คามิน คมนีย์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
คามิน คมนีย์
คามิน คมนีย์ ภาพวาดโดยโกสินทร์ ขาวงาม.jpg
เกิด: บางขัน นครศรีธรรมราช
อาชีพ: นักเขียน

คามิน คมนีย์ (อ่านว่า คา-มิน-คะ-มะ-นี) เป็นนักเขียนสารคดีและนวนิยาย มีผลงานรวมเล่มตีพิมพ์แล้ว 14 เล่ม และได้รับรางวัลยอดเยี่ยมนายอินทร์อะวอร์ด 2 สมัย (ปี 2547 และ 2553), รางวัลชนะเลิศวรรณกรรมแว่นแก้ว (ปี 2554) และรางวัลหนังสือดีเด่นของ สพฐ. (ปี 2556)

นอกจากงานเขียนแล้ว คามินยังเป็นนักวิ่งระยะไกล, นักตะกร้อวง และนักชินลง อันเป็นกีฬาประจำชาติของพม่า งานเขียนหลายเล่มของเขาสะท้อนประสบการณ์และความหลงใหลในกีฬาดังกล่าว

ประวัติ[แก้]

เกิดที่ตำบลบ้านนิคม อำเภอบางขัน จังหวัดนครศรีธรรมราช จบชั้นประถมศึกษา (ป.6) ที่บ้านเกิดจากโรงเรียนบ้านนิคมวังหิน ชั้นมัธยมศึกษา (ม.6) จากโรงเรียนอำมาตย์พานิชนุกูล จังหวัดกระบี่ และนิติศาสตร์บัณฑิต (เกียรตินิยม) จากมหาวิทยาลัยรามคำแหง ก่อนได้ทุนรัฐบาลไปศึกษาต่อจนสำเร็จระดับมหาบัณฑิตทางกฎหมาย (Master of Laws) ที่มหาวิทยาลัยคอร์แนลล์ (Cornell) ประเทศสหรัฐอเมริกา เขากลับมาทำงานใช้ทุนในส่วนราชการและทำงานหน่วยงานอิสระมาหลายแห่ง ได้แก่ สำนักงานปลัดกระทรวง และกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย, สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.), สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.), สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)

ด้วยความใฝ่ฝันอยากเขียนหนังสือ เขาจึงออกจากงานประจำขณะมีเงินในบัญชีเพียงเล็กน้อย[1] เพราะความเชื่อว่าหากไม่เช่นนั้นจะไม่มีวันทำฝันให้เป็นจริงได้ ปัจจุบันเขาสร้างสรรค์งานเขียนหนังสือโดยอิสระ

ผลงานเขียน[แก้]

  1. เย็นวันเสาร์-เช้าวันอาทิตย์ (2547) รางวัลวรรณกรรมยอดเยี่ยมนายอินทร์อะวอร์ด ปี 2547
  2. ใต้ฟ้าฟากกระโน้น (2548) สารคดีสำหรับเยาวชนรางวัลชมเชยแว่นแก้ว ปี 2547
  3. ช่วยกันเตะ… อย่าให้ตาย! (2550) รางวัลชนะเลิศ mBook Contest ปี 2547
  4. ลอยนวล (2550)
  5. ไปเป็นเจ้าชาย... ในแคว้นศัตรู (2553) รางวัลวรรณกรรมยอดเยี่ยมนายอินทร์อะวอร์ด ปี 2553
  6. ตามหาโจตัน (2554) นวนิยายสำหรับเยาวชนรางวัลชนะเลิศแว่นแก้ว ปี 2554
  7. ตะลอนพม่าประสาเจ้าชาย (2555)
  8. สุ(ข)นัขคอนโด (2555) หนังสือแนะนำ ประเภทวรรณกรรมสำหรับเยาวชน เซเว่นบุ๊คอวอร์ด ปี 2556
  9. โลดเต้นบนเส้นด้าย (2555)
  10. ลูกยางกลางห้วย (2555) รางวัลดีเด่นของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) หนังสือสำหรับเด็กวัยรุ่น (บันเทิงคดี) ในการประกวดหนังสือดีเด่น ปี 2556 และรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ประเภทวรรณกรรมสำหรับเยาวชน เซเว่นบุ๊คอวอร์ด ปี 2556
  11. เหมือนเวลาไม่เคยเปลี่ยน (2556)
  12. ใจเท่านั้นบันดาลแรง (2556)
  13. เมื่อแม่ตื่น (2556) หนังสือแนะนำ ประเภทสารคดี เซเว่นบุ๊คอวอร์ด ปี 2557
  14. หัว*ใจ*เท้า (2557)

งานเขียนเชิงวิชาการ (ในชื่อ นิกร เภรีกุล)[แก้]

  1. 2543 การป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน: ทฤษฎี กฎหมาย และแนวทางปฏิบัติ
  2. 2543 การป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน : คู่มือประชาชน
  3. 2543 กฎหมายวิชาชีพวิศวกรรม (Thai law on engineering profession)

คามินกับการวิ่งระยะไกล[แก้]

คามินลงวิ่งมาราธอน (42.195 กม.) เป็นครั้งแรกในชีวิตในปี 2545 เพราะหลงผิดคิดว่าเป็นกีฬาที่อาศัยเพียงความใจสู้และอดทนโดยไม่ต้องฝึกซ้อมมากมาย บทเรียนเปลี่ยนชีวิตครั้งนั้นทำให้เขาหลงรักการวิ่งระยะไกลเป็นชีวิตจิตใจ ในปีแรกเขาเคยได้ถ้วยรางวัลจากการแข่งขันทั้งระยะมินิมาราธอน (10.5 กม.) ฮาล์ฟมาราธอน (21.1 กม.) และฟูลมาราธอน (42.195 กม.) ต่อมาจะบาดเจ็บบ่อยครั้งและแทบไม่ลงแข่งขันเลยนับเป็นเวลา 10 ปี กระทั่งกลับมามุ่งมั่นและลงวิ่งในระยะฟูมาราธอนได้สำเร็จอีกหนในปี 2556

ประสบการณ์การวิ่งระยะไกลได้กลายเป็นผลงานวรรณกรรมเล่มแรกของเขา คือ เย็นวันเสาร์-เช้าวันอาทิตย์ และ หัว*ใจ*เท้า ก็ถ่ายทอดเรื่องราวการกลับมาวิ่งระยะไกลอีกครั้งดังกล่าว

คามินกับตะกร้อวง[แก้]

ชอบใจในหลักคิดของการละเล่นที่ช่วยกันโดยไม่มีผู้แพ้ผู้ชนะของตะกร้อวง คามินทุ่มเทให้กับการฝึกฝนท่วงท่าลีลาหลากหลายจนได้ร่วมวงกับ ชมรมตะกร้อไทยลีลา ซึ่งเล่นประจำมาช้านานที่สนามหลวง เคยนำสมาชิกชมรมออกเดินสายสาธิตและเผยแพร่การเล่นตะกร้อวงในปี 2549-2550 โดยการสนับสนุนงบประมาณจาก สสส.

เรื่องราวตะกร้อวงของเขารวมเล่มไว้ในหนังสือ เรื่อง ช่วยกันเตะ… อย่าให้ตาย! และปรากฏในรายการสารคดีโทรทัศน์ "ลุยไม่รู้โรย"

คามินกับชินลง[แก้]

คามินเดินทางไปฝึกฝนและเล่นชินลงในพม่าครั้งแรกเมื่อปี 2549 ในเทศกาลวาโซชินลงแห่งมัณฑะเลย์ ซึ่งเป็นเทศกาลชินลงที่ใหญ่ที่สุดและเก่าแก่ที่สุด เขาได้รับการเรียกขานว่า "ไทยมินดา - Thai Minda" (แปลว่า เจ้าชายไทย) หรือ "โกนิกร - Ko Nikorn" และได้รับการบันทึกว่าเป็นคนไทยคนแรกที่ได้ร่วมเล่นชินลงในเทศกาลนี้ ในปี 2554 เขานำคณะนักตะกร้อไทยไปร่วมเล่นชินลงในเทศกาลดังกล่าว ทำให้เป็นนักชินลงต่างชาติทีมแรก (คนชาติเดียวกันครบทั้ง 6 คน) ในประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 80 ปีของเทศกาล

ในปลายปี 2555 เขานำนักชินลงมีชื่อจากประเทศพม่า พร้อมคณะรวม 6 คน มาสาธิตและเผยแพร่ชินลงเป็นครั้งแรกในประเทศไทยเป็นเวลา 9 วัน ในโครงการ "ชินลงมาไทย --Chinlone Thailand Tour 2012"

ประสบการณ์และเรื่องราวของชินลงและการเดินทางของเขาและคณะ ได้รับการถ่ายทอดสู่สาธารณชน ดังนี้

คามินในรายการโทรทัศน์และบทความนิตยสาร[แก้]

เว็บไซต์และบล็อก[แก้]

อ้างอิง[แก้]