กาพย์ห่อโคลง

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
บทความนี้มีเนื้อหาที่สั้นมาก ต้องการเพิ่มเติมเนื้อหาหรือพิจารณารวมเข้ากับบทความอื่นแทน
Books-aj.svg aj ashton 01.png
ฉันทลักษณ์ไทย
กาพย์
กลอน
โคลง
ฉันท์
ร่าย
ร้อยกรองแบบใหม่
กลวิธีประพันธ์
กลบท
กลอักษร

กาพย์ห่อโคลง ผู้แต่งชื่อ เจ้าฟ้าธรรมธิเบศรไชยเชษฐสุริยะวงศ์ (เจ้าฟ้ากุ้ง) เป็นชื่อของบทประพันธ์ ที่แต่งขึ้น โดยใช้กาพย์ยานี สลับกับ โคลงสี่สุภาพ กาพย์ยานี กับ โคลงสี่สุภาพนั้น จะต้องมีความอย่างเดียวกัน คือให้วรรคที่หนึ่ง ของกาพย์ยานี กับบาทที่หนึ่ง ของโคลงสี่สุภาพ บรรยายข้อความ อย่างเดียวกัน หรือบางที ก็ให้คำต้นวรรค ของกาพย์ กับคำต้นบท ของโคลง เป็นคำเหมือนกัน ส่วนบัญญัติ หรือกฎข้อบังคับต่างๆ เหมือนกับ กฎของกาพย์ยานี และโคลงสี่สุภาพ ทั้งสิ้น มีเนื้อหาเล่าเรื่องการเดินทางไปพระพุทธบาทและชมธรรมชาติอันน่าตื่นตาตื่นใจที่พบเห็นระหว่างทาง เริ่มต้นจากบทชมริ้วขบวนการเดินทาง และปิดท้ายด้วยการบอกข้อมูลเกี่ยวกับกวี จุดประสงค์ของกวี และวิธีอ่านโคลงให้ไพเราะ เป็นจำนวนกาพย์ทั้งสิ้น ๑๐๘ บท และโคลง ๑๑๓ บท

ตัวอย่างกาพย์ห่อโคลง[แก้]

กาพย์ห่อโคลงประพาสธารทองแดง

เที่ยวเล่นเป็นสุขเกษม.............แสนสิ่งสนุกปลุกใจหวัง

เร่ร่ายผายผาดผัง................หัวริกรื่นชื่นชมไพร


สนุกเกษมเปรมหน้าเหลือบ..........ลืมหลัง

แสนสนุกปลุกใจหวัง..............วิ่งหรี้

เดินร่ายผายผันยัง...............ชายป่า

หัวร่อรื่นชื้นชี้..................ส่องนิ้วชวนแล

กาพย์ห่อโคลงประพาสธารทองแดง[แก้]

๑ เกลื่อนกรูหมู่จัตุรงค์ เปนกันกงเรียบเรียงไป

ทรงช้างระวางใน เทพลีลาหลังคาทอง ฯ

เกลื่อนกรูหมู่แห่ห้อม เรียงไสว

เสด็จพุดตานทองไคล หว่างเขรื้อง

ทรงช้างระวางใน มีชื่อ

เทพลีลาเยื้อง ย่างแหน้หลังดี ฯ

๒ เครื่องสูงเพราเพริศพราย ชมชุมสายซ้ายขวาเคียง

ธงไชยธงฉานเรียง ปี่กลองชนะตะเต่องครึมฯ

กลองทองตีครุ่มครึ้ม เดิรเรียง

จ่าตะเติงเติงเสียง ครุ่มครื้น

เสียงปี่รี่เรื่อยเพียง กระเวก

แตร้นแตร่นแตรฝรั่งขึ้น หวู่หวู้เสียงสังข์ ฯ

๓ นักสนมกรมชแม่มี่ ขี่ช้างกูบรูปโลมใจ

พักตราอ่าผ่องใส นุ่งห่มโอ่โสภาจริง ฯ

นักสนมกรมชแม่เจ้า ทังหลาย

ขี่ช้างกูบดาวราย แจ่มหน้า

พักตราผ่องใสสาย สุดสวาท

นุ่มห่มโอ่โถงผ้า อร่ามริ้วทองพราย ฯ

๔ เพริศเพราเหล่านางห้าม รูปทรงงามตามเสด็จไป

ผมมวยรวยริมไร ม่านปีกนกวกวงวัง ฯ

เพริศเพราเหล่าฝ่ายห้าม งามนัก

รูปงามตามแลลักษณ์ ลูบท้อง

ผมมวยรวยไรอรรค ชาเยศ

ม่านปีนกปกป้อง ห่อหุ้มคลุมเดิร ฯ

๕ เที่ยวเล่นเปนเกษมสุข แสนสิ่งสนุกปลุกใจหวัง

เร่ร่ายผายผาดผัง หวัวริกรื่นชื่นชมไพร ฯ

สุขเกษมเปรมหน้าเหลือบ ลืมหลัง

แสนสนุกปลุกใจหวัง วิ่งหรี้

เดิรร่ายผายผันยัง ชายป่า

หวัวรื่อรื่นชื่นชี้ ส่องนิ้วชวนแล ฯ

๖ พังพลายหมู่หมายซร้อง ในเถื่อนท้องร้องระงมดง

ธารน้ำคร่ำกันลง เล่นน้ำแน่นแตร้นชมกัน ฯ

ฝูงช้างสล้างใหญ่น้อย พังพลาย

ทอกโทนพินายหลาย ส่ำถ้วน

ทองแดงเผือกเนียมราย ในเหล่า

ลงท่าน้ำดำป้วน เล่นร้องฮูมแปร๋น ฯ

๗. กระบือโคโขล่ร้องเที่ยว เขาเสี้ยมเสี้ยวเสียวใจหาย

เลยหล้าอาหารชาย ป่าริมทุ่งวุ้งวงเขา ฯ

กระบือโคโขล่ร้องเที่ยว เหลือหลาย

เขาเสี้ยมเสียวใจหาย ขาดขว้ำ

เลมหล้าอาหารชาย ริมป่า

ลงล่องท่องท้องน้ำ ปลักแฉ้กลางตม ฯ

๘ กวางทรายร่ายกินหญ้า สุกรป่าพาพวกจร

สุนัขในไล่เห่าหอน ตามเปนหมู่พรูเพรียกเสียง ฯ

กวางทรายร่ายเสพย์หญ้า ดงดอน

หมูป่าพาเพื่อนจร ลูกล้อม

สุนัขจิ้งจอกหอน หลายเหล่า

เปนหมู่พรูเพรียกห้อม เห่าอื้ออึงเสียง ฯ

๙ กระทิงวิ่งทั้งคู่ ล่ำเติบตรูดูกำยำ

หน้าด่อนท่อนตัวดำ เขาเข้าวงก่งรอมงาม ฯ

กระทิงวิ่งทั้งคู่ ขันขำ

ล่ำเติบดูกำยำ โป่งป้อม

หน้าด่อนท่อนตัวดำ แรงเลิศ

เขาเค่าวงก่อง้อม แปล่มเสี้ยมรอมงาม ฯ

๑๐ มีหมีพีดำขลับ ขึ้นไม้ผับฉับไวถึง

เรี่ยวแรงแขงขันขึง กดโพรงไม้ได้ผึ้งกิน

มีหมีดำขลับหน้า เปนมัน

ขึ้นไม้ผับฉับพลัน ขบขึ้ง

เรี่ยวแรงแขงข้างขยัน สามารถ

กัดฉีกไม้ได้ผึ้ง คาบเคี้ยวพลางหวาน

๑๑ เสือโคร่งยงปีบเปรี้ยง แอบโจนเฉียงเสียงพึงกลัว

ร้ายยวดหนวดเพราพัว ลองเล็บเล่นเผ่นโผยผาย ฯ

เสือโคร่งยงปีบเปรี้ยง สยองหัว

ศัพทสำเนียงพึงกลัว ทั่วแคว้น

ร้ายยวดหนวดเพราพัว ตามุ่ง

ลองเล็บเล่นเผ่นแหล้น โลดเลี้ยวโผนผาย ฯ

๑๒ เสือเหลืองเมืองเชื่องหน้า อ้ายพรานป่าหล้ากินฉมัน

เรี่ยวแรงแขงดุจกัน กับเสือโคร่งโกงเสมอสมาน ฯ

เสือเหลืองยงแยกเขี้ยว ยิงฟัน

อ้ายค่างลายสพายฉมัน คาบเคี้ยว

ปีบเปรี้ยงเสียงขยาดขยัน ไวว่อง

ปูนเปรียบเสือโคร่งเลี้ยว โลดแหล้นเสมอสมาน

๑๓ เสือดาวคล่าวขึ้นไม้ วิ่งว่องไวได้โดยพลัน

สัตวใดไปใกล้มัน โจนยุดถนัดกัดกินไป ฯ

เสือดาวคล่าวขึ้นไม้ มองขยัน

วิ่งว่องไวฉับพลัน นั่งไม้

สัตวใดใกล้กลายมัน ในร่ม

โจนยุดถนัดกัดได้ ขย่ำก้มกินหลัง ฯ

๑๔ ลมาดผาดเริงแรง ฟันคางแขงแกล้งกัดวัลย์

เถาใหญ่ใกล้ปากมัน กัดขาดสนิธติดปากไป ฯ

ลมาดอาจร่านเหรี้ยว แรงขยัน

ฟันฟางคางแขงวัลย์ กิ่งเกี้ยว

เถาใหญ่ใกล้ปากมัน คาคาบ

กัดขาดสนิทติดเขี้ยว ย่ำย้ำกินพลาง ฯ

๑๕ โคแดงแจ้งกินอยู่ ยืนเปนหมู่คู่เคียงคลา

ลูกน้อยค่อยตามมา เที่ยวเล็มรบัดกัดปลายกิน ฯ

โคแดงแจ้งอยู่ล้อม กินเกลียง

ยืนเปนหย่อมพร้อมเพรียง พรั่งหน้า

ลูกน้อยค่อยตามเคียง แนมแม่

เที่ยวเล็มรบัดกัดหญ้า อ่อนอ้วนปลายเคลีย ฯ

๑๖ โคเพลาะฉะเพาะทุ่งออก แร่งเปนศอกหนอกสูงเถลิง

เขาโตโคล่ร้องเริง เมียลูกน้อยค่อยตามกัน ฯ

โคเพลาะฉะเพาะทุ่งแหล้น ลองเชิง

แร่งศอกหนอกสูงเถลิง เถื่อนเถ้า

เขาโตโคล่ร้องเริง ชมหมู่

เมียลูกน้อยค่อยเคล้า แม่เนี้ยวกินนม ฯ

๑๗ ฝูงฟานผ่านเถื่อนถ้อง เดินเปิบร้องก้องพงไพร

เที่ยวกินถิ่นฐานใด มีน้ำหญ้าอาหารเนา ฯ

ฝูงฟานผ่านเถื่อนถ้อง แถวไศล

เดิรเปิบร้องก้องไพร เกลื่อนกลุ้ม

เที่ยวกินถิ่นฐานใด แดนโป่ง

มีหญ้าน้ำพงผุ้ม บ่ายเข้านอนเนา ฯ

๑๘ ลมั่งพรั่งดงกว้าง เขาสองข้างกางโจงโครง

รูปร่างกวางโอ่โถง ฝีเท้าวิ่งยิ่งกว่ากวาง

ลมั่งเขาคู่ตั้ง กางโกง

สองค่างเขียงโจงโครง แตกต้น

รูปร่างกวางโอ่โถง ดีกว่า

ฝีเท้าวิ่งยิ่งพ้น แล่นล้ำเลยกวาง ฯ

๑๙ สิงคนัดเขาเสี้ยมเสี้ยว บิดเปนเกลียวเรียวสูงแหลม

ตัวต่ำดำมอมแมม ย่อมแล่นโลดโดดโจนลอย ฯ

สิงคนัดเขาเสี้ยมเชี่ยว สูงแหลม

บิดเปนเกลียวเรียวแนม คู่หยื้น

ตัวต่ำดำมอมแมม คราวตื่น

ย่อมแล่นโลดโดดขึ้น สู่ฟ้าโจนลอย ฯ

๒๐ เลียงผาอยู่ภูเขา หนวดพรายเพราะเขาแปล้ปลาย

รูปร่างอย่างแพะหมาย ขนเหม็นสาบหยาบเหมือนกัน ฯ

เลียงผาอยู่พ่างพื้น ภูเขา

หนวดภู่ดูเพราเขา ไปล่ท้าย

รูปร่างอย่างแพะเอา มาเปรียบ

ขนเหม็นสาบหยาบร้าย กลิ่นกล้าเหมือนกัน ฯ

๒๑ งูเหลือมเอื้อมพันไม้ หางกระหวัดไว้ใฝ่อาหาร

เนื้อกวางย่างเดิรพาน หย่อนตัวกระหวัดรัดกลมกิน ฯ

งูเหลือมเกี่ยวไม้ใฝ่ อาหาร

หางกระหวัดโยนยาน แย่งไว้

เนื้อกวางสุกรฟาน เดิรด่วน

หย่อนตัวกระหวัดรัดไว้ ปากอ้าอมกิน ฯ

๒๒ งูเหลือมกินสุกร อึ้งทึ่งนอนห่อนเลื้อยไป

หน่อไม้ขึ้นมาไช ท้องแทงตลอดตอดคลาคลืน ฯ

งูเหลือมกินลมั่งเนื้อ กวางฟาน

บห่อนสุดคลาคลาน อิ่มอึ้ง

นอนใกล้ก่อไผ่สาน แซมหน่อ

แทงตลอดหลังขาดขรึ้ง เมื่อเลื้อยคลายไป ฯ

๒๓ หมูเม่นเห็นพรอมแพรม ขนตัวแหลมแซมนักหนา

ใครปะจะจับมา พองขนสบัดสลัดถูกแทง ฯ

หมู่เม่นขนเสี้ยมทั่ว กายา

ขนแหลมแซมหนั่นหนา แน่นซร้อง

ใครปะจะจับมา ดูเล่น ก็ดี

พองขนสะบัดสลัดต้อง ติดหน้าถูกแทง ฯ

๒๔ เสือปลาล่ากินปลา ริมน้ำท่าหาเหยื่อแฝง

ปลาว่ายสวายหางแดง ฉวยได้ถนัดกัดเร่กิน ฯ

เสือปลาปลาเวียนหว้าย ตีแปลง

ริมท่าหาเหยื่อแฝง อยู่ใกล้

ปลาว่ายสวายหางแดง เปนหมู่

ฉวยถูกถนัดกัดได้ คาบเว้เร่กิน ฯ

๒๕ กระต่ายหลายพงศ์พรรค์ เต้นชมจันทร์หันตัวตาม

ซ่อมซุ้มชุมเหลือหลาม ยามออกเล่นเต้นชมกัน ฯ

กระต่ายหลายพวกพ้อง พรรค์งาม

ชมชื่นแสงจันทร์ตาม ไล่เหล้น

ซ่อมซุ้มชุมเหลือหลาม หลายเหล่า

ยามเมื่อออกเล่นเต้น โลดเลี้ยวชมกัน ฯ

๒๖ เสือกระต่ายลายเขียนขีด ตัวกระจิดนิดกว่าแมว

อยู่ป่าตาบั้งแบ๊ว ขบกระต่ายแล้วแง้วคำราม ฯ

เสือกระต่ายลายขีดขั้น เปนแถว

กระจิดกว่าแมวเหมือนแมว ปากเขี้ยว

อยู่ป่าตาบั้งแบ๊ว มองหมอบ

ขบกระต่ายตายเคี้ยว ย่ำย้ำคำราม ฯ

๒๗ กระจงกระจิดเตี้ย วิ่งเรี่ยเรี่ยน่าเอ็นดู

เหมือนกวางอย่างตาหู มีเขี้ยวน้อยสร้อยแนมสอง ฯ

กระจงกระจิดหน้า เอนดู

เดินร่อยเรี่ยงามตรู กระจ้อย

เหมือนกวางอย่างตาหู ตีนกีบ

มีเคี่ยวขาวน้อยช้อย แนบข้างเคียงสอง ฯ

๒๘ ฝูงลิงใหญ่น้อยกระจุ้ย ชะนีอุ่ยอุ้ยร้องหา

ฝูงค่ายหว่างพฤกษา ค่างโจนไล่ไขว่ปลายยาง ฯ

ฝูงลิงยวบยาบต้น พวาหนา

ฝูงชะนีมี่กู่หา เปล่าข้าง

ฝูงค่างหว่างพฤกษา มาสู่

ครอกแครกไล่ไขว่คว้าง โลดเลี้ยวโจนปลิว

๒๙ ลิงลมชมเชยคู่ ขึ้นนั่งอยู่ผู้คนหมาย

ลมพัดบัดเดียวหาย พัดทิศใดไปตามลม ฯ

ลิงลมชมคู่ต้น ยางทราย

คนนั่งตั้งใจหมาย ยื่นกล้วย

ลมพัดบัดเดียวหาย วิววู่

พัดทิศใดไปด้วย ด่วนคล้ายตามลม ฯ

๓๐ ลิงจุ่นงุนเงื่องเซื่อง ค่อยกระเตื้องเงื่องคลาคลาน

หางสั้นมันงมงาน จับตัวไล่ได้ง่ายดาย ฯ

ลิงจุ่นงุนหง่อยหน้า ซมซาน

ค่อยกระเตื้องเงื่องคลาคลาน ร่ายไม้

หางสั้นมันงมงาน กินอยู่

จู่จับเอาตัวได้ ง่ายแท้ควรเห็น ฯ

๓๑ ฝูงบ่างบ้างแดงด่าง ไต่หมากปรางบ้างแบนโผ

คนดูอยู่อะโข ย่อมทิ้งไล่ให้มันบิน ฯ

ฝูงบ่างแดงด่างบ้าง ตัวโต

ไต่หมากปรางแบนโผ แล่นไม้

คนดูอยู่อะโข เนืองนั่ง

ย่อมทิ้งยิงกระสุนให้ ผึ่งท้องแบนบิน ฯ

๓๒ ตะกวดเหี้ยเมียเข้าไข่ ในโพรงไม้ได้เปนรัง

ตัวน้อยกระจ้อยหวัง รูปจรเข้เล่ห์เหมือนกัน ฯ

ตะกวดเหี้ยเมียเข้าไข่ ตีนตรัง

โพรงไม้อยู่เปนรัง ด่วนดั้น

ตัวน้อยกระจ้อยหวัง ดูรูป

อย่างจรเข้เล่ห์นั้น ห่อนเพี้ยนเหมือนกัน ฯ

๓๓ ลินแล่นแผ่นดินหลาย เห็นคนอายซ่อนหน้าตา

คนเขาเอาตัวมา ขดตัวไว้ไม่คลี่คลาย ฯ

ตัวลินเปนเกล็ดถั้ว กายา

หัวหางขดหน้าตา ซ่อนไว้

คนเขาเอาตัวมา ดูบ่อย

ยื้อคร่าแกะแคะได้ ไม่เขลื้อนคลาคลาย ฯ

๓๔ ตัวตุ่นงุนคลาคลาน ได้อาหารเข้าในโพรง

ชอบกลต้นสำโรง เข้าเคล้าคู่อยู่เปนรัง ฯ

ตัวตุ่นค่อยเตื่องเต้น หลังโกง

ฉายสัตว์เข้าในโพรง ไต่เต้า

ชอบกลต้นสำโรง รังร่ม

พาคู่เคียงคลาเคล้า อยู่ถี้รวงรัง ฯ

๓๕ ฝูงอ้นด้นแผ่นดิน กินรากไผ่ใบรวกผุย

ปล่องเป็นเปนขี้ขุย คุ้ยดินร่วนกลวงเป็นโพรง ฯ

ฝูงอ้นด้นข่วนฟุ้ง ดินขจุย

รากไผ่ไม้รวกผุย กัดแหง้น

เห็นช่องปล่องดินขุย ขุดอยู่

ดินร่วงกลวงทางแหล้น ลอดเลี้ยวในโพรง ฯ

๓๖ กระเห็นเต้นคล้ายคล้าย ลายพรอมแพรมแกมดำเหลือง

ไต่บนต้นหมากเฟือง ลูกสุกห่ามตามกันกิน ฯ

กระเห็นเต้นต่ายเหนื้อง มาเนือง

ลายด่างดำแกมเหลือง เล่าเหลื้อง

ไต่บนต้นหมากเฟือง กินเฟื่อง

หางค่องกิ่งไม้เปลื้อง คล่ำคล้ายชายคลาย ฯ

๓๗ กระเอื้อยเลื้อยหางยาว ด่างดำขาวราวลูกอิน

สุกพร้อมย่อมมากิน เห็นต้นไต่ไปตามกัน ฯ

กระเอื้อยเลื้อยพู่ห้อย หางยาว

ลูกอินกินเมื่อคราว แก่ต้น

รูปร่างด่างดำขาว เขียนขีด

ตีนเต้นไต่ไปพ้น อยู่บ้างเบาบางฯ

๓๘ กระแตไต่ไม้กระจ้อย ตัวน้อยน้อยโจนเรี่ยเรี่ย

โพรงปรูอยู่กับเมีย หางพัวเรียวเที่ยวไปมา ฯ

กระแตไต่กิ่งน้อย ตามเมีย

ตัวกระจ้อยโจนเรี่ย ร่ายไม้

โพรงปรูอยู่เย็นเลีย โลมลูก

หางพู่เรียวเที่ยวไหล้ คู่เลี้ยวไปมา ฯ

๓๙ ชมชมดรสกลิ่นกล้า หน้าเซี่ยมแสล้มแนมคู่เคียง

เล่าฦๅชื่อชมดเชียง คนหานักมักตามรอย ฯ

ชมดเชียงเกลี้ยงกลิ่นกล้า หอมชวย

แชล่มคางหางพู่สวย เซี่ยมหน้า

ยืนคู่อยู่เคียงรวย รวยกลิ่น

คนตามถามซื้อข้า คนขึ้นขายรอย ฯ

๔๐ กระรอกหางพัวพู่ โพรงไม้อยู่คู่ไล่ตาม

หางสลวยละลวยงาม วิงไปมาน่าเอนดู ฯ

กระรอกหางพู่เหล้น ปลายมะขาม

โพรงไม้คู่อยู่ตาม โลดไหล้

หางสลวยละลวยงาม ขาวผ่อง

วิ่งไวไปมาให้ ชื่นหน้าเอนดู ฯ

๔๑ ป้องข่างอย่างปึ้งก่า มาแปลกกันมันรู้บิน

เหนียงในใต้คางกิน อาหารได้ไป่รู้เลย ฯ

ป้องข่างอย่างปึ้งก่าคล้าย โดยถวิล

แปลกแต่รู้แบนบิน ไล่ขู้

เหนียงในใต้คางกิน สัตว์เสพย์

อาหารใดไป่รู้ ห่อนแจ้งใจเลย ฯ

๔๒ ตุกตู่หมู่ตุกแก อึ่งอ่างแย้แลบึ้งแตน

ผึ้งหลวงรวงเลื้อยแขวน บนปลายไม้ใหญ่รังรวง ฯ

ตุกแกตุกตู่ต้อง คนแหงน ดูนา

แย้บึ้งปึ้งก่าแตน ต่อเฝ้า

ผึ้งหลวงรวมเลื้อยแขวน รังเรียบ

บนปลายไม้ใหญ่เถ้า แผ่นตั้งรวงเรียง ฯ

๔๓ งูเขียวเที่ยวเลื้อยแล พบตุกแกย่อมสู้กัน

ตุกแกกัดงูพัน แรงงูมากปากคลาคลาย ฯ

งูเขียวสายม่านเลื้อย ลายมัน

พบตุกแกกวดขัน เกี่ยงกล้า

งูขบกัดงูพัน รัดรอบ

แรงมากปากคลายอ้า ออกให้งูพลัน ฯ

๔๔ งูเขียวรัดตุกแก ตุกแกแก่คางแขงขยัน

กัดงูงูยิ่งพัน อ้าปากง่วงล้วงตับกิน ฯ

งูเขียวแลเหลื้อมพ้น พิศพลัน

ตุกแกคางแขนขยัน คาบไว้

กัดงูงูเร่งพัน ขนดเครียด

ปากอ้างูจึงได้ ลากล้วงตับกิน ฯ

๔๕ ยูงทองย่องเยื้องย่าง รำรางขางช่างฟ่ายหาง

ปากหงอนอ่อนสำอาง ช่างรำเล่นเต้นตามกัน ฯ

ยูงทองย่องย่างเยื้อง รำฉวาง

รายร่ายฟ่ายเฟื่องหาง เฉิดหน้า

ปากหงอนอ่อนสำอาง ลายเลิศ

รำเล่นเต้นงามหง้า ปีกป้องเปนเพลง ฯ

๔๖ นกเขาเข้าเคียงคู่ ก่งตอคูคู่ขานขัน

กระทาทักปักกรอกัน บ้างขันไขว่ไล่ลามชน ฯ

นกเขาขันคู่คู้ เคียงขัน

คอก่งคูขานขัน คึ่นหน้า

กระทาทักปักกรอกัน เสียงเฉื่อย

ลามไล่ไขว่ขันจ้า แปลกขู้ชนแทง ฯ

๔๗ ไก่ป่าจ้าเสียงเตี้ย พาลูกเมียเขี่ยหากิน

เห็นคนก่นวิ่งบิน เข้าเร้นรอกซอกซอนหาย ฯ

ไก่ป่าขันเฉื่อยแจ้ว กลางดิน

ลูกเมียเขี่ยหากิน กกเหล้น

เห็นคนก่นวิ่งบิน ถาบตื่น

ซอกซอนซ่อนตัวเร้น พุ่มไม้สูญหาย ฯ

๔๘ ไก่ฟ้าอ้าสดแสง หัวสุกแดงแทงเดือยแนม

ปีกหางต่างสีแกม สีแต้มต่างอย่างวาดเขียน ฯ

ไก่ฟ้าหน้าก่ำกล้า ปากแหลม

หัวแดงแฝงเดือยแนม เนื่องแข้ง

ปีกหางต่างสีแกม ลายลวด

ตัวด่างอย่างคนแกล้ง แต่งแต้มขีดเขียน ฯ

๔๙ นกหว้าหน้างามลาย คือดาวรายพรายเพริศเพราะ

เที่ยวกินถิ่นลำเนา พาคู่เคล้าเฝ้าชมกัน ฯ

นกหว้าหน้าเปรียบแต้ม ตรูเฉลา

ตัวลายพรายดาวเพรา เพริศหน้า

เที่ยวกินถิ่นลำเนา เคยอยู่

เคียงคู่เคล้าเฝ้าหล้า เก็บลิ้มเล็มกิน ฯ

๕๐ พังพอนจรเคล้าคู่ พบพานงูอยู่สู้กัน

งูเห่าเอาขนดพัน พังพอนผันหันตัวตาม ฯ

พังพอนจรเคล้าคู่ เรียงรัน

พบพานงูสู้กัน ขบเขี้ยว

งูเห่าเอาขนดพัน รัดรวด

พังพอนจรผันเลี้ยว ปลดเปลื้องตัวตาม ฯ

๕๑ นกกดอดทนสู้ พบงูเห่าเอาปีกบัง

งูโพนพังพานหวัง จะขบตอดบรอดเลย ฯ

นกกดอดทนสู้ งูขลัง

งูขบเอาปีกบัง เข็ดเขี้ยว

งูเลิกพังพานหวัง ขบตอด

ตลอดบรอดเลยเลี้ยว หลีกเลี้ยวสูดหนี ฯ

๕๒ ดู หนู สู่ รู งู งู สุด สู้ หนู สู้ งู

หนู งู สู้ ดู อยู่ รูป งู ทู่ หนู มู ทู ฯ (กาพย์เลื่อนล้า)

ดู งู ขู่ ฝูด ฝู้ พรู พรู

หนู สู้ รู งู งู สุด สู้

งู สู้ หนู หนู สู้ งู อยู่

หนู รู้ งู งู รู้ รูป ทู้ มู ทู (โคลงบาทเลื่อนล้า)

๕๓ นกกะเรียนเวียนลงหนอง ตรอมเที่ยวย่องร้องแกร๋แกร๋

ริมทุ่งกระทุงลอยแพ เดียรดาษแลแหล่เหลือหลาย ฯ

นกกะเรียนเวียนว่อนน้ำ เลงแล

ลงย่องร้องแกร๋แกร๋ แจ่มจ้า

ริมทุ่งกระทุงลอยแพ ลงล่อง

บินกลาดกลุ้มท้องฟ้า ร่อนร้องเหลือหลาย ฯ

๕๔ นกแก้วแจ้วเสียงใส คลอไคล้คู่หมู่สาริกา

นกตั้วผัวเมียคลา ฝ่าแขกเต้าเหล่าโนรี ฯ

นกแก้วแจ้วรี่ร้อง เร่หา

ใกล้คู่หมู่สาริกา แวดเคล้า

นกตั้วผัวเมียมา สมสู่

สัตวาฝ่าแขกเต้า พวกพ้องโนรี ฯ

๕๕ นกกระจิบกระจาบมั่ว ปากตะกั่วชายชมพู

นกไส้นกกรอดดู จ้อแจ้อยู่พรูเพรียกไพร ฯ

กระจิบกระจาบน้อยน่า เอนดู

ปากตะกั่วชายชมพู แห่งห้อม

นกไส้กรอดดูฟู พองปีก

จอแจพรังพรั่งพร้อม เพรียกร้องในไพร ฯ

๕๖ กางเขนรำเขนหาง บ่าวขุนพลางกางปีกรา

จินโจ้แกงจืดมา ร้องแจ้วจ้าป่าวังเวง ฯ

กางเขนรำไต่ต้น พฤกษา

บ่าวขุนกางปีกรา ปากอ้า

จินโจ้แกงจืดมา พูดเพรียก

นกพริกร้องแจ้วจ้า ป่าก้องวังเวง ฯ

๕๗ นกขมิ้นเหลืองหลากหลาย มีสพายหมายสองคาง

เหลืองอร่ามงามปีกหาง เห็นสำอางช่างมีพรรณ ฯ

นกขมิ้นเหลืองก่ำป้อง ปีกหาง

มีสพายหมายสองคาง ค่างแก้ม

เหลืองอร่ามงามปีกหาง เห็นเลิศ

สร้อยสำอางอย่างแต้ม แต่งให้มีพรรณ ฯ

๕๘ ชมคู่หมู่ซั้งแซว ร้องโฉดแก้วแล้วบินไป

เลียนนกหกใดใด ย่อมเลียนได้ไท้เสียงแมว ฯ

ซั้งแซวเสียงแจ้งส่ง เอาใจ

ร้องโฉดแก้วบินไป มุ่งไม้

เลียนนกสิ่งใดใด เหมือนอยู่

ไม่เพี้ยนเลียนได้ไท้ เล่ห์ร้องเสียงแมว ฯ

๕๙ นกคุ่มซุ่มอยู่นอน ในดงดอนซ่อนไคลคลา

ลายเลือนเหมือนนกกระทา แต่ตัวน้อยค่อยเก็บบิน ฯ

นกคุ่มซุ่มอยู่ข้อย ไปมา

ดงดอนซ่อนกายา กระจ้อย

ลายเลือนเหมือนนกกระทา กระแจ่ม

แต่ว่าตัวน้อยน้อย ค่อยเถี้ยวเก็บกิน ฯ

๖๐ นกเงือกอยู่โพรงไม้ ผัวฟักไข่เมียผันผาย

เล่นชู้อยู่เสบยสบาย ผัวหมายไว้ให้รวงรัง ฯ

นกเงือกอยู่ซอกไม้ เรียงราย

ผัวฟักเมียผันผาย ด่วนได้

เล่นชู้อยู่เสบยสบาย ลืมคู่

ผัวอดอาหารให้ อยู่เฝ้ารวงรัง ฯ

๖๑ ชาตบุษป์พุทธชาตซาบ กุหลาบกนาบทั้งสองทาง

เบงระมาดยี่สุ่นกาง กลีบบานเพราะเหล่าดาวเรือง ฯ

ชาตบุษป์พุทธชาตขึ้น เคียงกลาง

กุหลาบกนาบสองทาง กลิ่นฟุ้ง

เบงระมาดดยี่สุ่นกาง ตรงกลีบ

สาวสาวฉวยชิงหยุ้ง เก็บร้อยรอยกรอง ฯ

๖๒ เพกาสาเกกุ่ม ไม้ตาตุ่มทุมราชา

สุกรมมะยมพวา ไม้หมากข้าขานางเปล้า ฯ

เพกาฝักย้อมกุ่ม ผลหนา

ตาตุ่มทุมราชา เนื่องหน้า

สุกรมมะยมพวา ชมพู่

สาเกไม้หมากข้า อิกเปล้าขานาง ฯ

๖๓ กะจายสยายซร้องนาง ผ้าไสบางนางสีดา

ห่อห้อยย้อยลงมา แต่ค่าไม้ใหญ่สูงงาม ฯ

กะจายสยายคลี่ซร้อง นงพะงา

สไบบางนางสีดา ห่อห้อย

ยื่นเลื้อยเฟื้อยลงมา โบยโบก

แต่ค่าไม้ใหญ่น้อย แกว่งเยื้องไปมา ฯ

๖๔ กะเช้าเจ้าบรรจง ปากแฉกตรงทรงหาบหาม

แล่งปืนของพระราม รูปงามดีมีสืบมา ฯ

กระเช้านางแต่งเจ้า ผจงงาม

ปากแฉกทรงหาบหาม ห่วงห้อย

แล่งปืนของพระราม ยังอยู่

รูปร่างงามน้อยน้อย งอกขึ้นสืบมา ฯ

๖๕ เล็บนางงามแสล้ม ต้นนางแย้มแกมดองดึง

สุพรรณิกากากระทึง ดอกราชพฤกษ์ซึกต้นไตร ฯ

เล็บนางนวยแน่งน้อย พอพึง

นางแย้มแกมดองดึง อีกอ้อย

สุพรรณิกากากระทึง บางแบ่ง

ราชพฤกษ์ซึกดวงย้อย พู่เพี้ยงไทรไตร ฯ

๖๖ ชงโคตะโกตะขบหว้า ต้นตุมกากาฝากลง

ชอบกลต้นมหาหงส์ มะเดื่อดูกลูกนมแมว ฯ

ชงโคตะโกขบหว้า ดาดดง

ตุมกากาฝากลง ติดไม้

นมแมวมหาหงส์ เห็นอยู่

มะเดื่อดูกลูกงอกได้ แส่ทึ้งสอยกิน ฯ

๖๗ กำจัดสลัดไดขึ้น บนพื้นภูภู่เขาสูง

แคคางยางยูงดูง ต้นกระแบกแปลกกันบาน ฯ

สลัดไดกำจัดต้น หางยูง

บนภูภู่เขาสูง หย่งหยื้น

แคคางยางยูงดูง ตรงโตรด

ตระแบกแปลกกันขึ้น เกลื่อนกลุ้มบานไสว ฯ

๖๘ แคฝอยข่อยเข็มข้า ต้นกาลาน่าดอกบาน

งิ้วงับพลับพลึงปาน นิ้วมือเรียบเปรียบเทียนกลึง ฯ

แคฝอยข่อยข่าขึ้น ขนัดขนาน

เข็มกาลาดอกบาน ที่แจ้ง

งิ้วงับพลับพลึงบาน มือเรียบ

นิ้วแน่งงามดั่งแกล้ง ฟั่นด้วยเทียนกลึง ฯ

๖๙ พุมเรียงเคียงคัดเค้า ต้นปู่เจ้าเหล่าจิงจำ

ต้นองุ่นขนุนสำ มลอมะก่อสะตอสะเตียน ฯ

พุงเรียงเคียงคัดเค้า บานช้ำ

ปู่เจ้าเหล่าจิงจำ ไขว่ขึ้น

ต้นองุ่นขนุนสำ มลอมาก

มะกอสะตอสะเตียนพื้น เลี่ยนเกลี้ยงตลิบเตียน ฯ

๗๐ กระจายรายท้องที่ ต้นลิ้นจี่ที่ทางจร

กลำเพาะเงาะเรียงสลอน สะท้อนพวงพะงวงชุม ฯ

กำจายรายที่ท้อง ดงดอน

ลิ้นจี่ที่ทางจร ป่ากว้าง

กลำเพาะเงาะเรียงสลอน ทรงลูก

สะท้อนลางสาดสล้าง ลูกเลื้อยพะงวงชุม ฯ

๗๑ จิงจ้อยอยมโดย ดวงรายโรยโชยชายชม

ฉิ่งชี่ถี่ทางสม ร่มรื่นสนุกปลุกปลื้มใจ ฯ

ยมโดยยอจิ่งจ้อ สลอนสลม

ดวงโรยโชยชายชม ชื่นหน้า

ฉิ่งชี่ถี่ทางสม เย็นเฉื่อย

ร่มรื่นสนุกริกหร้า ปลุกปลื้มใจหญิง ฯ

๗๒. กล้วยไม้ห้อยต่ำเตี้ย นมตำเรียเรี่ยทางไป

หอมหวังวังเวงใจ ว่ากลิ่นแก้วแล้วเรียมเหลียว ฯ

กล้วยไม้ห้อยย้อยคลี่ ดวงไสว

นมตำเรียรายไป กลิ่นกล้า

หอมหวังวังเวงใจ รสราค

ว่ากลิ่นแก้วแล้วข้า หยุดยั้งแลเหลียว ฯ

๗๓ ทองกวาวคราวดอกแดง เชิงจำแลแดงเหียนหัน

ลำไยไม้มูกมัน เคี่ยมตะเคียนเลี่ยนรังเรียง ฯ

ทองกวาวคราวดอกพร้อม แดงฉัน

เชิงจำแจงเหียงหัน เหี่ยวต้น

ลำไยไม้มูกมัน เฟืองฝ่อ

เคี่ยมตะเคียนเลี่ยนต้น หมู่ไม้รังเรียง ฯ

๗๔ เจตพังคีสีเสียดสรล พรมคดปนคนทาดง

เล็บครุฑสุดสูงระหง ต้นเต่าร้างกร่างแต้วกะโดน ฯ

สรลส้อยสีเสียดขึ้น เปนกง

พรมคดคนทาดง ด่านกว้าง

เจตพังคีสูงระหง พังอาด

เล็บครุฑต้นเต่าร้าง กร่างแต้วกะโดนหนาฯ

๗๕ ตรดตรวยสลวยร่มชื้อ สะตอสะตือชื่อหลายมาน

มะหาดมะตาดแสมสาร มะตูมมะขวิดจิตมูลเพลิง ฯ

ตรดตรวยสลวยร่มชื้อ เสถียรสถาน

สะตอสะตือชื่อหลายมาน มากพ้น

มะหาดมะตาดแสมสาร สนับสนุ่น

มะตูมมะขวิดติดต้น ดกไม้เจตมูล ฯ

๗๖ ปอเป้งเตงเตยตาล สรลตระการปานหางโต

ต้นทองตลองตองโพ สักสูงสูงพุทรากะถิน ฯ

เตยตาลปอป่านเป้ง เตงอะโข

สระเปรียบหางสิงโต ต่ำผุ้ม

ต้นทองตลองตองโพ ทเลเรรียบ

พุทราสักสูงกลุ้ม ค่าไม้กะถินงาม ฯ

๗๗ ปรูประระกำดก ต้นรกฟ้าหญ้านางแฝง

พัวพุ่มชุมแสงแซง ลูกติดต้นหล่นลงเนือง ฯ

ปรูประเดียรดาดด้วย ระกำแดง

รกฟ้าหญ้านางแฝง ฝากเหรื้อง

พัวพุ่มชุมแสงแซง กางกิ่ง

ลูกดกตกลงเหนื้อง กลาดกลุ้มกลางกิน ฯ

๗๘ พาดไฉนตะไคร้มะนาว เทียนช้างน้าวหาวมนทรี

ชเอมเขล็นเบญจกานี หงอนไก่สลับทับทิมบาน ฯ

พาดไฉนตะไคร้เนื่อง มะนาวมี

ช้างน้าวหาวมนทรี หนาดน้ำ

ชเอมเขล็นเบญจกานี เทียนป่า

หงอนไก่ทับทิมกล้า กลีบช้อยแดงฉัน ฯ

๗๙ น้อยหน่าหนาเปนเหล่า น้อยแหน่เล่าเต้าตามชม

นางนวลนวลนางสม หว้านน้ำกลุ้มกทุ่มนาขนาน ฯ

น้อยหน่าน่าลูกพร้อม โตกลม

น้อยแหน่เต่าตามชม ชื่นผุ้ม

นางนวลนวลนางสม โสภิศ

หว้านน้ำมีเกลื่อนกลุ้ม กทุ่มท้องนาขนาน ฯ

๘๐ ไผ่เทศงามผาดผุด ต้นเล็บครุฑพุทธรักษา

ทองสิบอย่างงามนานา เข้าตอกแตกแปลกดอกขาว ฯ

ไผ่เทศงามเงื่อมแต้ม เลขา

เล็บครุฑพุทธรักษา โทษคุ้ม

ทองสิบอย่างตรูตา งามเลิศ

เข้าตอกแตกดวงกลุ้ม แปลกด้วยดอกขาว ฯ

๘๐ มังคุดลมุดหมากเหม้า เหล่าทุเรียนเนียรภูสี

มูงมังสังกรณี มีร้อนลิ้นอินทผาลำ ฯ

มังคุดลมุดหมากเหม้า มากมี

ทุเรียนเนียรภูสี ค่าค้อม

มูงมังสักกรณี มีมาก

ต้นร้อนลิ้นขึ้นล้อม หมู่ไม้อินทผล ฯ

๘๒ แทงทวยกล้วยกุตีบ ต้นปีบไสวไข่เน่าหอม

พองลมพนมพนอม น่องโลดเลียบหลาหลกปะโลง ฯ

แทงทวยกล้วยตีบเลื้อย เครืองอม

ปีบไสวไข่เน่าหอม ทั่วเบื้อง

พองลมพนมพนอม ลำเจียก

โลดเลียบหลหลกเหนื้อง น่องต้นปะโลงสาร ฯ

๘๓ หมากม่วงพวงพรวนย้อย พิมเสนห้อยสอยมากิน

สุกห่ามตามใจถวิล เอาตะกร้อขอเกี่ยวลง ฯ

หมากม่วงพวงห่ามย้อย ยามเห็น

พรวนพิมเสนเหลืองเปน ปากกร้อ

หมอนทองม่วงมันเย็น เดิรสู่

สอยแส่พลางหัวหร้อ หล่นกลุ้มชิงกัน ฯ

๘๔ หมากม่วงดิบห่ามฝาน ใส่ในจานพานตบะรอง

นั่งล้อมห้อมเนืองนอง จิ้มน้ำปลางาปิกิน ฯ

หมากม่วงดิบห่ามให้ ปอกฝาน

งาปิน้ำปลาจาน จุ่มจิ้ม

นั่งล้อมห้อมกินกราน กินอยู่

เข็ดฟันผันหน้ายิ้ม อิ่มเอื้อนราถอย ฯ

๘๕ ชมร่มไม้ไทรไตร เรไรไพรแว่วแจ้วเสียง

เรื่อยเฉื่อยสำเนียงเพียง ปี่รี่เสนาะเพราะเพลงเครง ฯ

(กาพย์ชื่อทันทีบท)

เดิรเพลินชมร่มไม้ ไทรไตร

สดับศัพท์เรไรไพร แว่วแจ้ว

ระกำลำไยไฟ เลือนเถื่อน

มังคุดลมุดแต้วแก้ว กุ่มกถุ้มทรม่วงมะงวง

(โคลงชื่อทันทีบท ๑๒ คู่)

๘๖ หัวลิงหมากลางลิง ต้นลางลิงแลหูลิง

ลิงไต่กะไดลิง ลิงโลดคว้าประสาลิง ฯ

(กาพย์ชื่ออรรถอักษร)

หัวลิงหมากเรียกไม้ ลางลิง

ลางลิงหูลิงลิง หลอกขู้

ลิงไต่กะไดลิง ลิงห่ม

ลิงโลดฉวยชมผู้ ฉีกคว้าประสาลิง ฯ

(โคลงชื่ออรรถอักษร)

๘๗ ปุ้มไก่แลหงอนไก่ ต้นหางไก่แลสร้อยไก่

โหราเดือยไก่ไก่ ให้เทียนไก่ไก่จับนอน ฯ

ปุ้มไก่หงอนไก่ต้น เรียงไสว

หางไก่แลสร้อยไก่ กกก้อง

โหราเดือยไก่ไก่ เมียงม่าย

ต้นเทียนไก่ไก่ร้อง ไก่เตี้ยจับขันฯ

๘๘ เพกาต้นตุมกา โยทกากรรณิกา

ชุมกาแลสาบกา ต้นมะกากาจับนอน ฯ

เพกาตุมกาต้น กาลา

โยทกากรรณิกา ถี่ถ้อง

ชุมกาแลสาบกา กาสู่

ต้นมะกาการ้อง จับไม้กาหลง ฯ

๘๙ ธารไหลใสสอาด มัจฉาชาติดาษนานา

หวั่นหว้ายกินไคลคลา ตามกันมาให้เห็นตัว ฯ

ธารไหลใสสอาดน้ำ รินมา

มัจฉาชาตินานา หวั่งหว้าย

จอกสร่ายกินไคลคลา เชยหมู่

ตามคู่มาคล้ายคล้าย ผุดให้เห็นตัว ฯ

๙๐ นั่งเล่นเห็นหมู่ปลา พรั่งพรูมาเหล่าเหลือหลาย

กินเข้าเอาโปรยปราย ปลามาใกล้ได้เห็นตัว ฯ

นั่งชมปลาหมั้วหมู่ เรียงราย

พรูพรั่งมาเหลือหลาย ว่างหวิ้ง

กินเข้าเอาโปรยปราย ลงบ่อย

ปลาว่ายใกล้ได้ทิ้ง ห่อเข้าดูปลา ฯ

๙๑ ปลาแปบแลปลาเป้า ปลาเข้าเม่าปลาคางเบือน

ปลาม้าหน้าคนเหมือน ปลากดกรายสวายหางแดง ฯ

ปลาดุกปลาแปบเป้า แลเลือน

เข้าเม่าเหล่าคางเบือน มุ่งหม้าย

ปลาม้าหน้าคนเหมือน คนอยู่

ปลากดกรายสวายหว้าย โบกน้ำหางแดง ฯ

๙๒ ตะตรับคอยตรับหู หมู่ปลาบู่ว่ายเวียนแฝง

สร้อยส้าปลาหมอแขยง ปลาแมงภู่หมู่กะทุงเหง ฯ

ปลาตะตรับคอยกะตั้ง หูแขง

ปลาบู่ว่ายเวียนแฝง ฝั่งน้ำ

สร้อยส้าปลาหมอแขยง สังกวาด

แมงภู่ดูโลดล้ำ พรั่งพร้อมกะทุงเหง ฯ

๙๓ ปลาอ้าวปลาเนื้ออ่อน ว่ายมาก่อนปลาหนามหลัง

กระแหหางแดงหวัง เข้าสู่ทุ่งมุ่งเลมไคล ฯ

ปลาอ้าวเนื้ออ่อนหญ้า ตัวบัง

มาก่อนปลาหนามหลัง อยู่หน้า

กระแหหางแดงหวัง คลาแหล่ง

เข้าสู่ทุ่งเลมหล้า เหยื่อย้ำกินไคล ฯ

๙๔ ปลากะโห้ชโดแฝง ช่อนชวาดแชวงแฝงครัน

หน้าสั้นปลานวลจันทร์ ปลาอ้องแอ้งปลาเสือหมู ฯ

ปลาชโดกะโห้ใฝ่ แฝงกัน

ช่อนชวาดแชวงสูบครัน ว่ายแว้ง

หน้าสั้นอีกนวลจันทร์ หลายเหล่า

ปลาทุกท้องอ้องแอ้ง หมึกเหม้าเสือหมู ฯ

๙๕ กดคลังปลากสังมี ปลากระดี่ปลาดุกอุย

พ่นน้ำกะจายกะจุย ปลาหูช้างช้างเหยียบซิว ฯ

กดคลังปลากสังหว้าย ชายงุย

ปลากะดี่ปลาดุกอุย แอบข้าง

พ่นน้ำกะจายกะจุย หลายเหล่า

ปลาชื่อหูช้างช้าง เหยียบบี้ปลาซิว น

๙๖ เทโพแลเทพา ตะเพียงพาพาพวกจร

ไอ้บ้าปลาสลุมพอน ผักพร้าเพรี้ยแลหนวดพราม ฯ

เทโพพาพวกพ้อง เทพา

ปลาตะเพียนปลากาพา คู่เคี้ย

สลุมพอนไอ้บ้าปลา หลายหมู่

ปลาผักพร้าม้าเพรี้ย ว่ายไหล้หนวดพราม ฯ

๙๗ ฝูงนาคมากหมู่มา ดำน้ำท่าหาอาหาร

ฝูงปลามาพะพาน ขบได้ถนัดกัดกินเมือง ฯ

ฝูงนาคมากหมู่หมั้ว ดาขนาน

ดำน้ำหาอาหาร แกล่กล้ำ

ฝูงปลามาพอพาน พะปาก

ขบถนัดกัดใต้น้ำ ผุดขึ้นกินเมือง ฯ

๙๘ งูเหลือมคอกระหวัดไม้ หางกระหวัดไว้ใฝ่อาหาร

วิดน้ำในห้วยธาร โพงไปมาเอาปลากิน ฯ

งูเหลือมแบนท้องแผ่ คือกะดาน

วิดน้ำหาอาหาร ใฝ่กล้า

โครมครุ่นในห้วยธาร เสียงฉ่า

โพงสาดไปให้น้ำ ซ่านสิ้นกินปลา ฯ

๙๙ งูเหลือมบนกิ่งไม้ ใบหน้าใส่ซ่อนซอน

แกกาค่างวานร พอมาใกล้ได้ฉวยกิน ฯ

งูเหลือมบนค่าไม้ ใบสลอน

คางซบแนบแอบนอน ซ่อนเร้น

แกกาค่างวานร ลืมร่าง

งูขบถนัดกัดเน้น ค่อยกล้ำกลืนกิน ฯ

๑๐๐ จรเข้หลายว่ายเคียงคู่ เป็นเปนหมู่ภู่เข้าไป

เป็ดบินสิ้นตกใจ คนพิศเพ่งเลงแลดู ฯ

จรเข้ใหญ่น้อยว่าย ชลใส

ภู่ตามเป็ดน้ำไป เรื่อยรี้

เป็ดน้ำดำตกใจ บินตื่น

คนคล่ำเลงแลชี้ บอกให้กันดู ฯ

๑๐๑ เป็ดหงส์ลงธารา คล่ำดำหาปลาตะเพียนเวียน

ไล่ลัดฉวัดเฉวียนเวียน หาปลาแปบแทบทันกัน ฯ

เป็ดหงส์ลงท่องท้อง ธารา

เตร็จคล่ำดำหาปลา ก่ายหว้าย

แชวงแขยงม้ากา กดหลด

ได้แปบแทบกายหม้าย อ่าวค้าวตะเพียนเวียน ฯ

๑๐๒ ตะพาบน้ำคลานขึ้นไข่ ฝังไข่ไว้ในหาดทราย

ตริวตราวเต่าม่านลาย ผุดดำคล้ายว่ายเห็นตัว ฯ

ตะพาบน้ำคลานขึ้นไข่ ตีนตะกาย

ฝังไข่ในหาดทราย กลบเกลี้ยง

ตริวตราวขนุม่านลาย ตระเต่า

ดำผุดคล้ายว่ายเพี้ยง ก่ายกลุ้มหนาตัว ฯ

๑๐๓ ปูกุ้งลอยก่งก้าม แลเหลือหลามย่ามเหยื่อหา

หอยโข่งหอยขมตา วัวก็มีที่ท้องธาร ฯ

ปูกุ้งลอยก่งก้าม ไคลคลา

เหลือหลามย่ามเหยื่อหา สู่ส้อง

หอยโข่งหอยขมตา วัวเกลื่อน

สารพัดมีที่ท้อง ท่าน้ำธารสินธุ์ ฯ

๑๐๔ เถาวัลย์พันพฤกษา ถีบชิงช้าช้าแกว่งไกว

ทำเพลงวังเวงไพร ส่งเสียงเรื่อยเฉื่อยละคอนเครง ฯ

เถาวัลย์พันไม้หย่อน ลงมา

สาวนั่งถีบชิงช้า ห่วงห้อย

ทำเพลงวังเวงอา รมณ์ชื่น

เสียงส่งเพราะดอกสร้อย ฉ่ำร้องละคอนเครง ฯ

๑๐๕ ลมพัดมาเรื่อยเรื่อย เย็นชวยเฉื่อยสำราญใจ

ปูผ้านอนหลับใน ใต้ร่มไม้ไทรสาขา ฯ

ลมพัดมาเฉื่อยชื้อ เย็นใจ

ปูผ้านอนหลับใหล กลาดกลุ้ม

ฟูกหมอนเรียบกันไป หลายเหล่า

นอนอยู่ใต้ไทรผุ้ม ร่มไม้ไพศาล ฯ

๑๐๖ ลางนางอาบน้ำท่า ทาขมิ้นเหลืองพึงชม

ทาแป้งแกล้งหวีผม ผัดหน้านวนยวลใจชาย ฯ

บางนางตักน้ำท่า อาบองค์

ขัดขมิ้นเหลืองบรรจง ลูบน้ำ

หวีเกล้าเอาเทริดทรง ผมปีก

ผัดหน้านวนงามล้ำ ยั่วเย้าใจชาย ฯ

๑๐๗ จบเสร็จชมนกไม้ ในแหล่งไพรพนัศสถาน

หญิงชายฟังสำราญ ที่ผิดอ่านวานแต้มเขียน ฯ

จบเสร็จชมนกไม้ โคลงการ

ชมแหล่งไพรพนัศสถาน เถื่อนกว้าง

หญิงชายชื่นชมบาน ใจโลกย์

ใคร่อ่านวานเติมบ้าง ช่วยแต้มเขียนลง ฯ

๑๐๘ เจ้าฟ้าธรรมธิเบศร์ ไชยเชษฐสุริย์วงศ์เพียร

แต่งไว้ให้สถิตเสถียร จำเนียรกาลนานสืบไป ฯ

เจ้าฟ้าธรรมธิเบศร์เจ้า ทรงเขียน

ไชยเชษฐสุริย์วงศ์เพียร เลิศหล้า

แต่งไว้ให้สถิตเสถียร ในโลกย์

จำเนียรกาลนานช้า อ่านอ้างสรรเสริญ ฯ

๑๐๙ เจ้าฟ้า หนุ่มน้อยราช กุมาร

ธรรม์ ธำรงกลอนการ ยั่วแย้ม

ธิเบศร์ วราสถาน ไชยเชษฐ

สุริย์วงศ์ ทรงโคลงแต้ม แต่งไว้วานสงวน ฯ

เจ้าฟ้า เลิศล้ำโพธิ สมพาร

กรมขุน หลวงพญากราน กราบเกล้า

เสนา นราบาน ใจชื่น ชมนา

พิทักษ์ รักษาเช้า ค่ำด้วยใจเกษม ฯ

จบ จนจอมโลกย์เจ้า คืนวัง

บ พิตรสถิตบัลลังก์ เลิศหล้า

ริ ร่างกาพย์โคลงหวัง ชนโลก อ่านนา

บูรณ์ พระโคลงเจ้าฟ้า ธิเบศร์เจ้าจงสงวน ฯ

อักษรเรียบร้อยถ้อย คำเพราะ

ผู้รู้อ่านสารเสนาะ เรื่อยหรี้

บรู้อ่านไม่เหมาะ ตรงเทิ่งไปนา

ทำให้โคลงทั้งนี้ ชั่วช้าเสียไป

อักษรสรรค์สร้างช่าง ชุบจาน

โคลงก็เพราะเสนาะสาร แต่งไว้

ผู้รู้อ่านกลอนการ พาชื่น ใจนา

ผู้บ่รู้อ่านให้ ขัดข้องเสียโคลง ฯ

อ้างอิง[แก้]