งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
สัญลักษณ์ประจำงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ

งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ (อังกฤษ: Thai National Book Fair) เป็นงานจำหน่ายหนังสือและสื่อการศึกษา ที่มีบริษัทผู้ผลิตหนังสือ สำนักพิมพ์และร้านหนังสือ ร่วมออกร้านมากที่สุดในประเทศไทย ตามปกติจะจัดขึ้นในราวปลายเดือนมีนาคม ถึงต้นเดือนเมษายนของทุกปี โดยล่าสุดจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 40 ระหว่างวันศุกร์ที่ 29 มีนาคม - วันจันทร์ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2556

ประวัติ[แก้]

งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ เริ่มจัดขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2515 โดยกรมวิชาการ กระทรวงศึกษาธิการ และคณะกรรมการพัฒนาหนังสือแห่งชาติ ร่วมกันจัดขึ้น[1] (ต่อมา สมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย เข้าร่วมเป็นผู้จัดงานในภายหลัง) โดยตั้งแต่ครั้งที่ 1 จัดงานขึ้นที่บริเวณโรงละครแห่งชาติ จากนั้นมีการย้ายสถานที่จัดงานไปหลายแห่ง ได้แก่สวนลุมพินี โรงเรียนหอวัง ท้องสนามหลวง[ต้องการอ้างอิง] คุรุสภา และถนนลูกหลวง ข้างกระทรวงศึกษาธิการ และได้กราบทูลเชิญสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทรงเป็นองค์ประธานเปิดงานเป็นประจำทุกปี ต่อมาในปี พ.ศ. 2546 เพิ่มการจัดงานสัปดาห์หนังสือนานาชาติ (อังกฤษ: Bangkok International Book Fair) ไปพร้อมกันด้วย รวมทั้งย้ายสถานที่จัดงานไปยังศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

งานมหกรรมหนังสือระดับชาติ[แก้]

งานมหกรรมหนังสือระดับชาติ (อังกฤษ: Book Expo Thailand; เดิมชื่องานมหกรรมหนังสือและสื่อการศึกษาระดับชาติ) เป็นงานจำหน่ายหนังสือและสื่อการศึกษาในส่วนกลาง ซึ่งจัดโดยสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย ตามปกติจะจัดขึ้นในช่วงเดือนตุลาคมของทุกปี เริ่มจัดขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2539 ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์มาโดยตลอด โดยล่าสุดจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 18 ระหว่างวันที่ 16 - 27 ตุลาคม พ.ศ. 2556

วัตถุประสงค์ของการจัดงานฯ[แก้]

งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ และงานมหกรรมหนังสือระดับชาติ จัดขึ้นเพื่อเป็นการรณรงค์ให้คนไทย เล็งเห็นถึงความสำคัญของการอ่าน และส่งเสริมให้อ่านหนังสืออย่างต่อเนื่อง รวมถึงการช่วยเหลือบิดามารดา ผู้ปกครอง ครู และบรรณารักษ์ เรียนรู้และทำความเข้าใจเทคนิควิธีการส่งเสริมการอ่าน แก่เด็กและเยาวชนอย่างเหมาะสมและได้ผล นอกจากนี้ ยังได้เปิดโอกาสให้คนไทยสัมผัสกับหนังสือจากนานาชาติ เพื่อเป็นการเปิดโลกทัศน์และมองเห็นการพัฒนาอุตสาหกรรมหนังสือในต่างประเทศ และขณะเดียวกันก็ถือเป็นการเปิดโอกาสให้ชาวต่างชาติสัมผัสกับหนังสือไทย และยังเป็นสื่อกลางในการสร้างโอกาส ให้กับนักเขียนและสำนักพิมพ์ของไทย ในการจำหน่ายลิขสิทธิ์ให้กับต่างประเทศ ผลทางอ้อมของการจัดงาน ยังเป็นการส่งเสริมให้สำนักพิมพ์ในประเทศไทยเกิดความตื่นตัว ปรับปรุงและพัฒนาการผลิตหนังสือ ให้มีคุณภาพ มีความหลากหลาย เป็นประโยชน์ต่อผู้อ่าน และการพัฒนาประเทศในทุกด้าน ตลอดจนกระตุ้นการเรียนรู้ และปฏิบัติตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์อย่างถูกต้อง

อ้างอิง[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]