสงสาร |
| เล็งก็รู้ณพะหุเหต | ทุขะเภทพาล | |
| ใคร่จะช่วยและอุปะการ | ยุวะนารี | |
| — มัทนะพาธา, พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว | ||
วังสัฏฐฉันท์ 12 [แก้]
หนึ่งบทมี 2 บาท บาทละ 12 พยางค์ แบ่งเป็น 2 วรรค วรรคแรก 5 พยางค์ วรรคหลัง 7 พยางค์ ส่งสัมผัสแบบกาพย์
ลักษณะครุ-ลหุ เหมือนกันทุกบาท คือ ลหุ-ครุ-ลหุ-ครุ-ครุ ลหุ-ลหุ-ครุ-ลหุ-ครุ-ลหุ-ครุ
ตัวอย่างคำประพันธ์
| อนี้และนามวัง | สฐะดั่งฉบับนิพนธ์ | |
| ประกอบวิธียล | บทแบบก็แยบขบวน |
| ดิเรกะวิญญู | ชนะรู้แลใคร่แลครวญ | |
| สนุกเสนอควร | สุขจิตรประดิษฐ์ณะฉันท์ | |
| — (ประชุมจารึกวัดพระเชตุพนฯ) | ||
อินทวงศ์ฉันท์ 12 [แก้]
หนึ่งบทมี 2 บาท บาทละ 12 พยางค์ แบ่งเป็น 2 วรรค วรรคแรก 5 พยางค์ วรรคหลัง 7 พยางค์ ส่งสัมผัสแบบกาพย์
ลักษณะครุ-ลหุ เหมือนกันทุกบาท คือ ครุ-ครุ-ลหุ-ครุ-ครุ ลหุ-ลหุ-ครุ-ลหุ-ครุ-ลหุ-ครุ
ตัวอย่างคำประพันธ์
| ราชาประชุมดำ- | ริหะโดยประการะดัง | |
| ดำรัสตระบัดยัง | วจนัตถ์ปวัตติพลัน |
| ให้ราชภัฏโป | ริสะไปขมีขมัน | |
| หาพราหมณ์ทุพลอัน | บุระเนระเทศะมา | |
| — สามัคคีเภทคำฉันท์, ชิต บุรทัต | ||
โตฎกฉันท์ 12 [แก้]
หนึ่งบทมี 2 บาท บาทละ 12 พยางค์ แบ่งเป็น 2 วรรค วรรคละ 6 พยางค์ ส่งสัมผัสแบบกาพย์
ลักษณะครุ-ลหุ เหมือนกันทุกบาท คือ ลหุ-ลหุ-ครุ-ลหุ-ลหุ-ครุ ลหุ-ลหุ-ครุ-ลหุ-ลหุ-ครุ
ตัวอย่างคำประพันธ์
| มะทะนาดนุรัก | วรยอดยุพะดี | |
| และจะรักบมิมี | ฤดิหน่ายฤระอา |
| ผิวะอายุจะยืน | ศะตะพรรษะฤกว่า | |
| ก็จะรักมะทะนา | บมิหย่อนฤดิหรรษ์ | |
| — มัทนะพาธา, พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว | ||
ภุชงคประยาตฉันท์ 12 [แก้]
ภุชงคประยาตฉันท์ 12 มีความหมาย "งูเลื้อย" มีทำนองที่สละสลวย มักใช้แต่งกับเนื้อหาที่มีการต่อสู้ บทสดุดี บทชมความงาม บทถวายพระพร และบทสนุกสนาน นอกจักนั้นยังสามารถใช้แต่งบรรยายความให้รวดเร็วได้
หนึ่งบทมี 2 บาท บาทละ 12 พยางค์ แบ่งเป็น 2 วรรค วรรคละ 6 พยางค์ ส่งสัมผัสแบบกาพย์
ลักษณะครุ-ลหุ เหมือนกันทุกบาท คือ ลหุ-ครุ-ครุ-ลหุ-ครุ-ครุ ลหุ-ครุ-ครุ-ลหุ-ครุ-ครุ
ตัวอย่างคำประพันธ์
| ทิชงค์ชาติ์ฉลาดยล | คเนกลคนึงการ | |
| กษัตริย์ลิจฉวีวาร | ระวังเหือดระแวงหาย |
| เหมาะแก่การจะเสกสัน | ปวัตติ์วัญจะโนบาย | |
| มล้างเหตุพิเฉทสาย | สมัคคิ์สนธิ์สโมสร | |
| — สามัคคีเภทคำฉันท์, ชิต บุรทัต | ||
กมลฉันท์ 12 [แก้]
หนึ่งบทมี 2 บาท บาทละ 12 พยางค์ แบ่งเป็น 2 วรรค วรรคละ 6 พยางค์ ส่งสัมผัสแบบกาพย์
ลักษณะครุ-ลหุ เหมือนกันทุกบาท คือ ลหุ-ลหุ-ครุ-ลหุ-ครุ-ครุ ลหุ-ลหุ-ครุ-ลหุ-ครุ-ครุ
ตัวอย่างคำประพันธ์
| ทวิโลกยาฤๅคุณ | ก็บุลยบันดาล | |
| อภิมงคลาลาญ | ทุวิบากวิบัติภัย |
| คณะฉันทสรรค์นาม | กรตามบุราณไข | |
| บทกลอนกระมลไพ | เราะหพร้องลบองแสดง | |
| — (ประชุมจารึกวัดพระเชตุพนฯ) | ||
วสันตดิลกฉันท์ 14 [แก้]
วสันตดิลกฉันท์ มีความหมายว่า "ฉันท์ที่มีลีลาดังจอมเมฆในฤดูใบไม้ผลิ (ฤดูฝน)" เป็นหนึ่งในฉันท์ที่นิยมแต่งกันมากที่สุด เนื่องจากอ่านแล้วฟังได้รื่นหู รู้สึกซาบซึ้งจับใจ มักใช้แต่งชมความงาม และสดุดีความรักหรือของสูง
หนึ่งบทมี 2 บาท บาทละ 14 พยางค์ แบ่งเป็น 2 วรรค วรรคแรก 8 พยางค์ วรรคหลัง 6 พยางค์ ส่งสัมผัสแบบกาพย์
ลักษณะครุ-ลหุ เหมือนกันทุกบาท คือ ครุ-ครุ-ลหุ-ครุ-ลหุ-ลหุ-ลหุ-ครุ ลหุ-ลหุ-ครุ-ลหุ-ครุ-ครุ
ตัวอย่างคำประพันธ์
| รอบด้านตระหง่านจตุรมุข | พิศะสุขอร่ามใส | |
| กาญจน์แกมมณีกนกะไพ | ฑุริย์พร่างพะแพรวพราย |
| บานบัฏพระบัญชระสลัก | ฉลุลักษณ์เฉลาลาย | |
| เพดาลก็ดารกะประกาย | ระกะดาดประดิษฐ์ดี | |
| — สามัคคีเภทคำฉันท์, ชิต บุรทัต | ||
มาลินีฉันท์ 15 [แก้]
ชื่อฉันท์แปลว่า ดอกไม้ เป็นฉันท์ที่แต่งยากแต่ทว่ามีความงามประดุจดอกไม้ ทำนองฉันท์สั้นกระชับในตอนต้น แล้วราบรื่นในตอนปลาย เป็นฉันท์ที่มีท่วงทำนองเคร่งขรึมน่ายำเกรง กวีมักใช้แต่งเพื่ออวดความสามารถในการใช้ศัพท์และเป็นเชิงกลบท
หนึ่งบทมี 15 พยางค์ แบ่งเป็น 3 วรรค วรรคแรก 8 พยางค์ วรรคสอง 4 พยางค์ วรรคสุดท้าย 3 พยางค์ ส่งสัมผัสแบบกลอนสังขลิก
ลักษณะครุ-ลหุ คือ ลหุ-ลหุ-ลหุ-ลหุ-ลหุ-ลหุ-ครุ-ครุ ครุ-ลหุ-ครุ-ครุ ลหุ-ครุ-ครุ
ตัวอย่างคำประพันธ์
| กษณะทวิชะรับฐา | นันดร์และที่วา | |
| จกาจารย์ |
| นิรอลสะประกอบภาร | พีริโยฬาร | |
| และเต็มใจ |
ประภัททกฉันท์ 15 [แก้]
หนึ่งบทมี 15 พยางค์ แบ่งเป็น 3 วรรค วรรแรก 7 พยางค์ วรรคสอง 4 พยางค์ และวรรคสุดท้าย 4 พยางค์ ส่งสัมผัสแบบกลอนสังขลิก
ลักษณะครุ-ลหุ คือ ลหุ-ลหุ-ลหุ-ลหุ-ครุ-ลหุ-ครุ ลหุ-ลหุ-ลหุ-ครุ ลหุ-ครุ-ลหุ-ครุ
ตัวอย่างคำประพันธ์
| สุวุติปภัททกา | รจิตนา | |
| มกรประกาศ |
| บทคณฉันทศาสตร์ | นิกรปราชญ์ | |
| ประพฤติเพียร |
| พจนพิจิตรเรียน | อลสะเพียร | |
| มโนวิจารณ์ |
| วิบุลยปรีชญาณ | พลจะชาญ | |
| ฉลาดนิพนธ์ | ||
| — (ประชุมจารึกวัดพระเชตุพนฯ) | ||
วาณินีฉันท์ 16 [แก้]
หนึ่งบทมี 16 พยางค์ แบ่งเป็น 3 วรรค วรรแรก 7 พยางค์ วรรคสอง 4 พยางค์ และวรรคสุดท้าย 5 พยางค์ ส่งสัมผัสแบบกลอนสังขลิก
ลักษณะครุ-ลหุ คือ ลหุ-ลหุ-ลหุ-ลหุ-ครุ-ลหุ-ครุ ลหุ-ลหุ-ลหุ-ครุ ลหุ-ครุ-ลหุ-ครุ-ครุ
ตัวอย่างคำประพันธ์
| นรนฤนาทภิบาล | กลประมาณ | |
| ประเล่ห์อุประมา |
| จะประพฤติราชกิจา | นุกิจสา \ | |
| ธุธรรม์บอาธรรม์ |
| บุพบทวากยวรร | ณวุดิฉัน | |
| ทวณินีนาม | ||
| — (ประชุมจารึกวัดพระเชตุพนฯ) | ||
กุสุมิตลดาเวลลิตาฉันท์ 18 [แก้]
หนึ่งบทมี 18 พยางค์ แบ่งเป็น 3 วรรค วรรแรก 11 พยางค์ วรรคสอง 4 พยางค์ และวรรคสุดท้าย 3 พยางค์ ส่งสัมผัสแบบกลอนสังขลิก
ลักษณะครุ-ลหุ คือ ครุ-ครุ-ครุ-ครุ-ครุ-ลหุ-ลหุ-ลหุ-ลหุ-ลหุ-ครุ ครุ-ลหุ-ครุ-ครุ ลหุ-ครุ-ครุ
ตัวอย่างคำประพันธ์
| เสวกพึงศึกษาณสุวสดิดอุด- | ||
| ดมดิเรกดุจ | วิการกถา |
| ฉันท์นี้ธีเรศอ้างกุสุมิตลดา | ||
| เวลลิตานา | มกรขนาน | |
| — (ประชุมจารึกวัดพระเชตุพนฯ) | ||
เมฆวิปผุชชิตาฉันท์ 19 [แก้]
หนึ่งบทมี 19 พยางค์ แบ่งเป็น 3 วรรค วรรแรก 12 พยางค์ วรรคสอง 4 พยางค์ และวรรคสุดท้าย 3 พยางค์ ส่งสัมผัสแบบกลอนสังขลิก
ลักษณะครุ-ลหุ คือ ลหุ-ครุ-ครุ-ครุ-ครุ-ครุ-ลหุ-ลหุ-ลหุ-ลหุ-ลหุ-ครุ ครุ-ลหุ-ครุ-ครุ ลหุ-ครุ-ครุ
ตัวอย่างคำประพันธ์
| ขบวรเลบงเพรงพากย์พร้องก็เพราะพจนกลอน | ||
| เสนอกระวีวร | ทฤษฎี |
| ลบองเมฆวิปผุชชาติตาสุวุฒิกลมี | ||
| ฉันทคัมภีร์ | พฤโตทัย | |
| — (ประชุมจารึกวัดพระเชตุพนฯ) | ||
สัททุลลวิกกีฬิตฉันท์ 19 [แก้]
สัททุลลวิกกีฬิตฉันท์ มีความหมาย "เสือผยอง" ใช้แต่งบทไหว้ครู บทโกรธ และบทยอพระเกียรติ
หนึ่งบทมี 19 พยางค์ แบ่งเป็น 3 วรรค วรรแรก 12 พยางค์ วรรคสอง 5 พยางค์ และวรรคสุดท้าย 2 พยางค์ ส่งสัมผัสแบบกลอนสังขลิก
ลักษณะครุ-ลหุ คือ ครุ-ครุ-ครุ-ลหุ-ลหุ-ครุ-ลหุ-ครุ-ลหุ-ลหุ-ลหุ-ครุ ครุ-ครุ-ลหุ-ครุ-ครุ ลหุ-ครุ
ตัวอย่างคำประพันธ์
| พร้อมเบญจางคประดิษฐ์สฤษติตษฎี | ||
| กายจิตร์วจีไตร | ทวาร |
| กราบไหว้คุณพระสุคตอนาวรณญาณ | ||
| ยอดศาสดาจารย์ | มุนี |
| อีกคุณสุนทรธรรมะคัมภิรวิธี | ||
| พุทธ์พจน์ประชุมตรี | ปิฎก | |
| — สามัคคีเภทคำฉันท์, ชิต บุรทัต | ||
อีทิสังฉันท์ 20 [แก้]
อีทิสังฉันท์ 20 เป็นฉันท์ที่มีจังหวะกระแทกกระทั้น ฉะนั้นจึงใช้แต่งบรรยายความรัก ความวิตก และความโกรธ
หนึ่งบทมี 20 พยางค์ แบ่งเป็น 3 วรรค วรรแรก 9 พยางค์ วรรคสอง 8 พยางค์ และวรรคสุดท้าย 3 พยางค์ ส่งสัมผัสแบบกลอนสังขลิก
ลักษณะครุ-ลหุ คือ ครุ-ลหุ-ครุ-ลหุ-ครุ-ลหุ-ครุ-ลหุ-ครุ ลหุ-ครุ-ลหุ-ครุ-ลหุ-ครุ-ลหุ-ครุ ลหุ-ครุ-ครุ
ตัวอย่างคำประพันธ์
| อ้าอรุณแอร่มระเรื่อรุจี | ||
| ประดุจมโนภิรมย์ระตี | ณ แรกรัก |
| แสงอรุณวิโรจน์นภาประจักษ์ | ||
| แฉล้มเฉลาและโศภินัก | ณ ฉันใด |
| หญิงและชาย ณ ยามระตีอุทัย | ||
| สว่าง ณ กลางกมลละไม | ก็ฉันนั้น | |
| — มัทนะพาธา, พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว | ||
สัทธราฉันท์ 21 [แก้]
ฉันท์ที่มีลีลาวิจิตรประดุจสตรีเพศผู้ประดับด้วยพวงมาลัย
หนึ่งบทมี 21 พยางค์ แบ่งเป็น 4 วรรค วรรแรก 7 พยางค์ วรรคสอง 7 พยางค์ วรรคสาม 4 พยางค์ และวรรคสุดท้าย 3 พยางค์ ส่งสัมผัสแบบกลอนสังขลิก
ลักษณะครุ-ลหุ คือ
| ครุ-ครุ-ครุ-ครุ-ลหุ-ครุ-ครุ | ลหุ-ลหุ-ลหุ-ลหุ-ลหุ-ลหุ-ครุ | |
| ครุ-ลหุ-ครุ-ครุ | ลหุ-ครุ-ครุ |
ตัวอย่างคำประพันธ์
| อรรถแสดงแห่งเหตุพิเศษผล | นิกรวิธุรชน | |
| เชิญประกอบกล | ประกาศสาร |
| รังสรรค์ฉันทพากยโบราณ | บุนรจนวิถาร | |
| สัทธราขนาน | ณนามกร | |
| — (ประชุมจารึกวัดพระเชตุพนฯ) | ||
ฉันท์มาตราพฤติ [แก้]
ฉันท์มาตราพฤติ เป็นฉันท์ที่บังคับมาตรา โดยกำหนดให้พยางค์เสียงหนักคือ พยางค์ครุเป็นพยางค์ละ 2 มาตรา ส่วนพยางค์เสียงเบา คือ พยางค์ลหุ เป็นพยางค์ละ 1 มาตรา ในคัมภีร์วุตโตทัยมีฉันท์มาตราพฤติ 27 ชนิด ตั้งแต่บทละ 45 มาตรา จนถึง 68 มาตรา แบ่งเป็น 4 พวกใหญ่ ๆ คือ
อริยชาติฉันท์ [แก้]
มี ๗ ชนิด ได้แก่ อริยฉันท์, อริยสามัญญฉันท์, อริยปัฐยาฉันท์, อริยวิปุลาฉันท์, อริยจปลาฉันท์, อริยมุขจปลาฉันท์ และ อริยชฆนจปลาฉันท์
คีติชาติฉันท์ [แก้]
มี ๔ ชนิด ได้แก่ คีติฉันท์, อุปคีติฉันท์, อูคีติฉันท์ และอริยคีติฉันท์
เวตาฬิยชาติฉันท์ [แก้]
มี ๙ ชนิด ได้แก่ เวตาฬิยฉันท์, โอปัจฉันทสกะฉันท์, อาปาตลิฉันท์, ลักขณันตฉันท์, อุทิจจวุตติฉันท์, ปัจจวุตติฉันท์, ปวัตตกฉันท์, อปรันติกฉันท์ และจารุหาสินีฉันท์
มัตตาสมกชาติฉันท์ [แก้]
มี ๗ ชนิด ได้แก่ อจลฐิติฉันท์, มัตตาสมกฉันท์, วิสิโลกฉันท์, วานวาสิกฉันท์, จิตราฉันท์, อุปจิตราฉันท์ และปาทากุลกฉันท์
กวีไม่นิยมใช้ฉันท์มาตราพฤติในงานกวีนิพนธ์ [แก้]
ฉันท์มาตราพฤติเป็นฉันท์ที่กำหนดมาตรา ไม่กำหนดคณะฉันท์ ผู้แต่งสามารถพลิกแพลงอักษรใช้ได้หลายแบบในมาตราที่กำหนด ทำให้ดูขาดระเบียบ และไม่กำหนดฉันทลักษณ์ที่แน่นอนลงได้ รวมทั้งกำหนดจังหวะอ่านลำบาก กวีจึงไม่นิยมใช้ฉันท์มาตราพฤติในงานกวีนิพนธ์ จะมีก็แต่ในตำราฉันท์ให้คนรุ่นหลังได้ศึกษาเท่านั้น[2]
ฉันท์ประดิษฐ์ขึ้นใหม่ [แก้]
การประดิษฐ์ฉันท์ใหม่ของกวีตั้งแต่สมัยอยุธยาจนถึงปัจจุบัน ปรากฏว่ามี 2 ลักษณะ[1]คือ
- ฉันท์ที่ประดิษฐ์จากฉันท์เดิมในคัมภีร์วุตโตทัย
- ฉันท์ที่ประดิษฐ์ใหม่จากแหล่งที่มาอื่น
ฉันท์ที่ประดิษฐ์จากฉันท์เดิมในคัมภีร์วุตโตทัย [แก้]
ฉันท์ที่ประดิษฐ์ขึ้นในสมัยอยุธยาและปรากฏชื่อในจินดามณี [แก้]
มี ๓ ชนิด คือ วิเชียรดิลกฉันท์, ดิลกวิเชียรฉันท์ และโตฎกดิลกฉันท์
- วิเชียรดิลกฉันท์ เกิดจากการผสมระหว่างอินทรวิเชียรฉันท์ กับวสันตดิลกฉันท์ หนึ่งบทมี ๒ บาท ๒๕ พยางค์ บาทแรกเป็นอินทรวิเชียรฉันท์ ๑๑ พยางค์ บาทที่ ๒ เป็นวสันตดิลกฉันท์ ๑๔ พยางค์ มีบังคับระหว่างบาทกับระหว่างบท ตัวอย่าง
| เคยพาดพระหัตถ์เหนือ(๕) | อุรราชกัลยา(๖) | |
| กอดเกี้ยวคือกาญจนลดา(๘) | อันโอบอ้อมทุมามาลย์(๖) |
| พิศพักตรมณฑลศศิ | บริสุทธิเปรียบปาน | |
| เปรมร่วมมฤธูรสุบันดาน | รดีดัดบันเจิดใจ | |
| — (จินดามณี) | ||
- ดิลกวิเชียรฉันท์ เกิดจากการผสมระหว่างวสันตดิลกฉันท์ กับอินทรวิเชียรฉันท์ หนึ่งบทมี ๒ บาท ๒๕ พยางค์ บาทแรกเป็นวสันตดิลกฉันท์ ๑๔ พยางค์ บาทที่ ๒ เป็นอินทรวิเชียรฉันท์ ๑๑ พยางค์ มีบังคับสัมผัสระหว่างบาทกับสัมผัสระหว่างบท ตัวอย่าง
| อุรประทับอรถนัง(๘) | บรามัสสิวรไวย(๖) | |
| จุมพิตริมไร(๕) | โอษฐคันฐกัลยา(๖) |
| บริสังคติพระอุระองค์ | อานุชพนิดา | |
| สมสนุกนิเสน่หา | รสราคเอมอร | |
| — (จินดามณี) | ||
- 'โตฎกวิเชียรฉันท์ เกิดจากการผสมระหว่างโตฎกฉันท์ กับวสันตดิลกฉันท์ หนึ่งบทมี ๒ บาท ๒๖ พยางค์ บาทแรกเป็นโตฎกฉันท์ ๑๒ พยางค์ บาทที่ ๒ เป็นวสันตดิลกฉันท์ ๑๔ พยางค์ มีบังคับสัมผัสระหว่างบาทกับสัมผัสระหว่างบท ตัวอย่าง
| วรรังษิประไพ(๖) | บุรโชติพรายพรรณ(๖) | |
| เสตาเจนิรัตนสรรพ(๘) | ปริโตปิลังโค(๖) |
| หรคัณหปิงคำ | กปิโลโลปิตโต | |
| สิหัษรโทโพอรุโณ | ภาศรัศศมี | |
| — (จินดามณี) | ||
ฉันท์ที่ประดิษฐ์ในสมัยรัตนโกสินทร์ [แก้]
- กรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์ ได้ทรงประดิษฐ์ฉันท์ขึ้น ๕ ชนิด ในพระนิพนธ์เฉลิมเกียรติกษัตรีคำฉันท์ โดยผสมฉันท์ ๔ ชนิดได้แก่ อินทรวิเชียรฉันท์ วสันตดิลกฉันท์ ภุชงคปยาตฉันท์ และอินทวงศ์ฉันท์ เข้าด้วยกันเกิดเป็น ภุชพงศ์ฉันท์ (ผสมระหว่างภุชงคปยาตฉันท์กับอินทวงศ์ฉันท์) วสันตวงศ์ฉันท์ (ผสมระหว่างวสันตดิลกฉันท์กับอินทวงศ์ฉันท์) วสันตปยาตฉันท์ (ผสมระหว่างวสันตดิลกฉันท์กับภุชงคปยาตฉันท์) ภุชงควิเชียรฉันท์ (ผสมระหว่างภุชงคปยาตฉันท์กับอินทรวิเชียรฉันท์) และอินทรลิลาตฉันท์ (ผสมระหว่างอินทรวิเชียรฉันท์กับภุชงคปยาตฉันท์)
ตัวอย่างวสันตวงศ์ฉันท์ 15
| ผัวเมียพม่าทุพละพาศน์ | หินะชาตินิวาศพนอม | |
| ขัดแคลนนิแสนทุรนะตรอม | อุระเท้งเขยงขยัน |
| ทำตาลก็นานนิตยะเพียง | ผละเลี้ยงชีวินละวัน | |
| เกิดบุตรีก็สุดจะปิยะฉัน | ชิวะพ่อพะนอถนอม | |
| — (เฉลิมเกียรติกษัตรีคำฉันท์) | ||
ตัวอย่างอินทรลิลาตฉันท์ 11
| ผ่านฟ้าพญาเสือ | ดุร้ายเหลือและโลภโกง | |
| เสมือนต้อนตะโพงโขลง | พศกหาภุกาเมนทร์ |
| ไทเอือนพระเหมือนม่าน | เพราะบักอานกะการเกณฑ์ | |
| เดือดดาลกะบาลเบน | ขบถไท้ผิใครชวน | |
| — (เฉลิมเกียรติกษัตรีคำฉันท์) | ||
- เจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี หรือ ครูเทพได้นำเอาอินทรวิเชียรฉันท์มาแต่งสลับกับวสันตดิลกฉันท์ ใช้ชื่อว่า อินทวสัสตดิลกฉันท์ ดังตัวอย่าง
| ราตรีก็แม่นมี | ขณะดีและร้ายปน | |
| ไป่ผิดกะคนคน | คุณโทษประโยชน์ถม |
| ราตรีกลีกลพิโรธ | หฤโหดกระหึมลม | |
| มืดตื้อกระพือพิรุณพรม | และฤเราจะแยแส | |
| — (โคลงกลอนของครูเทพ เล่ม ๒) | ||
- ชิต บุรทัต ได้แทรกครุ - ลหุ เพิ่มในกาพย์สุรางคนางค์ 28 ทำให้เกิดความไพเราะมากยิ่งขึ้น คนรุ่นต่อมาจึงมักเรียกเป็น สุรางคนางค์ฉันท์ 28 และเห็นว่าเหมาะสำหรับข้อความที่คึกคัก สนุกสนาน โลดโผน ตื่นเต้น
ตัวอย่างคำประพันธ์
| สะพรึบสะพรั่ง | ||
| ณหน้าและหลัง | ณซ้ายและขวา |
| ละหมู่ละหมวด | ก็ตรวจก็ตรา | |
| ประมวลกะมา | สิมากประมาณ |
| นิกายเสบียง | ||
| ก็พอก็เพียง | พโลปการ |
| และสัตถภัณ | ฑสรรพภาร | |
| จะยุทธราญ | กะเรียกระดม | |
| — สามัคคีเภทคำฉันท์, ชิต บุรทัต | ||
- ประสาทพร ภูสุศิลป์ธร หรือนามปากกา คมทวน คันธนู ประดิษฐ์ฉันท์ใหม่ 15 ชนิด โดย
- ผสมฉันเดิมสองแบบเข้าด้วยกัน 9 ชนิด ได้แก่
- ทวนไฟฉันท์ 39 (สัททุลวิกกีฬิตฉันท์ 19 ผสมกับอีทิสังฉันท์ 20)
- เหมันตดิเรกฉันท์ 15 (วสันตดิลกฉันท์ 14 ผสมกับอินทวงศ์ฉันท์ 12) (ซ้ำกับวสันตวงศ์ฉันท์ 11 ของ กรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์)
- อุเปนทรวังสัฏฐฉันท์ 23 (อุเปนทรวิเชียรฉันท์ 11 ผสมกับวังสัฏฐฉันท์ 12)
- วงศ์วิเชียรฉันท์ 23 (อินทรวิเชียรฉันท์ 11 ผสมกับอินทวงศ์ฉันท์ 12)
- นาคเล่นน้ำฉันท์ 26 (ภุชงคปยาตฉันท์ 12 ผสมกับวสันตดิลกฉันท์ 26)
- อินทวงศ์วังสัฏฐฉันท์ 12 (อินทวงศ์ฉันท์ 12 ผสมกับวังสัฏฐฉันท์ 12)
- ภุชงควิเชียรฉันท์ 12 (ภุชงคปยาตฉันท์ 12 ผสมกับอินทรวิเชียรฉันท์ 11)
- วิเชียรภุชงค์ฉันท์ 11 (อินทรวิเชียรฉันท์ 11 ผสมกับภุชงคปยาตฉันท์ 12) (ซ้ำกับอินทรลิลาตฉันท์ 11 ของ กรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์)
- อินทรวสันตฉันท์ 25 (อินทรวิเชียรฉันท์ 11 ผสมกับวสันตดิลกฉันท์ 14)
- เปลี่ยนแปลงครุลหุในฉันท์เดิม 6 ชนิด ได้แก่
- ธนูฝนฉันท์ 17 (เพิ่มจากวสันตดิลกฉันท์ 14 อีก 3 พยางค์)
- คิมหันตดรงฉันท์ 29 (เพิ่มลหุในวรรคที่ 2 ของวสันตดิลก 14)
- คันฝุ่นฉันท์ 11 (ดัดแปลงอุปัฏฐิตาฉันท์ 11)
- คมแฝกฉันท์ 40 (ดัดแปลงจากวิชชุมมาลาฉันท์ 8) บางทีเรียก ฉันท์ 40 หรือ อัษฎาดุริยางค์
- ตัวอย่างคำประพันธ์
- ผสมฉันเดิมสองแบบเข้าด้วยกัน 9 ชนิด ได้แก่
| ความลับจะดำมืด | ความชืดจะชินชา | |
| ด้วยเล่ห์ ณ เวลา | มองฟ้าสิอาจม |
| คนไทยไฉนเล่า | โง่เง่าและงายงม | |
| หลงชื่นระรื่นชม | นานนมนิยมมา |
| ต่างเห็นจะเป็นเหยื่อ | เฝ้าเชื่อและบูชิต | |
| ยิ่งคาดอนาถผิด | เจ็บจิตอนิจจา |
| ฝังปลูกกระดูกผี | กี่ปีก็เปรมปรา | |
| โคตรใครจะไคลคลา | ไพร่ฟ้าสิหน้าเขียว | |
| — สามแพร่งชีวิตคำฉันท์, คมทวน คันธนู | ||
-
-
- นิรนามฉันท์ 20 (กำหนดครุลหุลงในกาพย์ฉบัง)
- อินทรธนูฉันท์ 12 (ดัดแปลงจากอินทวงศ์ฉันท์ 12)
-
ฉันท์ที่ประดิษฐ์ใหม่จากแหล่งที่มาอื่น [แก้]
- พระราชวรวงศ์เธอกรมหมื่นพิทยาลงกรณ์ หรือ น.ม.ส. ทรงประดิษฐ์ฉันท์ ๓ ชนิด คือ สยามรัตนฉันท์, สยามวิเชียรฉันท์ และ สยามมณีฉันท์ จาก อินเมโมเรียม ของ อังกฤษ โดยดัดแปลงสัมผัสให้แตกต่างกัน (ภายหลังมีการค้นพบว่า สยามมณีฉันท์ พ้องกับ ประมาณิกาฉันท์ ในตำราฉันโทมัญชรี ซึ่งมีมากว่า ๑,๐๐๐ ปีแล้ว)
- ตัวอย่าง สยามมณีฉันท์ 8 (สัมผัสแบบกลอนสุภาพ)
| ชโยสยาม ณ ยามจะรุ่น | สยามดรุณจะเร็วเจริญ | |
| ณ คราวจะเรียนก็เพียรจะเพลิน | ฤ ใครจะเกินสยามดรุณฯ |
| กุมาระไทยไฉนจะหลง | จะลืมพระองคะทรงสกุล | |
| ยามะรัฐอุบัติเพราะบุญ | พระเดชพระคุณพระราชะวงศฯ |
- สุภร ผลชีวิต ประดิษฐ์ฉันใหม่ ๒ ชนิด คือ เปษณนาทฉันท์ จากเสียงครกกระเดื่องตำข้าว และ มุทิงคนาทฉันท์ จากเสียงจังหวะตะโพนประกอบการรำโทน
- ตัวอย่าง เปษณนาทฉันท์ 16 (สัมผัสแบบกลอนสุภาพ)
| ณยามสายัณห์ตะวันย้อยต่ำ | เถอะเร่งเท้าตำจะค่ำแล้วหนอ | |
| ตะแล้กแต้กแต้กจะแหลกแล้วพ่อ | กระด้งเขารอจะขอรับไป |
| บุรุษรอทีสตีเร่งเท้า | บุรุษยั่วเย้ากระเซ้าเสียงใส | |
| กระเดื่องตำข้าวก็กราวเสียงไกล | สนุกน้ำใจสมัยราตรี |
- พันโท สุจิต ศิกษมัต ประดิษฐ์ พิบูลรัชนีฉันท์ เพื่อสดุดีจอมพล แปลก พิบูลสงคราม นางสาวจิรา จันทรานนท์นัยวินิจ นำไปแต่งเผยแพร่ในนามปากกา จิราจันท์
- ตัวอย่าง พิบูลรัชนีฉันท์
| โอ้องค์พระทรงสมญา | "ปิยมหาจุฬาลงกรณ์" | |
| ไทยสามิภักดิ์ภูธร | หทยเทอดพระเลิศเลอธรรม์ |
| แสงสูริย์จรูญจำรัส | รพิประภัสสร์ก็เพียงกลางวัน | |
| แสงโสมชโลมแหล่งสรรพ์ | ภพอร่ามก็ยามกลางคืน |
- ศักดิ์ศรี แย้มนัดดา ประดิษฐ์ฉันท์ขึ้น ๓ แบบ ได้แก่ จันทรกานตฉันท์ และ สูรยกานตฉันท์ เพื่อใช้ถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชฯ กับ สรัสวตีเทวีฉันท์ เพื่อทูลเกล้าฯ ถวายสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ
- ตัวอย่าง สูรยกานตฉันท์
| อ้า! ทิวา ณ ฉนำใหม่ | ศุภพิสัยดีถีเปรม | |
| ขอเชิญพระไตรรตโนดม | สรณะมิ่งประชานิกร |
| จุ่งได้ประสาทสิริพรให้ | ธนิรภัยเกษมบวร | |
| ยืนยง ณ ชีวนิรันดร | ดุจนภาและเมทินี |
- ถวัลย์ นวลักษณ์กวี ประดิษฐ์ฉันท ๓ ชนิด คือ ภูมิพลอดุลยเดชฉันท์ และ วชิราโสมสวลีฉันท์ โดยกำหนดครุลหุจากชื่อฉันท์ โดยได้รับพระบรมราชานุญาต ส่วน ฉันท์ 20 เป็นการประดิษฐ์ถวายสมเด็จพระบรมราชินีนาถอลิซาเบธที่ 2 แห่งราชอาณาจักรบริเตนใหญ่ คราวเสด็จเยือนประเทศไทย พ.ศ. 2515
- ตัวอย่าง ภูมิพลอดุลยเดชฉันท์
| รวมปฐมพระจักริวงศ์ | วีระทรงบำราบอมิตร | |
| เบญจมงค์วรงค์มหิทธิ์ | ปิยะราชผนิตสยาม |
| ดั่งพระเนาวมงค์พระนาม | ไท้พระภัทร "ภูมิพลฯ" | |
| ครบฉนำเฉลิมพระชนม์ | ปกประชาพิเศษพิชัย |
- เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ ประดิษฐ์ รพีพัฒน์ฉันท์ 6 โดยกำหนดครุลหุจากพระนามวรรคแรกของพระองค์เจ้ารพีพัฒนศักดิ์ ตัวอย่าง
| รพีพัฒนศักดิ์ | พระเอกอัครคุณ | |
| อร่ามเรือง ณ อรุณ | สถิตทอนิติธรรม |
- ชยศรี สุนทรพิพิธ ชาลี ประดิษฐ์ฉันท์ใหม่ คือ ชยสุนทรฉันท์ 23 ตัวอย่าง
| ละครวิทยุ | ประลุวิทยานันท์ | |
| กระแสส่งนภาพลัน | ระกะสายกระจายเสียง |
| มิเปลืองฉากธนะ | ผิแสดงก็สรรเพียง | |
| ประโลมโลกนิยายเรียง | รจเรขรำพันครวญ |
- พันเอก ชัยวิทย์ ชยาภินันท์ ได้ประดิษฐ์ กลาโหมกีรติฉันท์ 12 ใน กลาโหมคำฉันท์ เมื่อ พ.ศ. 2552 ตัวอย่าง
| สยามชาติเจริญรุ่ง | คติมุ่งจรุงมั่น | |
| วิบูลย์สุขขจายครัน | ศุภนันทนาการ |
| ผดุงกิจการแผ้ว | ก่อทแกล้ววิวัฒน์งาน | |
| สฤษฎีวิถีภาร | ฐิติสานลุมั่นคง |