ก้านกล้วย 2

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
สำหรับความหมายอื่น ดูที่ ก้านกล้วย (แก้ความกำกวม)
ก้านกล้วย 2
ภาพจากโปสเตอร์
กำกับ ทวีลาภ ศรีวุฒิวงศ์
อำนวยการสร้าง กันตนา แอนนิเมชั่น
จำหน่าย/เผยแพร่ กันตนา แอนิเมชั่น
ฉาย 26 มีนาคม พ.ศ. 2552
ประเทศ ไทย ประเทศไทย
ภาษา ไทย
รายได้ 79 ล้านบาท
ก่อนหน้านี้ ก้านกล้วย
ข้อมูลจากสยามโซน

ก้านกล้วย 2 เป็นภาพยนตร์แอนิเมชันสามมิติภาคต่อของไทย กำกับภาพยนตร์โดยทวีลาภ ศรีวุฒิวงศ์ และอำนวยการสร้างโดยบริษัทกันตนา แอนิเมชั่น ก้านกล้วย 2 เป็นภาพยนตร์แอนิเมชั่นภาคต่อของก้านกล้วย เนื้อเรื่องเกี่ยวกับเจ้าพระยาปราบหงสาวดี ช้างทรงของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ที่ต้องปกป้องครอบครัวและบ้านเมือง ในสมัยสงครามระหว่างกรุงศรีอยุธยากับกรุงหงสาวดี ภาพยนตร์ดังกล่าวทำรายได้ 79 ล้านบาท[1]

เนื้อเรื่อง[แก้]

ดูตัวละครทั้งหมดที่ รายชื่อตัวละครในก้านกล้วย

หลังจากที่สมเด็จพระนเรศวรมหาราชเอาชนะสงครามยุทธหัตถีกับพระมหาอุปราชมังกะยอชวากรุงศรีอยุทธยาก็สงบสุขและได้รับเอกราชจากหงสาวดี แต่ผลจากสงครามยุทธหัตถีครั้งนั้นสร้างความแค้นใจให้กับพระเจ้านันทบุเรงเป็นอย่างมาก เนื่องจากต้องสูญเสียลูกชายด้วยน้ำมือของพระนเรศวร จึงยกทัพมาตีกรุงศรีอยุธยาเสมอ พระนเรศวรทรงแต่งตั้งให้ก้านกล้วยรับตำแหน่งเป็นเจ้าพระยาปราบหงสาวดี และร่วมออกศึกคู่พระองค์เรื่อยมา แต่เนื่องจากต้องออกศึกบ่อยครั้ง ก้านกล้วยที่แต่งงานกับชบาแก้วและกำลังจะมีลูกด้วยกันจึงไม่มีเวลาดูแลชบาแก้วเท่าที่ควร ทำให้ชบาแก้วทุกข์ใจและหนีก้านกล้วยไปอยู่ที่หมู่บ้านหินขาว(หมู่บ้านที่ชบาแก้วเคยอาศัยอยู่) พร้อมกับแสงดา แม่ของก้านกล้าวย และได้คลอดลูกออกมา เป็นช้างแฝดชื่อ ต้นอ้อและกอแก้ว

2 ปีผ่านไปก้านกล้วยก็ยังคงออกศึกร่วมกับพระนเรศวรเรื่อยมา แต่วันหนึ่งทหารหงศาวดียกทัพมาจับตัวชาวบ้านที่หมู่บ้านหินขาวและพยายามจับตัวชบาแก้วและลูกช้างแฝด แสงดาก็ได้ปกป้องลูกช้างแฝดจนตัวตาย แต่ทหารหงสาวดีสามารถจับตัวชบาแก้วและลูกช้างมาได้ในที่สุด ที่กรุงศรีอยุธยาเองก็กำลังเตรียมทัพเพื่อรับมือกับกองทัพหงสาวดีที่กำลังจะเข้าตีในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ก้านกล้วยรู้ข่าวว่าแม่ของตนตายและชบาแก้วรวมถึงลูกๆ ถูกจับตัว จึงหนีออกจากอยุธยา แล้วไปตามหาชบาแก้วที่หงสาวดี พระนเรศวรเมื่อรู้ว่าก้านกล้วยหายไปจึงส่งทหาร 3 นายออกไปตามหาก้านกล้วยเพื่อให้กลับมาร่วมรบ แต่ทัพหงสาวดีกำลังจะบุกมาในเร็ววันจึงต้องหาช้างทรงตัวใหม่มาแทนก้านกล้วยชั่วคราว

ก้านกล้วยบุกไปถึงหงสาวดีและได้พบตัวลูกๆ ที่ถูกจับตัว เพื่อเอาไปเป็นเครื่องสังเวยแด่เทพเจ้าแห่งหงสาวดี แต่ลูกช้างแฝดสามารถหนีมาได้ และได้พบหน้าก้านกล้วยเป็นครั้งแรก แต่ก้านกล้วยและลูกๆ ถูกทหารหงสาวดีจับตัวได้ในที่สุด นันทบุเรงเห็นดังนั้นจึงจับก้านกล้วยเป็นเครื่องสังเวยด้วยเนื่องจากเป็นช้างทรงของพระนเรศวรผู้ฆ่าลูกชายของตน

ในขณะเดียวกันทหารกรุงศรีอยุธยาทั้ง 3 นายก็บุกมาถึงหงสาวดีและพยายามช่วยก้านกล้วย ก้านกล้วยสามารถหนีออกจากแท่นสังเวยได้และสามารถช่วยลูกๆ และชบาแก้วได้ในที่สุด แต่ก็ได้พบกับงานิล ลูกของงวงแดงช้างทรงของมังกะยอชวาที่ก้านกล้วยฆ่าตายเมื่อสงครามยุทธหัตถี ทั้งคู่ปะทะกันอย่างดุเดือดจนเมื่อก้านกล้วยเริ่มเสียท่า ทหารกรุงศรีอยุทธยาได้วางระเบิดไว้ทำให้งานิลถูกระเบิดตาย ก้านกล้วยสามารถหนีมาได้พร้อมกับทหารกรุงศรีอยุธยาทั้ง 3 นายและกลับไปที่กรุงศรีอยุธยาได้ในที่สุด นันทบุเรงเมื่อรู้ดังนั้นก็ได้ทรงสังหารพระสุพรรณกัลยาพี่สาวของพระนเรศวร (หมายเหตุ:ตามประวัติศาสตร์นันทบุเรงถูกลอบวางยาพิษภายหลังแต่ในภาพยนตร์ไม่ได้กล่าวถึงนันทบุเรงอีกเลย)

ก้านกล้วยกลับถึงกรุงศรีอยุธยาและได้พบกับพระนเรศวร แต่การที่ก้านกล้วยหนีไปในยามศึกสงครามนั้นเป็นสิ่งผิดและต้องได้รับโทษ แต่กองทัพทหารผีดิบของหงสาวดีเข้าบุกโดยอองสา หมอผีชาวหงสาวดีที่ปรึกษาของนันทบุเรงใช้เวทมนตร์เรียกวิญญาณของทหารที่ตายในศึกสงคราม และเรียกวิญญาณงานิลที่มาเพื่อทำลายกองทัพกรุงศรีอยุธยา พระนเรศวรและทหารได้ต่อสู้กับทหารผีของหงสาวดีแต่ไม่สามารถต่อกรได้จนกระทั่งพระนเรศวรเสียทีและกำลังจะถูกงานิลฆ่า แต่ก้านกล้วยมาช่วยไว้ได้ทำให้พระนเรศวรร่วมสู้กับก้านกล้วยอีกครั้ง ก้านกล้วยและงานิลต่อสู้กันอย่างดุเดือด พระนเรศวรได้ขึ้นไปบนหน้าผาและต่อสู้กับอองสาและรู้ว่าพลังของอองสาทั้งหมดมาจากไม้เท้าจึงได้ทำลายไม้เท้าของอองสาจนแหลกสลาย เมื่อไม้เท้าของอองสาถูกทำลายวิญญาณทหารของหงสาวดีจึงสลายไป แต่ก้านกล้วยถูกงานิลแทงด้วยงาจนสลบไปจากการที่ไปช่วยต้นอ้อกับกอแก้วจากงานิล วิญญาณของงานิลสลายไป และวิญญาณของทหารหงสาวดีได้เข้าจู่โจมอองสา จนอองสาสิ้นชีวิต ก้านกล้วยได้พบกับพ่อและแม่ในที่ทางช้างเผือก จึงได้เคารพวิญญาณภูผา(พ่อ)และแสงดา(แม่)เป็นครั้งสุดท้ายและได้ตื่นฟื้นขึ้นอีกครั้ง ชบาแก้วและลูกๆ ต่างเข้ามากอดก้านกล้วยสร้างความประทับใจให้แก่พระนเรศวรและทหารกรุงศรีอยุธยาอย่างมาก พระนเรศวรเห็นดังนั้นจึงแต่งตั้งให้ก้านกล้วยเป็นเจ้าพระยาปราบหงสาวดีดั้งเดิม ภายหลังจากนั้นอยุธยาปราศจากสงครามเป็นเวลานานหลายร้อยปี และก้านกล้วยกับครอบครัวก็อยู่อย่างมีความสุข

ตัวละคร และการพากย์เสียง[แก้]

เพลงประกอบภาพยนตร์[แก้]

ทางที่ต้องเดิน ร้องโดย อรรถพร ธีมากร

ดูเพิ่ม[แก้]

อ้างอิง[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]