โอเพินสตรีตแมป
ภาพถ่ายหน้าจอหน้าเว็บหลักที่แสดงแผนที่โลก | |
| ประเภท | การทำแผนที่แบบร่วมมือกัน |
|---|---|
| ภาษาที่ใช้ได้ | 96 ภาษาและรูปแบบต่างๆ[1] โดยข้อมูลแผนที่เป็นภาษาท้องถิ่น |
| ประเทศต้นทาง | สหราชอาณาจักร |
| เจ้าของ | มูลนิธิโอเพินสตรีตแมป |
| สร้างโดย | สตีฟ โคสต์ |
| สินค้า | ข้อมูลภูมิสาสตร์ที่แก้ไขได้, เลเยอร์ไทล์แผนที่เว็บ |
| ยูอาร์แอล | www |
| เชิงพาณิชย์ | ไม่ |
| ลงทะเบียน | ไม่ต้องสำหรับการดูแผนที่ ต้องลงทะเบียนสำหรับผู้ให้ข้อมูล |
| ผู้ใช้ | 10.6 ล้านราย[2][3] |
| เปิดตัว | 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2547 |
| สถานะปัจจุบัน | Active |
ลิขสิทธิ์เนื้อหา | สัญญาอนุญาตฐานข้อมูลแบบเปิด |
| เขียนด้วย | รูบี, จาวาสคริปต์ |
โอเพินสตรีตแมป (อังกฤษ: OpenStreetMap (ย่อ: OSM)) เป็นฐานข้อมูลภูมิศาสตร์ที่ได้รับการบำรุงโดยชุมชนของอาสาสมัครผ่านการร่วมมือแบบเปิด[4] โดยผู้มีส่วนร่วมได้รวบรวมข้อมูลจากการสำรวจ การลอกรอยทางจากภาพถ่ายทางอากาศ หรือภาพถ่ายจากดาวเทียม การนำเข้าข้อมูลจากแหล่งข้อมูลเสรีอื่นที่ได้รับอนุญาต โดยโอเพินสตรีตแมปนั้นอนุญาตให้ใช้งานได้อย่างเสรีภายใต้สัญญาอนุญาตฐานข้อมูลแบบเปิด และนิยมใช้ในการสร้างแผนที่อิเล็กทรอนิกส์ การแจ้งข้อมูลการนำทางแบบทีละขั้นตอน การมีส่วนร่วมในการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม และการมโนภาพข้อมูล โอเพินสตรีตแมปใช้แบบจำลองข้อมูลของตัวเองในการเก็บคุณลักษณะทางภูมิศาสตร์ต่าง ๆ ซึ่งสามารถส่งออกเป็นข้อมูลภูมิศาสตร์ในรูปแบบไฟล์อื่นได้ เว็บไซต์โอเพินสตรีตแมปมีบริการเป็นแผนที่ออนไลน์ เสิร์ชเอนจินข้อมูลภูมิศาสตร์ และตัวแก้ไขแบบออนไลน์
โอเพินสตรีตแมปก่อตั้งขึ้นมาโดยสตีฟ โคสต์ ในปี 2547 เพื่อตอบโต้ต่อออร์ดแดนซ์เซอร์เวย์ ซึ่งเป็นหน่วยงานแผนที่แห่งชาติของสหราชอาณาจักร ซึ่งไม่ยอมเปิดเผยข้อมูลให้สาธารณะใช้งานภายใต้ใบอนุญาตเสรีในเวลานั้น ในระยะแรก แผนที่ใน OSM ถูกสร้างขึ้นโดยใช้ข้อมูลจากรอยทางจีพีเอสเท่านั้น แต่ต่อมาก็มีการเพิ่มข้อมูลทางภูมิศาสตร์ที่เป็นสาธารณะ ความรู้ท้องถิ่น และลอกลายทางจากภาพถ่ายดาวเทียมตามที่ได้รับอนุญาต ทำให้โอเพินสตรีตแมปได้รับการใช้งานอย่างแพร่หลายมากขึ้น รวมจากการพัฒนาซอฟต์แวร์และแอปพลิเคชันที่สนับสนุนมากมาย และการเปิดตัวระบบกำหนดราคาของกูเกิล แผนที่ ในปี 2555 โอเพินสตรีตแมปได้แรงบันดาลใจจากเว็บไซต์อย่างวิกิพีเดีย ที่แผนที่แสดงปุ่ม 'แก้ไข' ที่เห็นได้อย่างชัดเจนและประวัติการแก้ไขทั้งหมดถูกบันทึกไว้ ผู้ใช้ที่ลงทะเบียนแล้วสามารถส่งปูมรอยทางจีพีเอส และแก้ไขข้อมูลเวกเตอร์ โดยใช้เครื่องมือแก้ไขที่มีอยู่[5]
ฐานข้อมูลได้รับการโฮสต์โดยมูลนิธิโอเพินสตรีตแมป ซึ่งเป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรที่จดทะเบียนในอังกฤษและเวลส์ ได้รับเงินทุนส่วนใหญ่จากการบริจาค
ประวัติ
[แก้]
สตีฟ โคสต์ได้ก่อตั้งโครงการนี้ขึ้นมาในเดือนมิถุนายน 2547 ระหว่างที่เขาศึกษาอยู่ที่ยูนิเวอร์ซิตีคอลลิจลันเดิน โดยเริ่มแรกโครงการนั้นจะเน้นไปที่การทำแผนที่สหราชอาณาจักรเพียงอย่างเดียว[6] โดยการแก้ไขแรกของโครงการคือถนนที่โคสต์ได้บันทึกลงระบบในเดือนธันวาคม 2547 โดยใช้ด้วยหน่วยอุปกรณ์จีพีเอสแบบพกพาจากการปั่นจักรยานรอบ ๆ สวนรีเจนต์สพาร์ค ในลอนดอน [7][8][9] จากนั้นข้อมูลในระบบก็มีเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมากจากการนำเข้าข้อมูลภูมิศาสตร์ที่เป็นสาธารณสมบัติ และการลอกลายจากภาพถ่ายทางอากาศที่ได้รับอนุญาตจากแหล่งที่มา ต่อมาในเดือนเมษายน 2549 ได้มีการก่อตั้งมูลนิธิโอเพินสตรีตแมป ขึ้นมาเพื่อานับสนุนการเติบโต การพัฒนา การแจกจ่ายข้อมูลภูมิศาสตร์เสรี และจัดหาข้อมูลภูมิศาสตร์เพื่อให้ทุกคนสามารถใช้และแบ่งปันข้อมูลภูมิศาสตร์ได้ ในเดือนธันวาคมของปีเดียวกัน ยาฮู! ยืนยันว่า OpenStreetMap สามารถใช้ภาพถ่ายทางอากาศของยาฮูเป็นฉากหลังเพื่อการสร้างแผนที่ได้[10]
ต่อมาในปี 2555 กูเกิล แผนที่ได้มีการเปิดตัวระบบกำหนดราคาสำหรับการเข้าถึงข้อมูล ทำให้หลายเว็บไซต์เปลี่ยนมาใช้บริการโอเพินสตรีตแมป และผู้ให้บริการแผนที่อื่น[11] ตัวอย่างเช่นโฟร์สแควร์ และเครกส์ลิสต์ ซึ่งเปลี่ยนมาใช้โอเพินสตรีตแมป รวมไปถึงบริษัทแอปเปิลซึ่งได้สินสุดสัญญาที่เคยลงไว้กับกูเกิล และเปิดตัวแพลตฟอร์มแผนที่ของตัวเองโดยใช้ข้อมูลจาก โตมโตม และโอเพินสตรีตแมป[12]
ณ ปี 2568, โตมโตม ไมโครซอฟท์ อีเอสอาร์ไอ เมตา แกร็บ และคิวจีไอเอส เป็นหนึ่งในผู้สนับสนุนองค์กรหลักของมูลนิธิโอเพินสตรีตแมป[13]
เนื้อหา
[แก้]โครงการโอเพินสตรีตแมปนั้นมีเป้าหมายในการรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับวัตถุที่อยู่คงที่ทั่วทั้งโลก ซึ่งรวมไปถึงโครงสร้างพื้นฐาน สิ่งแวดล้อมสรรค์สร้าง จุดสนใจ การแยกประเภทการใช้ที่ดิน สิ่งปกคลุมที่ดิน และลักษณะภูมิประเทศ โดยคุณลักษณะแผนที่นั้นมีตั้งแต่แนวเขตชายแดนระหว่างประเทศไปจนถึงรายละเอียดปลีกย่อยเช่นร้านค้า โรงเรียน และเครื่องประกอบถนน เช่นโคมไฟถนน แต่แม้ว่าจะมีคุณลักษณะแผนที่ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ ละโครงการก่อสร้างที่กำลังดำเนินอยู่จะถูกรวมอยู่ในฐานข้อมูลเป็นประจำ แต่ขอบเขตของโครงการนั้นจำกัดอยู่เพียงปัจจุบันเท่านั้น ซึ่งจะไม่รวมถึงอดีตหรืออนาคต[14]
โครงสร้างข้อมูล
[แก้]
โครงสร้างข้อมูลของโอเพินสตรีตแมปจะแตกต่างจาก ภูมิสารสนเทศ (GIS)ทั่วไป หรือ ระบบ CAD โดยเป็นโครงสร้างข้อมูลเชิงทอพอโลยีที่ไม่ได้มีแนวคิดเรื่องชั้นเลเยอร์อย่างเป็นทางการ ทำให้ข้อมูลที่มีเนื้อหาหลากหลายสามารถผสมผสานและเชื่อมโยงกันได้ โดยคุณลักษณะทางภูมิศาสตร์ หรือส่วนประกอบ นั้นถูกจำลองเป็นหนึ่งในสามชนิดเราขาพื้นฐาน[15][16] ซึ่งประกอบด้วย
- โหนด ({{langx|en|node) นั้นเป็นจุดที่มีค่าพิกัดทางภูมิศาสตร์ในระบบพิกัด WGS 84 โดยโหนดเดี่ยวแสดงถึงจุดสนใจ เช่น ยอดเขา[17] หรือป้ายรถประจำทาง
- ทาง ({{langx|en|way) นั้นเป็นลำดับของโหนดที่แสดงถึงเส้นหลายเหลี่ยม หรือรูปหลายเหลี่ยม โดยขึ้นอยู่กับข้อมูลอภิพันธุ์หรือการแท็ก และเรียงตัวกันเป็นวงปิดหรือไม่ โดยทางนั้นสามารถแสดงถึงคุณลักษณะแผนที่เชิงเส้น เช่น ถนน หรือแม่น้ำ หรือหากเรียงตัวกันเป็นวงปิดก็อาจแสดงถึงคุณลักษณะแผนที่เชิงพื้นที่ได้ เช่นพื้นที่ป่า สวนสาธารณะ ลานจอดรถ หรือตัวอาคาร สิ่งก่อสร้างแต่ละหลัง[17] โดยทางหลายทางสามารถร่วมกันแสดงถึงการเชื่อมต่อ อาทิเช่นจุดตัดถนน หรือจุดบรรจบกันของแม่น้ำสองสาย โดยที่โหนดแต่ละโหนดบนเส้นอาจสามารถแสดงถึงคุณลักษณะแผนที่อื่นไปพร้อมกันได้อีกด้วย ตัวอย่างเช่นทางเข้าที่เชื่อมระหว่างทางเท้าและอาคาร
- ความสัมพันธ์ ({{langx|en|relation) นั้นเป็นรายการของโหนด ทาง และความสัมพันธ์อื่น (รวมกันเรียกว่า สมาชิก ({{langx|en|member)) โดยความสัมพันธ์จะมีทางเลือกในการระบุ หน้าที่ ({{langx|en|role) ของแต่ละสมาชิกได้ โดยทั่วไปแล้วความสัมพันธ์ใช้ก่อให้เกิดรูปเรขาคณิตที่ซับซ้อน หรือแสดงถึงความสัมพันธ์เชิงนามธรรมระหว่างสมาชิก ตัวอย่างเช่นการสร้างพื้นที่ที่มีรูตรงกลาง หรือ การระบุข้อจำกัดในการเลี้ยวของแยกบนถนน หรือเส้นทางเดินรถประจำทางที่ทอดยาวไปบนถนนหลายเส้น[17] นอกจากนี้ยังสามารถรวมความสัมพันธ์หลายความสัมพันธ์เข้าด้วนกันเพื่อสร้างความสัมพันธ์ใหญ่กว่าได้ เช่นกลุ่มของเส้นทางเดินรถไฟฟ้า และสมาชิกแต่ละตัวก็สามารถเป็นสมาชิกได้หลายความสัมพันธ์เพื่อแสดงถึงความทับซ้อนกัน เช่นแนวเขตร่วมระหว่างสองเขตการปกครอง
ข้อมูลพื้นฐานโอเพินสตรีตแมปนั้นได้รับการบันทึก และประมวลผลในรูปแบบที่แตกต่างกัน โดยเซิร์ฟเวอร์โอเพินสตรีตแมปใช้ฐานข้อมูลโพสต์เกรสคิวเอล แบบตารางเดียวสำหรับแต่ละชนิดของข้อมูลพื้นฐาน โดยแต่ละวัตถุจะถูกเก็บไปแถว[18][19]
โครงสร้างข้อมูลถูกนิยามไว้เป็นส่วนหนึ่งของโอเอสเอ็ม เอพีไอ โดยรุ่นของเอพีไอล่าสุดนั้นอยู่ในรุ่น v0.6 ซึ่งเปิดตัวในปี 2552 จากงานศึกษาในปี 2566 พบว่ารุ่นนี้ได้มีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างข้อมูลของความสัมพันธ์ โดยมีผลให้มีจำนวนของความสัมพันธ์ทั้งสิ้นลดลง อย่างไรก็ตามรุ่นใหม่นี้จะช่วยลดอุปสรรคในการสร้างความสัมพันธ์แบบใหม่ และกระตุ้นให้เกิดการนำความสัมพันธ์ไปประยุกต์ใช้ในกรณีการใช้งานใหม่ ๆ[20]
"แท็กอะไรก็ได้"
[แก้]โอเพินสตรีตแมปจัดการข้อมูลอภิพันธ์อย่างแบบปัจเจกวิธาน โดยแต่ละองค์ประกอบจะประกอบด้วยคู่ของค่าและคีย์ เรียกว่าแท็ก ({{langx|en|tag) ซึ่งจะระบุและอธิบายถึงคุณลักษณะดังกล่าว[17] โดยภววิทยาที่แนะนำของคุณลักษณะแผนที่ (ความหมายของกลุ่มแท็ก) นั้นสามารถดูได้ที่วิกิของโครงการ แผนการแท็กใหม่สามารถส่งนำเสนอโครงเข้าการโหวตบนวิกิของโอเพินสตรีตแมป อย่างไรก็ตาม ไม่ได้มีกฎว่าจะต้องทำตามแนวทางนี้เสมอ กล่าวคือผู้แก้ไขสามารถใช้แท็กอะไรก็ได้ในการอธิบายคุณลักษณะตามที่ผู้แก้ไขเห็นสมควร โดยมีมากกว่า 89 ล้านชนิดของแท็กที่สามารถใช้ได้ ณ เดือนมิถุนายน 2560[21]
ความครอบคลุม
[แก้]ข้อมูลโอเพินสตรีตแมปนั้นได้รับการเปรียบเทียบในเชิงบวกกับแหล่งข้อมูลที่เป็นกรรมสิทธิ์[22] แม้ว่าคุณภาพของข้อมูลเมื่อ 2009[update] นั้นจะแตกต่างไปในแต่ละพื้นที่บนโลก[23][24] งานศึกษาในปี 2554 ได้เปรียบเทียบข้อมูลโอเพินสตรีตแมปกับข้อมูลจากโตมโตมในประเทศเยอรมนี สำหรับการนำทางรถยนต์ ข้อมูลจากโตมโตมมีข้อมูลมากกว่าร้อยละ 9 ในขณะที่ข้อมูลของเครื่องข่ายถนนทั้งหมด ข้อมูลจากโอเพินสตรีตแมปนั้นมีมากกว่าถึงร้อยละ 27[25] และในปีเดียวกันนั้น TriMet ซึ่งให้บริการในเขตมหานครพอร์ตแลนด์พบว่าข้อมูลถนนของโอเพินสตรีตแมป เมื่อใช้งานผ่านเอนจินจัดเส้นทาง OpenTripPlanner และเสิร์ชเอนจิน Apache Solr มีผลลัพธ์ที่ดีกว่าชุดข้อมูลระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ที่คล้ายคลึงกันที่บริหารจัดการโดยหน่วยงานรัฐบาลท้องถิ่น[26]
จากงานศึกษาหนึ่งในปี 2564 ได้ทำการเปรียบเทียบรูปแบบการใช้สัญลักษณ์ของ OpenStreetMap Carto เทียบกับโครงการทำแผนที่ทางการทหารที่ละเอียดมากของสหภาพโซเวียต พบว่าข้อมูลของโอเพินสตรีตแมปนั้นเหมือนกับแผนที่ของสหภาพโซเวียตในบางคุณลักษณะเช่นโครงสร้างพื้นฐานถนน แต่มีข้อมูลน้อยกว่าในข้อมูลด้านสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ[27]
และอีกงานศึกษาในปีเดียวกันนั้น พบว่าค่าเฉลี่ยความสมบูรณ์ของข้อมูลร้านค้าในรัฐบาเดิน-เวือร์ทเทมแบร์กและรัฐแซกโซนีของเยอรมนีอยู่ที่ 88% และ 82% ตามลำดับ แทนที่จะเปรียบเทียบข้อมูล OSM กับชุดข้อมูลอื่น ๆ ผู้ศึกษาได้พิจารณาว่าจำนวนร้านค้าเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรเมื่อเวลาผ่านไป จากนั้นจึงกำหนดจำนวนร้านค้าที่คาดการณ์ไว้โดยการประมาณระดับความอิ่มตัว[28]
และจากงานวิจัยในปี 2567 ที่ศึกษาข้อมูลโดยใช้ PyPSA พบว่าข้อมูลของโอเพินสตรีตแมปมีข้อมูลโครงข่ายไฟฟ้าแรงสูงของยุโรปที่ละเอียดและทันสมัยที่สุดเท่าที่จะหาได้จากแหล่งข้อมูลสาธารณะ ซึ่งเทียบได้กับข้อมูลอย่างเป็นทางการจากเครือข่ายผู้ประกอบการระบบส่งไฟฟ้าแห่งยุโรป[29]
สัญญาอนุญาต
[แก้]ข้อมูลทั้งหมดของโอเพินสตรีตแมปที่จะถูกนำเข้าฐานข้อมูลต้องมีสัญญาอนุญาตที่เข้ากันได้กับ สัญญาอนุญาตฐานข้อมูลแบบเปิด (ODbL) ของโอเพินดาตาคอมมอนส์ ซึ่งอาจรวมไปถึงข้อมูลที่มีลิขสิทธิที่หมดอายุลงแล้ว ข้อมูลที่เป็นสาธารณสมบัติ หรือสัญญาอนุญาตอื่น โดยซอฟต์แวร์ที่ใช้ในการผลิตและนำเสนอข้อมูลโอเพินสตรีตแมปอาจมีข้อกำหนดด้านลิขสิทธิ์แยกต่างหาก
ข้อมูลโอเพินสตรีตแมปนั้นและไทล์เรนเดอร์ที่ได้จากข้อมูลเหล่านั้น เดิมทีเผยแพร่ภายใต้สัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์แบบอ้างอิงแหล่งที่มา ให้อนุญาตต่อไปแบบเดียวกัน (CC-BY-SA) โดยมีเจตนาเพื่อส่งเสริมการใช้งานและการแจกจ่ายข้อมูลอย่างเสรี ต่อมาในเดือนกันยายน 2555 ใบอนุญาตได้ถูกเปลี่ยนเป็น ODbL เพื่อกำหนดขอบเขตของใบอนุญาตให้ครอบคลุมข้อมูลมากกว่าการแสดงผลอย่างเฉพาะเจาะจงมากขึ้น[30][31] ด้วยการเปลี่ยนแปลงรูปแบบสัญญาอนุญาตนี้ ทำให้ข้อมูลแผนที่บางส่วนถูกลบออกจากการเผยแพร่สู่สาธารณะ ซึ่งรวมถึงข้อมูลทั้งหมดที่สมาชิกที่ไม่ได้เห็นด้วยกับเงื่อนไขใบอนุญาตใหม่ ตลอดจนการแก้ไขเพิ่มเติมทั้งหมดที่เกิดขึ้นกับวัตถุที่ได้รับผลกระทบเหล่านั้น นอกจากนี้ยังรวมถึงข้อมูลใดๆ ที่สร้างขึ้นจากข้อมูลป้อนเข้าที่ไม่สอดคล้องกับเงื่อนไขใหม่ด้วย
จากการประเมินคาดว่าข้อมูลกว่าร้อยละ 97 ทั่วทั้งโลกจะยังคงอยู่ แต่บางภูมิภาคจะได้รับผลกระทบมากกว่าภูมิภาคอื่น เช่น ในออสเตรเลีย ซึ่งข้อมูลจะยังคงอยู่เพียงร้อยละ 24 ถึง 84 เท่านั้นโดยขึ้นอยู่กับประเภทของวัตถุ[32] Ultimately, more than 99% of the data was retained, with Australia and Poland being the countries most severely affected by the change.[33] การเปลี่ยนแปลงใบอนุญาตและการลบข้อมูลที่เกิดขึ้นนั้น ส่งผลให้กลุ่มผู้สร้างแผนที่ที่ไม่เห็นด้วยก่อตั้ง ฟรีโอเพินสตรีตแม (FOSM) ขึ้นมาซึ่งเป็นการฟอร์กโอเพินสตรีตแมปออกมาใหม่ แต่ยังคงอยู่ภายใต้ใบอนุญาตเดิมไว้[34]
ตารางไทล์แผนที่ที่จัดทำโดยโครงการโอเพินสตรีตแมปนั้นได้รับอนุญาตภายใต้ CC-BY-SA-2.0 จนถึงวันที่ 1 สิงหาคม 2563 ใบอนุญาต ODbL กำหนดให้ต้องระบุแหล่งที่มาของแผนที่ที่สร้างจากข้อมูลโอเพินสตรีตแมป แต่ไม่ได้กำหนดให้ต้องใช้ใบอนุญาตใดโดยเฉพาะกับแผนที่เหล่านั้น ในเว็บไซต์นี้ใช้ข้อความ "© ผู้ร่วมให้ข้อมูล OpenStreetMap" หรือ "©OpenStreetMap Contributors" พร้อมลิงก์ไปยังหน้าลิขสิทธิ์ของ ODbL เป็นการระบุแหล่งที่มาตามข้อกำหนด[35]
อ้างอิง
[แก้]- ↑ "openstreetmap-website/config/locales at master". เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 28 February 2017. สืบค้นเมื่อ 30 September 2019 – โดยทาง GitHub.
- ↑ "OpenStreetMap Statistics". OpenStreetMap. OpenStreetMap Foundation. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 13 August 2021. สืบค้นเมื่อ 10 Nov 2023.
- ↑ Registered users on openstreetmap.org. Actual number of users unknown; OSM data is used by other services, many of which don't report their usage data.
- ↑ Haklay, M.; Weber, P. (2008). "OpenStreetMap: User-Generated Street Maps". IEEE Pervasive Computing. 7 (4): 12–18. Bibcode:2008IPCom...7d..12H. doi:10.1109/MPRV.2008.80.
- ↑ Steve Coats in derStandard.at, 2009-07-13) (ในภาษาเยอรมัน)
- ↑ Foody 2017, p. 38.
- ↑ Fox, Killian (18 February 2012). "OpenStreetMap: 'It's the Wikipedia of maps'". The Guardian. London. สืบค้นเมื่อ 12 September 2024.
- ↑ Sinton, Diana (6 April 2016). "OSM: The simple map that became a global movement". Directions Magazine. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 20 April 2024.
- ↑ Coast, Steve (11 December 2004). "First street entered". talk (Mailing list). OpenStreetMap. สืบค้นเมื่อ 12 September 2024.
- ↑ "OpenGeoData » Yahoo! aerial imagery in OSM". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2009-03-30. สืบค้นเมื่อ 2010-08-26.
- ↑ Fossum, Mike (20 March 2012). "Websites Bypassing Google Maps Due to Fees". เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 3 November 2012. สืบค้นเมื่อ 13 November 2012.
- ↑ Ingraham, Nathan (11 June 2012). "Apple using TomTom and OpenStreetMap data in iOS 6 Maps app". เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 17 October 2012. สืบค้นเมื่อ 13 November 2012.
- ↑ "Corporate Members - OpenStreetMap Foundation". osmfoundation.org. สืบค้นเมื่อ 2026-01-09.
- ↑ Topf, Jochen; Ramm, Frederik (6 September 2024). On the Ground. State of the Map 2024. Nairobi: OpenStreetMap Foundation. สืบค้นเมื่อ 11 September 2024.
- ↑ Zhou, Xiaoguang; Zeng, Lu; Jiang, Yu; Zhou, Kaixuan; Zhao, Yijiang (8 September 2015). "Dynamically Integrating OSM Data into a Borderland Database". ISPRS International Journal of Geo-Information. 4 (3): 1707–1728. Bibcode:2015IJGI....4.1707Z. doi:10.3390/ijgi4031707.
- ↑ Topf 2022, pp. 3–6.
- 1 2 3 4 Foody 2017, p. 39.
- ↑ "OpenStreetMap Wiki: Database". OpenStreetMap. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 10 February 2015. สืบค้นเมื่อ 10 February 2015.
- ↑ "Databases and data access APIs". เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 18 October 2017. สืบค้นเมื่อ 18 October 2017.
- ↑ Arnold, Laurin; Hukal, Philipp (6 May 2024). "The varying effects of standardisation on digital platform innovation: evidence from OpenStreetmap". Innovation. 27 (3): 417–442. doi:10.1080/14479338.2024.2345319. hdl:11250/3131589.
- ↑ Mocnik, Franz-Benjamin; Zipf, Alexander; Raifer, Martin (18 September 2017). "The OpenStreetMap folksonomy and its evolution". Geo-spatial Information Science. 20 (3): 219–230. Bibcode:2017GSIS...20..219M. doi:10.1080/10095020.2017.1368193.
- ↑ Zielstra, Dennis. "Comparing Shortest Paths Lengths of Free and Proprietary Data for Effective Pedestrian Routing in Street Networks" (PDF). University of Florida, Geomatics Program. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิม (PDF)เมื่อ 15 December 2012. สืบค้นเมื่อ 14 November 2012.
- ↑ Haklay, M. (2010). "How good is volunteered geographical information? A comparative study of OpenStreetMap and Ordnance Survey datasets" (PDF). Environment and Planning B: Planning and Design. 37 (4): 682–703. Bibcode:2010EnPlB..37..682H. doi:10.1068/b35097. S2CID 301237. เก็บ (PDF)จากแหล่งเดิมเมื่อ 12 April 2019. สืบค้นเมื่อ 7 July 2017.
- ↑ Coleman, D. (2013). "Potential Contributions and Challenges of VGI for Conventional Topographic Base-Mapping Programs". ใน Sui, D.; Elwood, S; Goodchild, M. (บ.ก.). Crowdsourcing Geographic Knowledge: Volunteered Geographic Information (VGI) in Theory and Practice. New York, London: Springer Science+Business Media Dordrecht. pp. 245–264. doi:10.1007/978-94-007-4587-2. ISBN 978-94-007-4586-5.
- ↑ Neis, Pascal; Zielstra, Dennis; Zipf, Alexander (2011). "The Street Network Evolution of Crowdsourced Maps: OpenStreetMap in Germany 2007–2011". Future Internet. 4: 1–21. doi:10.3390/fi4010001.
- ↑ McHugh, Bibiana (August 31, 2011). The OpenTripPlanner Project (PDF) (Report). Portland, Oregon: TriMet. p. 36. สืบค้นเมื่อ July 23, 2024.
- ↑ Martin, Davis; Kent, Alexander J. (2023). "Soviet City Plans and OpenStreetMap: a comparative analysis". International Journal of Cartography. International Cartographic Association. 9 (1): 73–86. Bibcode:2023IJCar...9...73D. doi:10.1080/23729333.2022.2047396.
- ↑ Brückner, Josephine; Schott, Moritz; Zipf, Alexander; Lautenbach, Sven (4 June 2021). "Assessing shop completeness in OpenStreetMap for two federal states in Germany". Agile: Giscience Series. 2: 20. Bibcode:2021AGILE...2...20B. doi:10.5194/agile-giss-2-20-2021.
- ↑ Xiong, Bobby; Fioriti, Davide; Neumann, Fabian; Riepin, Iegor; Brown, Tom (2025). "Modelling the high-voltage grid using open data for Europe and beyond". Scientific Data. 12 (1): 277. arXiv:2408.17178. Bibcode:2025NatSD..12..277X. doi:10.1038/s41597-025-04550-7. PMC 11830763. PMID 39956804.
- ↑ อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ
<ref>ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อogd-Fairhurst - ↑ "Licence – OpenStreetMap Foundation". wiki.osmfoundation.org. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 27 February 2018. สืบค้นเมื่อ 27 February 2018.
- ↑ Poole, Simon. "OSM V1 Objects ODbL acceptance statistics". เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 25 May 2012. สืบค้นเมื่อ 21 May 2012.
- ↑ Wood, Harry (26 July 2012). "Automated redactions complete". เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 28 September 2012. สืบค้นเมื่อ 1 October 2012.
- ↑ Paulson, Robin (2013). The Digital Commons: Escape from Capital? (วิทยานิพนธ์ Ph.D.). University of Auckland. p. 69.
- ↑ "New licence for the "standard style" tiles from openstreetmap.org". openstreetmap.org. 2020-06-25. สืบค้นเมื่อ 2023-08-07.