Switched Multi-Megabit Data Service

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
Jump to navigation Jump to search

Switched Multi-Megabit Data Service (SMDS) ถูกออกแบบโดย Bell ในปี ค.ศ. 1991 เป็นเทคโนโลยีการเชื่อมโยงเครือข่ายแบบ WAN ที่ใช้ datagram การสลับ packet ที่มีความเร็วสูง ใช้ในการสื่อสารทั่วเครือข่ายข้อมูลสาธารณะ (PDNs) SMDS สามารถใช้อุปกรณ์เชื่อมโยงที่ทำจากทองแดง หรือเส้นใยนำแสง ช่วยให้เกิดความเร็ว 1.544 Mbps ทั่วบริเวณที่มีการถ่ายทอดสัญญาณดิจิตอล ระดับ 1 (DS-1) หรือ ความเร็ว 44.736 Mbps ทั่วบริเวณที่มีการถ่ายทอดสัญญาณดิจิตอล ระดับ 3 (DS-3) นอกจากนั้น หน่วยข้อมูล SMDS มีขนาดใหญ่เพียงพอที่จะรองรับ IEEE 802.3 IEEE802.5 และ ระบบต่อประสานข้อมูลแบบกระจายโดยใช้เส้นใยนำแสง (FDDI) ทั้งหมด

SMDS ได้รับการออกแบบมาสำหรับโปรแกรมประยุกต์ที่มีการส่งข้อมูลเข้าสู่ระบบอย่างไม่ต่อเนื่อง การใช้งานทั่วไปมักจะเป็นโครงสร้างของระบบเครือข่ายองค์กร (Enterprise Network) ที่เชื่อมต่อระบบ LAN หลายแห่งเข้าด้วยกัน

  • ระบบ SMDS มีช่องสื่อสารขนาด 1 Mbps ถึง 34 Mbps และทำงานร่วมกับโพรโทคอลได้หลายชนิด
  • ระบบ SMDS เป็นการสื่อสารแบบช่วงสั้น (Connectionless)

อุปกรณ์[แก้]

อุปกรณ์ที่ประกอบขึ้นเป็นเครือข่าย SMDS ได้แก่

  • อุปกรณ์ เครื่องรับในสถานที่ของลูกค้า (CPE)
  • อุปกรณ์เครื่องส่ง
  • อุปกรณ์เชื่อมโยงเครือข่ายของ subscriber (SNI)
  • อุปกรณ์เชื่อมโยงเครือข่ายของ subscriber (SNI) เป็นอุปกรณ์เชื่อมโยงระหว่างอุปกรณ์ เครื่องรับใน

สถานที่ของลูกค้า (CPE) และ อุปกรณ์เครื่องส่ง ทำให้มีการเชื่อมต่อข้อมูลระหว่างสองเครือข่าย

  • เครือข่ายSMDS ใช้ SIP เพื่อสื่อสารระหว่าง อุปกรณ์ เครื่องรับในสถานที่ของลูกค้า (CPE) และ สถานที่ที่ส่งข้อมูลที่ใช้ใช้มาตรฐานการเชื่อมต่อเครือข่ายสายรวมแบบกระจาย (DQDB) สำหรับเชื่อมโยงเซลล์ข้อมูลทั่ว MANs

องค์ประกอบเครือข่าย SMDS[แก้]

เครือข่าย SMDS ประกอบด้วยด้วยอุปกรณ์ที่สำคัญหลายชิ้นที่ใช้ในการให้บริการข้อมูลด้วยความเร็วสูง อุปกรณ์เหล่านี้ ได้แก่ อุปกรณ์เครื่องรับในสถานที่ของลูกค้า (CPE) อุปกรณ์เครื่องส่ง และ อุปกรณ์เชื่อมโยงเครือข่ายของ subscriber (SNI) CPE เป็นอุปกรณ์เครื่องรับปลายทางที่ลูกค้ามักเป็นเจ้าของและดูแล

CPE ประกอบด้วยอุปกรณ์เครื่องรับปลายทาง เช่น คอมพิวเตอร์เครื่องรับและคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล และ อุปกรณ์เชื่อมต่อ เช่น routers modems และ multiplexers ซึ่งบางครั้งมีอยู่ในอุปกรณ์เครื่องส่ง อุปกรณ์เครื่องส่ง MSDS มักประกอบด้วย switches WAN ที่มีความเร็วสูงที่ต้องเข้าได้กับข้อมูลจำเพาะ (specification) ของอุปกรณ์เครือข่ายบางอย่าง เช่น ข้อมูลจำเพาะที่ได้จากการวิจัยด้านสื่อสารของเบล (Bellcore)

ข้อมูลจำเพาะเหล่านี้เป็นตัวกำหนดการทำงานของเครือข่าย อุปกรณ์เชื่อมโยงเครือข่ายระหว่างเครือข่ายเครื่องส่งภายในองค์กร และ เครือข่ายเครื่องส่งทางไกล และเป็นอุปกรณ์เชื่อมโยงระหว่าง switches สองตัว ภายในเครือข่ายเครื่องส่งเดียว

SNI เป็นอุปกรณ์เชื่องโยงระหว่างอุปกรณ์เครื่องรับในสถานที่ของลูกค้า (CPE) และอุปกรณ์เครื่องส่ง อุปกรณ์เชื่องโยงนี้เป็นจุดสิ้นสุดเครือข่ายลูกค้า และเป็นจุดเริ่มต้นเครือข่ายของเครื่องส่ง หน้าที่ของ SNI คือทำให้เกิดเทคโนโลยีและการปฏิบัติงานของเครือข่ายเครื่องส่ง SMDS ที่โปร่งใสให้กับลูกค้า

โพรโทคอลที่เชื่อมต่อ SMDS[แก้]

โพรโทคอลที่เชื่อมต่อ SMDS (SIP) ถูกใช้ในการสื่อสารระหว่างระหว่างอุปกรณ์อุปกรณ์เครื่องรับในสถานที่ของลูกค้า (CPE) และ อุปกรณ์เครื่องส่ง SMDS SIP ให้บริการแบบไร้การเชื่อมต่อทั่วทั้งอุปกรณ์เชื่อมต่อเครือข่ายของ subscriber (SNI) ทำให้ CPE เข้าถึงเครือข่าย SMDS SIP เป็นไปตามมาตรฐาน IEEE 802.6 การเชื่อมต่อเครือข่ายสายรวมแบบกระจาย (DQDB) สำหรับถ่ายทอดสัญญาณไปทั่วระบบเครือข่ายระดับเมือง (MANs) การเชื่อมต่อเครือข่ายสายรวมแบบกระจาย (DQDB) ถูกเลือกให้เป็นพื้นฐานของ SIPเพราะเป็นมาตรฐานเปิดที่ช่วยทำให้เกิดลักษณะการให้บริการ SMDS ทั้งหมด นอกจากนั้น การเชื่อมต่อเครือข่ายสายรวมแบบกระจาย (DQDB) ยังถูกออกแบบมาให้เข้าได้กับมาตรฐานการถ่ายทอดสัญญาณของเครื่องส่งที่มีอยู่ในปัจจุบัน และ เข้าได้กับมาตรฐานที่กำลังกำหนดขึ้นสำหรับ Broadband ISDN (BISDN) ซึ่งช่วยทำให้การเชื่อมต่อเครือข่ายสายรวมแบบกระจาย (DQDB) สามารถทำงานร่วมกับ broadband video และ บริการทางด้าน video ต่างๆ

ลำดับชั้น ของ SIP[แก้]

ภาพแสดงให้เห็นว่า SIP จับเข้าคู่กับรูปแบบ OSI รวมทั้ง layer ย่อยที่เชื่อมต่อข้อมูล IEEE ได้อย่างไร

SIP ประกอบด้วย สามระดับ SIP ระดับ 3 ทำงานที่ layer ย่อย Media Access Control (MAC) ของ layer ที่เชื่อมต่อข้อมูลของรูปแบบ OSI SIP ระดับ 2 ทำงานที่ layer ย่อย Media Access Control (MAC) ของ layerที่เชื่อมต่อข้อมูล SIP ระดับ 1 ทำงานที่ layer ที่เห็นได้จากภายนอกของรูปแบบ OSI

SIP ระดับ 3
เริ่มทำงานเมื่อข้อมูลของผู้ใช้งานถูกส่งไปให้ในรูปของหน่วยข้อมูลบริการ SMDS (SDUs) แล้วหน่วยข้อมูลบริการ SMDS (SDUs) จะถูกใส่เข้าไปใน header และ trailer ของ SIP ระดับ 3 ทำให้เกิดเป็นสิ่งที่เรียกว่า หน่วยข้อมูลโพรโทคอลระดับ 3 (PDU) แล้วหน่วยข้อมูลโพรโทคอลระดับ 3 (PDU) ของ SIP จะถูกส่งไปยัง SIP ระดับ 2
SIP ระดับ 2
ซึ่งทำงานที่ layer ย่อย Media Access Control (MAC) ของ layerที่เชื่อมต่อข้อมูล เริ่มทำงานเมื่อได้รับ หน่วยข้อมูลโพรโทคอลระดับ 3 (PDU) จาก SIP ระดับ 3 แล้ว หน่วยข้อมูลโพรโทคอล (PDUs) จะถูกแบ่งออกเป็นขนาดเท่าๆกัน (53-octet) หน่วยข้อมูลโพรโทคอล (PDUs) ระดับ 2 เรียกว่า เซลล์ เซลล์ถูกส่งผ่านไปที่ SIP ระดับ 1 เพื่อนำไปวางบนอุปกรณ์สื่อกลางที่มองเห็นได้ SIP ระดับ 1 ทำงานที่ layer ชั้นนอกที่มองเห็นได้ และทำให้เกิดโพรโทคอลที่เชื่อมต่อข้อมูลที่เกิดจากสัญญาณดิจิตอลระดับ 1 ( DS1) หรือ สัญญาณดิจิตอลระดับ 3 (DS3) ระหว่างอุปกรณ์เครื่องรับในสถานที่ของลูกค้า (CPE) และ เครือข่าย
SIP ระดับ 1
ประกอบด้วยระบบถ่ายทอดสัญญาณ และ layer ย่อยของ โพรโทคอลที่มาบรรจบกันบน layer นอกที่มองเห็นได้ (Physical Layer Convergency Protocol-PLCP) layer ย่อยของระบบถ่ายทอดสัญญาณเป็นตัวกำหนดลักษณะและวิธีในเชื่อมต่อเข้ากับโครงข่ายถ่ายทอดสัญญาณดิจิตอล ระดับ 1 ( DS-1) หรือ สัญญาณดิจิตอล ระดับ 3 (DS-3) PLCP เป็นตัวกำหนดว่าเซลล์ SIP ระดับสองต้องได้รับการจัดการให้เชื่อมต่อกับของโครงข่ายถ่ายทอดสัญญาณดิจิตอล ระดับ 1 ( DS-1) หรือ สัญญาณดิจิตอล ระดับ 3 (DS-3) ได้อย่างไร และ ยังเป็นตัวกำหนดข้อมูลในการบริหารอื่นๆอีกด้วย

การเชื่อมต่อเครือข่ายสายรวมแบบกระจาย (DQDB)[แก้]

Figure 14-4 A Basic Access DQDB May Consist of an End Node, a Router, and a Switch

การเชื่อมต่อเครือข่ายสายรวมแบบกระจาย (DQDB) เป็นโพรโทคอลในการสื่อสาร layer เชื่อมต่อข้อมูล ออกแบบมาให้ใช้ในเครือข่ายระบบเมือง (MANs) DQDB เป็นตัวกำหนดรูปแบบของเครือข่ายที่ประกอบด้วยการเชื่อมโยงเครือข่ายตามตรรกะซึ่งเชื่อมโยงระหว่างระบบหลายระบบ

กำหนดไว้ในมาตรฐาน IEEE 802.6 DQDB รายละเอียดการเชื่อมต่อเครือข่ายสายรวมแบบกระจายเพื่อเข้าสู่ระบบที่ปรากฏ มีเพียงการทำงานของโพรโทคอลที่มีการเชื่อมต่อเครือข่ายสายรวมแบบกระจาย (ใน SMDS และ SIP) ทั่วอุปกรณ์เชื่อมโยงเครือข่ายของผู้ใช้ (ใน SMDS ทั่ว SNI) การทำงานดังกล่าวแตกต่างจากการทำงานของโพรโทคอลที่มีการเชื่อมต่อเครือข่ายสายรวมแบบกระจาย ในลักษณะอื่น (ยกตัวอย่างเช่น การทำงนของโปรโตรคอลที่มีการเชื่อมต่อเครือข่ายสายรวมแบบกระจาย ระหว่างอุปกรณ์เครื่องส่งสัญญาณ ภายใน เครือข่ายข้อมูลโพรโทคอล (PDN) ในระบบ SMDS )

การเชื่อมต่อเครือข่ายสายรวมแบบกระจายเพื่อเข้าสู่ระบบประกอบด้วยองค์ประกอบพื้นฐานของเครือข่าย SMDS ดังนี้

  • อุปกรณ์เครื่องส่ง เป็น switch ในเครือข่าย SMDS ที่ทำงานเป็นสถานีหนึ่งบนการเชื่อมต่อเครือข่ายแบบอนุกรม
  • อุปกรณ์เครื่องรับในสถานที่ของลูกค้า (CPE) เป็นอุปกรณ์ CPE หนึ่ง หรือ มากกว่าหนึ่งเครื่องที่ทำงานเป็นสถานีบนการเชื่อมต่อเครือข่ายแบบอนุกรม
  • อุปกรณ์เชื่อมโยงเครือข่ายของ subscriber (SNI) ทำหน้าที่เป็นอุปกรณ์เชื่อมโยงระหว่างอุปกรณ์เครื่องรับในสถานที่ของลูกค้า (CPE) และ อุปกรณ์เครื่องส่ง

โดยทั่วไป การเชื่อมต่อเครือข่ายสายรวมแบบกระจายเพื่อเข้าสู่ระบบ SMDS ถูกจัดเตรียมในโครงสร้างอุปกรณ์เครื่องรับในสถานที่ของลูกค้า (CPE) หนึ่งเครื่อง หรือ หลายเครื่อง โครงสร้างอุปกรณ์เครื่องรับในสถานที่ของลูกค้า (CPE) หนึ่งเครื่อง ประกอบด้วย switch หนึ่งตัวในเครือข่ายเครื่องส่งสัญญาณ SMDS และ สถานี เครื่องรับในสถานที่ของลูกค้า (CPE) หนึ่งสถานีที่สถานที่ใช้งานของ subscriber โครงสร้างอุปกรณ์เครื่องรับในสถานที่ของลูกค้า (CPE) ) ที่การเชื่อมต่อเครือข่ายสายรวมแบบกระจายหนึ่งเครื่อง ทำให้เกิดเครือข่ายย่อยสายรวมแบบกระจายสองเครือข่าย การสื่อสารเกิดขึ้นเพียงระหว่าง switch และเครื่องรับในสถานที่ของลูกค้า (CPE) หนึ่งเครื่องทั่วอุปกรณ์เชื่อมโยงเครือข่ายของ subscriber ( SNI) ในการเชื่อมต่อแบบอนุกรม เครื่องรับในสถานที่ของลูกค้า (CPE) จะไม่แย่งกันรับสัญญาณ เพราะไม่มีเครื่องรับ

ในสถานที่ของลูกค้า (CPE) เครื่องอื่นพยายามที่จะเข้ามาในเครือข่าย โครงสร้างภายนอกของ เครื่องรับในสถานที่ของลูกค้า (CPE) แบบหลายเครื่อง ประกอบด้วย switch หนึ่งตัวในเครือข่ายเครื่องส่งสัญญาณ SMDS และ เครื่องรับในสถานที่ของลูกค้า (CPE) ที่เชื่อมโยงกันหลายเครื่องในบริเวณที่ subscriber ใช้งาน (ทั้งหมดเป็นของ subscriber รายเดียว) สำหรับโครงสร้างภายนอกของ เครื่องรับในสถานที่ของลูกค้า (CPE) แบบหลายเครื่อง การสื่อสารระหว่างภายในระหว่างอุปกรณ์เครื่องรับในสถานที่ของลูกค้า (CPE) อาจเกิดขึ้นได้ โดยบางครั้งอาจเห็นได้จาก switch ที่ใช้กับ อุปกรณ์เชื่อมโยงเครือข่ายของ subscriber ( SNI) และ บางครั้ง อาจไม่เห็น

ในการต่อเชื่อมแบบอนุกรมโดยมีอุปกรณ์หลายชื้น จะทำให้เครื่องรับในสถานที่ของลูกค้า (CPE) แย่งกันรับสัญญาณ จึงจำเป็นต้องใช้สูตรคำนวณในการเรียงเชื่อมต่อเครือข่ายแบบกระจายซึ่ง ทำให้การเชื่อมต่อโครงสร้าง เครื่องรับในสถานที่ของลูกค้า (CPE) แบบหลายเครื่องมีความซับซ้อนมากกว่าการเชื่อมต่อโครงสร้าง เครื่องรับในสถานที่ของลูกค้า (CPE) แบบเครื่องเดียว

ระดับของข้อมูลที่เข้าสู่ระบบเครือข่าย SMDS[แก้]

ระดับของข้อมูลที่เข้าสู่ระบบเครือข่าย SMDS ช่วยทำให้เครือข่ายของ SMDS มีขอบข่ายข้อกำหนดในการเชื่อมโยงเครือข่ายและความสามารถของอุปกรณ์ที่กว้าง ระดับของข้อมูลที่เข้าสู่ระบบช่วยจำกัดอุปกรณ์เครื่องรับในสถานที่ของลูกค้า (CPE) ในเรื่องของระดับการโอนข้อมูลโดยเฉลี่ยหรือระดับข้อมูลที่สามารถรองรับได้ โดยการกำหนดระดับของข้อมูลที่สามารถโอนได้มากที่สุดและปริมาณข้อมูลระดับสูงสุดที่สามารถให้ทะลักเข้ามาได้ (คำว่า การระเบิด ในบริบทนี้ หมายถึง แนวโน้มของเครือข่ายในการที่จะเผชิญกับข้อมูลที่อาจเพิ่มขึ้นอย่างฉับพลัน) บางครั้งระดับของข้อมูลที่เข้าสู่ระบบเครือข่าย SMDS ถูกนำมาใช้ในแผนการบริหารสินเชื่อ

ในกรณีนี้ สูตรคำนวณแผนการบริหารสินเชื่อสามารถกำหนดและสืบค้นยอดคงเหลือในบัญชีสินเชื่อ สำหรับอุปกรณ์เชื่อมโยงของลูกค้าแต่ละราย เมื่อแพ็คเก็ตถูกส่งเข้าไปในเครือข่าย ยอดคงเหลือในบัญชีสินเชื่อ จะลดลง โดยจะมีการให้สินเชื่อใหม่เป็นระยะจนถึงระดับสูงสุดตามที่กำหนดไว้ การบริหารสินเชื่อถูกนำมาใช้กับอุปกรณ์เชื่อมโยงสัญญาณดิจิตอล ระดับ 3 ( DS-3) เท่านั้น ไม่สามารถใช้ได้กับอุปกรณ์เชื่อมโยงสัญญาณดิจิตอล ระดับ 1 ( DS-1)

ระดับของข้อมูลที่เข้าสู่ระบบเครือข่าย SMDS ห้าระดับถูกนำมาใช้ในข้อมูลที่มีการส่งด้วยสัญญาณดิจิตอลระดับ 3 (ตามปริมาณข้อมูลที่สามารถรับได้) ปริมาณข้อมูลที่สามารถรับได้ คือ 4 10 16 25 และ 34Mbps

การอธิบายการสร้าง address ในเครือข่าย SMDS โดยสังเขป[แก้]

หน่วยข้อมูลโพรโทคอลSMDS เป็นตัวส่ง address ทั้งจากต้นทางและปลายทาง address ของ SMDS เป็นตัวเลข 10 หลัก คล้ายกับหมายเลขโทรศัพท์ในสมัยก่อนการสร้าง address ในเครือข่าย SMDS ทำให้เกิดการสร้าง address กลุ่มและคุณลักษณะเรื่องความปลอดภัย

Address กลุ่ม ของ SMDS ทำให้ address เดียวสามารถอ้างอิงกับอุปกรณ์เครื่องรับในสถานที่ของลูกค้า (CPE) หลายสถานีนี้ ซึ่งกำหนด address ของกลุ่มใน address ปลายทางของหน่วยข้อมูลโพรโทคอล (PDU) เครือข่ายจะสร้างสำเนา PDU ขึ้นมาหลายชุด ซึ่งจะถูกส่งไปยังสมาชิกทุกคนของงกลุ่ม address ของกลุ่มช่วยลดจำนวนของที่มาของเครือข่ายที่จำเป็นสำหรับการกระจายข้อมูล แก้ไข address และ ค้นหาที่มาของเครือข่าย

การสร้าง address ของกลุ่ม ในเครือข่าย SMDS คล้ายกับการทำ multicasting ในการเชื่อมต่อ LANs

SMDS มีคุณลักษณะในเรื่องความปลอดภัยสองลักษณะ ได้แก่ มี address ต้นทางที่ถูกต้องตามกฎหมายและมีการกรอง address การมี address ต้นทางที่ถูกต้องตามกฎหมายทำให้แน่ใจว่า address ต้นทางของหน่วยข้อมูลโพรโทคอล (PDU) จะถูกส่งไปยังอุปกรณ์เชื่อมโยง

เครือข่ายของ subscriber จากแหล่งกำเนิดข้อมูลนั้นอย่างถูกต้องตามกฎหมาย การมี address ต้นทางที่ถูกต้องตามกฎหมายช่วยป้องกันการนำ address ไปใช้ในทางผิดกฎหมาย ซึ่งการใช้เครือข่ายที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมายย่อมหมายถึง address ต้นทางของอุปกรณ์ที่ผิดกฎหมาย การกรอง address ช่วยให้ subscriber สามารถติดตั้งเครือข่ายส่วนตัวที่ใช้จริง โดยแยกออกจากเครือข่ายที่ไม่พึงประสงค์ หาก address ใดไม่ได้รับอนุญาต หน่วยข้อมูลก็จะไม่ถูกส่งไป

คำศัพท์ของรูปแบบหน่วยข้อมูลโพรโทคอล เชื่อมต่อ SMDS ระดับ 3 ที่ใช้อ้างอิงในเครือข่าย SMDS[แก้]

Figure 14-5 A SIP Level 3 Protocol Data Unit Consists of 15 Fields
X+
หมายถึง แน่ใจได้ว่ารูปแบบของ SIP PDU เข้าได้กับรูปแบบโพรโทคอลที่มีการต่อแบบ DQDB SMDS ไม่ได้ดำเนินการหรือเปลี่ยนแปลงตัวเลขในส่วนของข้อมูลเหล่านี้ ซึ่งอาจถูกใช้โดยระบบที่เชื่อมต่อกับเครือข่าย SMDS
RSVD
ประกอบด้วยเลขศูนย์
BEtag
เป็นการรวมตัวกันระหว่าง segment แรกและ segment สุดท้ายของ SIP Level 3 PDU ส่วนของข้อมูลทั้งสองประกอบด้วยตัวเลขเดียวกันและถูกใช้เพื่อสืบหาสภาพที่ segment สุดท้ายของ PDU หนึ่งหน่วย และ segment แรกของ PDU หน่วยถัดไป ทั้งสอง segment ได้หายไป ซึ่งส่งผลให้การรับ PDU Level 3 ไม่สมบูรณ์
BA size
เป็นขนาดของ Buffer Allocation
Address
ปลายทาง (DA) ประกอบด้วยสองส่วน
  • ประเภทของ address มี bit ที่สำคัญมากที่สุด 4 ตัวเลขในข้อมูล ประเภทของ address สามารถเป็นได้ทั้ง 1100 หรือ 1110 แบบแรก แสดงถึง address ส่วนตัว 60 bit ส่วนแบบหลังแสดงถึง address กลุ่ม 60 bit
  • address ให้ทั้ง address ส่วนตัวและ address กลุ่มในเครือข่าย SMDS กับปลายทาง รูปแบบ address ในเครือข่าย SMDS เป็นไปตามแบบการนับเลขของอเมริกาเหนือ (NANP)

bit ที่สำคัญที่สุดสี่ตัวเลขของ address ปลายทางได้แก่ ตัวเลข 0001 ( รหัสเมืองของอเมริกาเหนือที่กำหนดใช้ทั่วโลก) หมายเลข 40 bit ถัดไปเป็นรหัสตัวเลขฐาน 2 ของ address ในเครือข่าย SMDS ที่มีตัวเลข 10 ตัว bit ตัวท้าย 16 ตัว (สำคัญน้อยที่สุด) มักซ่อนอยู่กับตัวเลขอื่นๆ

address (SA)
  • ประเภทของ address มี bit ที่สำคัญมากที่สุด 4 ตัวเลขในข้อมูล ประเภทของ address สามารถเป็นได้เพียง address ส่วนตัว
  • address เป็น addressส่วนตัว ในเครือข่าย SMDS ของต้นทาง ข้อมูลส่วนนี้มีรูปแบบเดียวกับข้อมูลย่อยของข้อมูล address ปลายทาง
ตัวบ่งชี้โพรโทคอลที่มี layer สูงกว่า (HLPI)
ชี้ให้เห็นถึงประเภทของโพรโทคอลที่ห่อหุ้มข้อมูล ตัวเลขไม่มีความสำคัญต่อเครือข่าย SMDS แต่สามารถถูกนำมาใช้กับระบบบางระบบที่เชื่อมต่อกับเครือข่าย
ยาวของ header extension (HEL)
แสดงถึงตัวเลข 32 ตัวในข้อมูลที่มีการเชื่อมต่อตัวเลข (HE) ปัจจุบัน ขนาดของข้อมูลที่ใช้สำหรับ SMDS ถูกกำหนดอยู่ที่ 12 bytes (ดังนั้นตัวเลขของ HEL จึงมักเป็น 0011 เสมอ)
Header Extension (HE)
ประกอบด้วยตัวเลข SMDS ข้อมูลนี้ยังสามารถสื่อตัวเลขที่เลือกมาจากเครื่องส่งสัญญาณ ซึ่งถูกใช้เพื่อเลือกเครื่องส่งสัญญาณแลกเปลี่ยนที่ส่งเครือข่าย SMDS จากเครือข่ายเครื่องส่งหนึ่งเครื่องจากเครือข่ายภายในองค์กรไปยังอีกเครือข่าย ข้อมูลและpadding (ข้อมูล+Pad) ประกอบด้วยหน่วยข้อมูลให้บริการเครือ
ข่าย SMDS และ padding
ที่ทำให้แน่ใจว่าข้อมูลสิ้นสุดที่ตัวเลขจำนวน 32 bit
การตรวจสอบด้วยส่วนซ้ำซ้อนแบบวน (CRC)
ประกอบด้วยตัวเลขที่ใช้ในการตรวจสอบข้อผิดพลาด
ความยาว แสดงถึงความยาวของหน่วยข้อมูลโพรโทคอล (PDU)
คำศัพท์ของรูปแบบเซลล์ข้อมูล ที่เป็นโพรโทคอลเชื่อมต่อ SMDS

ระดับ 2 ที่ใช้อ้างอิงในเครือข่าย SMDS[แก้]

Figure 14-6 illustrates the format of the SMDS Interface Protocol (SIP) Level 2 cell format
การควบคุมข้อมูลป้อนเข้า
ประกอบด้วยตัวเลขหลายตัว ขึ้นอยู่กับทิศทางการไหลของข้อมูล หากเซลล์ถูกส่งจาก switch ไปยังเครื่องรับในสถานที่ของลูกค้า (CPE) การบ่งชี้ว่าหน่วยข้อมูลโพรโทคอลระดับ 3 มีข้อมูลหรือไม่เป็นสิ่งที่สำคัญ หากเซลล์ถูกส่งจากเครื่องรับในสถานที่ของลูกค้า (CPE) ไปยัง switch และ ถ้าโครงสร้างเครื่องรับในสถานที่ของลูกค้า (CPE) เป็นโครงสร้าง หลายเครื่อง ข้อมูลนี้สามารถส่งขอ bit ที่แสดงว่าเป็น bit สำหรับเซลล์ที่เกิดขึ้นจากการต่อแบบอนุกรมจาก switch ไปยังอุปกรณ์ เครื่องรับในสถานที่ของลูกค้า (CPE)
ข้อมูลควบคุมเครือข่าย
ประกอบด้วยตัวเลขที่แสดงว่าหน่วยข้อมูลโพรโทคอล (PDU) ประกอบด้วยข้อมูลหรือไม่
ประเภทของ segment
แสดงให้เห็นว่าเซลล์แบ่งออกเป็นเซลล์แรก เซลล์สุดท้าย หรือ เซลล์กลาง จากหน่วยข้อมูลโพรโทคอล ( PDU) ระดับ 3 ที่ถูกแบ่ง segment หรือไม่ ตัวเลขที่ได้จากการ แบ่ง segment ที่อาจเกิดขึ้น มีสี่ประเภทดังนี้
  • 00-ข้อความต่อเนื่อง
  • 01 สิ้นสุดข้อความ
  • 10 เริ่มข้อความ
  • 11 ข้อความที่แบ่งออกเป็น segment เดี่ยวๆ
ข้อความ ID
เชื่อมต่อเซลล์ระดับ 2 เข้ากับหน่วยข้อมูลโพรโทคอล ( PDU) ระดับ 3 ข้อความ ID เหมือนกับทุก segment ของหน่วยข้อมูลโพรโทคอล ( PDU) ระดับ 3 ที่ให้ ในโครงสร้าง เครื่องรับในสถานที่ของลูกค้า (CPE) แบบหลายเครื่อง หน่วยข้อมูลโพรโทคอล ( PDU) ระดับ 3 ที่เกิดขึ้นจากอุปกรณ์ เครื่องรับในสถานที่ของลูกค้า (CPE) ที่แตกต่างกันต้องมีข้อความ ID ที่แตกต่างกัน ซึ่งช่วยทำให้เครือข่าย SMDSที่รับเซลล์จากหน่วยข้อมูลโพรโทคอล ( PDU) ระดับ 3 ที่แตกต่างกันเชื่อมต่อเซลล์ระดับ 2 เข้ากับ หน่วยข้อมูลโพรโทคอล ( PDU) ระดับ 3 ที่ถูกต้องได้
หน่วย segmentation
ประกอบด้วยสัดส่วนของข้อมูลของเซลล์ หากไม่มีเซลล์ระดับ 2 ข้อมูลนี้จะเต็มไปด้วยเลขศูนย์
ความยาวของ Payload
แสดงงให้เห็นว่าในหน่วยข้อมูลโพรโทคอล ( PDU) ระดับ 3 มี bytes กี่ตัวที่อยู่ในข้อมูลหน่วย segmentation หากไม่มีเซลล์ระดับ 2 ข้อมูลนี้จะเต็มไปด้วยเลขศูนย์
การตรวจสอบด้วยส่วนซ้ำซ้อนแบบวน (CRC)
ของ Payload ประกอบด้วยตัวเลข การตรวจสอบด้วยส่วนซ้ำซ้อนแบบวน (CRC) ที่ใช้สืบหาข้อผิดพลาดในข้อมูลข้างล่างนี้
  • ประเภทของ Segment
  • ข้อความ ID
  • หน่วย Segmentation
  • ความยาวของ Payload
  • การตรวจสอบด้วยส่วนซ้ำซ้อนแบบวน (CRC) ของ Payload

ตัวเลข การตรวจสอบด้วยส่วนซ้ำซ้อนแบบวน (CRC) ของ Payload ไม่รวมถึงหน่วยข้อมูลที่มีการควบคุมการป้อนข้อมูลเข้าและข้อมูลการควบคุมเครือข่าย