ขุมทรัพย์สุดขอบฟ้า 2 ตอน ถล่มวิหารเจ้าแม่กาลี

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ขุมทรัพย์สุดขอบฟ้า 2
ตอน ถล่มวิหารเจ้าแม่กาลี
กำกับ สตีเวน สปีลเบิร์ก
ผลิต แฟรงก์ มาร์แชล
Robert Watts
George Lucas
แคธรีน เคนเนดี
เขียน บทภาพยนตร์:
Willard Huyck
Gloria Katz
เรื่อง:
George Lucas
แสดง/
พากย์
แฮร์ริสัน ฟอร์ด
Kate Capshaw
Jonathan Ke Quan
Amrish Puri
เพลง จอห์น วิลเลียมส์
กำกับภาพ Douglas Slocombe
ตัดต่อ Michael Kahn
เผยแพร่ พาราเมาท์ พิกเจอร์ส
ฉาย 23 พฤษภาคม ค.ศ. 1984
ยาว 118 นาที
ประเทศ สหรัฐอเมริกา
ภาษา อังกฤษ
งบประมาณ 28.17 ล้านเหรียญ
รายได้ 333,107,271 ล้านเหรียญ

ขุมทรัพย์สุดขอบฟ้า 2 ตอน ถล่มวิหารเจ้าแม่กาลี (อังกฤษ: Indiana Jones and the Temple of Doom) ออกฉายวันที่ 23 พฤษภาคม ค.ศ. 1984 เป็นภาพยนตร์ภาคที่ 2 ในซีรีส์ของอินเดียน่า โจนส์ เป็นภาพยนตร์แอ็คชั่น และ ผจญภัย จัดจำหน่ายโดย พาราเมาท์ พิกเจอร์ส ผลิตโดย ลูคัสฟิล์ม กำกับโดย สตีเวน สปีลเบิร์ก ซึ่งต่อจากภาพยนตร์ Raiders of the Lost Ark (1981)

ภาพยนตร์ได้ทำรายได้ไป 179 ล้านเหรียญ จากทุนสร้าง 28 ล้านเหรียญ ซึ่งถือว่าภาคนี้น่าจะเป็นภาคที่ทำรายได้น้อยที่สุด เพราะภาค 4 ตอนนี้รายรับรวมพุ่งทะลุไป 152 ล้านเหรียญ[1]

เนื้อหา

[แก้] เรื่องย่อ

ในปี 1935 อินเดียน่า โจนส์ (แฮร์ริสัน ฟอร์ด) ต้องทำการรับค่าจ้างเป็นเพชรเม็ดใหญ่จากมาเฟียเซียงไฮ้และไม่สามารถเจรจากับมาเฟียเซียงไฮ้เรื่องของได้ เค้าได้เอาตัวรอดขึ้นเครื่องบินพร้อมกับ ผู้หญิงนักร้องชื่อ วิลลี่ สก็อตต์ นักร้องไนท์คลับ (Kate Capshaw) ที่เผอิญซวย กับเด็กที่เป็นผู้ช่วย ดร.โจนส์อย่าง ชอตราว (Jonathan Ke Quan) เด็กชายวัยสิบสองปี แต่เนื่องด้วยเครื่องบินมันคือเครื่องบินของพวกมาเฟีย อินดี้จึงถูกปล่อยเกือบเอาชีวิตไม่รอด จนเขามาที่อินเดีย และทราบว่า ศิลาประจำหมู่บ้านได้หายไปพร้อมกับเด็กๆอีกหลายคน อินดี้จึงต้องลุยเมื่อตามหาศิลาและเด็กๆคืนมาให้แก่หมู่บ้าน จาก โมรา เรม (Amrish Puri) หัวหน้าลัทธิบูชายันต์ ที่นับถืออยู่ ซึ่งเขากำลังหักหลัง พระศิวะ ศิลามันถูกฝังอยู่ใต้บริเวณวังแพนคอต โมลา แรม ก็ได้จับเด็กๆ ไปขู่ตามหา

[แก้] นักแสดงนำ

[แก้] งานสร้างภาพยนตร์

ภาคนี้เล่นกับเรื่องความเชื่อและไสยศาสตร์ รวมไปถึงลัทธิบูชายันต์การผจญภัยครั้งนี้ของอินดี้นับว่าสนุกน้อยที่สุดในบรรดาหนังทั้ง 3 ภาค แต่ถึงกระนั้นประเด็นต่างๆ ในเรื่องเช่นความเชื่อ หรือการเล่าถึงตำนานต่างๆ มันกลับเป็นไปอย่างนิ่งๆ เรื่องราวตำนานในภาคนี้มันเป็นของฮินดู เช่น พระศิวะ เจ้าแม่กาลี ศิวลึงค์ สังฆรา ซึ่งทีมงานไม่ได้คุ้นเคยเท่าไหร่ เพราะส่วนใหญ่เขาเป็นชาวคริสต์กัน

ภาคแรกเรื่องหีบศักดิ์สิทธิ์ที่บรรจุบัญญัติ 10 ประการที่โมเลสนำลงมาจากยอดเขา ซึ่งเรื่องนี้ ผู้กำกับรู้ดีอยู่แล้วล่ะครับ เพราะเขาก็มีความเป็นยิวอยู่ เรื่องพวกนี้ก็ซึมลึกอยู่แล้ว ส่วนภาค 3 หนังก็เล่นเรื่องจอกศักดิ์สิทธิ์หรือจอกกาลิสที่พระเยซูใช้ในการเสวยพระกระยาหารมื้อสุดท้ายและตำนานนี้ยังเกี่ยวโยงมาถึงเรื่องของสงครามครูเสดและอัศวันโต๊ะกลมอีกด้วย นอกจากนี้ฉากที่ว่ายังมีดารารับเชิญอีกคนที่โผล่มาแบบเห็นหน้าชัดกว่าใครเพื่อน นั่นก็คือ Dan Aykroyd เจ้าหน้าที่สนามบินที่เดินไปคุยไปกับอินดี้นั่นแหละ ที่เขามาโผล่เรื่องนี้ก็เพราะ ผู้กำกับเคยไปโผล่ในภาพยนตร์ The Blues Brothers มาก่อน

[แก้] ดูเพิ่ม

[แก้] อ้างอิง

[แก้] แหล่งข้อมูลอื่น

เครื่องมือส่วนตัว

สิ่งที่แตกต่าง
การกระทำ
ป้ายบอกทาง
มีส่วนร่วม
พิมพ์/ส่งออก
เครื่องมือ
ภาษาอื่น