K (อะนิเมะ)

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
K
โปสเตอร์โปรโมต K แสดงตัวละครหลักของเรื่อง
โปสเตอร์โปรโมต K แสดงตัวละครหลักของเรื่อง
ชื่อ K
แนว ต่อสู้, เหนือธรรมชาติ
การ์ตูนโทรทัศน์
ผู้กำกับ ชินโงะ ซุซุกิ
ผลิตโดย GoHands
ลิขสิทธิ์ ญี่ปุ่น King Record
ไทย ROSE
ฉายทาง ญี่ปุ่น MBS, TBS และ CBC
อาเซียน แอนิแมกซ์เอเชีย
ฉายครั้งแรก 4 ตุลาคม พ.ศ. 2555 - 27 ธันวาคม พ.ศ. 2555
จำนวนตอน 13 ตอน
ภาพยนตร์อะนิเมะ
K Missing Kings
กำกับ ชินโงะ ซุซุกิ
ผลิต GoHands
ฉายเมื่อ ญี่ปุ่น 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2557
ยาว 73 นาที
การ์ตูนโทรทัศน์
K: Return of Kings
ผู้กำกับ ชินโงะ ซุซุกิ
ผลิตโดย GoHands
ลิขสิทธิ์ ญี่ปุ่น King Record
ฉายทาง ญี่ปุ่น MBS, TBS และ CBC
อาเซียน แอนิแมกซ์เอเชีย
ฉายครั้งแรก 3 ตุลาคม พ.ศ. 2558 - ปัจจุบัน
จำนวนตอน 13 ตอน
มังงะ
K: Memory of Red
เขียนเรื่อง GoRA
สำนักพิมพ์ ญี่ปุ่น สำนักพิมพ์โคดันชะ
นิตยสาร Aria
เมื่อ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2555 – ปัจจุบัน
มังงะ
K: Stray Dog Story
เขียนเรื่อง GoRA
สำนักพิมพ์ ญี่ปุ่น สำนักพิมพ์โคดันชะ
นิตยสาร good! Afternoon
เมื่อ พฤศจิกายน พ.ศ. 2555 – ปัจจุบัน
Wikikartoon.png ส่วนหนึ่งของสารานุกรมการ์ตูนญี่ปุ่น
บทความนี้มีชื่อเป็นภาษาอื่น หรือใช้อักษรในภาษาอื่น เนื่องจากต้องการคงไว้ตามต้นฉบับ หรือไม่มีชื่อภาษาไทยที่เหมาะสม

K (หรือบางครั้งถูกเรียกว่า K Project, K ย่อมาจาก King) เป็นอะนิเมะที่ออกอากาศในปี พ.ศ. 2555 ผลิตโดยสตูดิโอ GoHands กำกับโดย ชินโงะ ซุซุกิ ซึ่งเขาเองก็เป็นผู้ออกแบบตัวละครในอะนิเมะเรื่องนี้ด้วย K ออกอากาศในประเทศญี่ปุ่น ผ่านทางสถานีโทรทัศน์ MBS, TBS และ CBC และยังออกอากาศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ผ่านช่องแอนิแมกซ์เอเชีย

เนื้อเรื่อง[แก้]

ในโลกมีกลุ่มผู้มีพลังเหนือธรรมชาติอยู่ มีอยู่ทั้งหมด 7 กลุ่มและมีสีเป็นสัญลักษณ์เฉพาะของแต่ละกลุ่ม ผู้นำของแต่ละสี จะถูกเรียกว่า "ราชา"

อิซานะ ยาชิโระ เป็นนักเรียนธรรมดาของโรงเรียนมัธยมปลายอะชินะกะที่ตั้งอยู่บนเกาะที่เชื่อมต่อกับเมืองชิซุเมะ เมืองชั้นนำด้านเทคโนโลยีของญี่ปุ่น ยาชิโระนั้นมักจะมีใบหน้าเปื้อนยิ้มอยู่เสมอและเขายังเป็นเข้ากับทุกคนได้ดี ถึงกระนั้น เขาก็ไม่ได้สนิทกับใครเป็นพิเศษ

สิ่งไม่คาดคิดเกิดขึ้น เมื่อยาชิโระถูกลอบทำร้ายโดยกลุ่มสีแดงโฮมุระ ในขณะที่เขากำลังหลบหนีนั้น ยาชิโระได้รับความช่วยเหลือจากบุลคลนาม ยาโตงามิ คุโระ เจ้าของฉายา "หมาดำ" จนหลบหนีพ้น แต่เมื่อมาถึงสถานที่ปลอดภัย คุโระกลับจะฆ่ายาชิโระเสียเอง ยาชิโระซึ่งกำลังสับสนกับเหตุการณ์ทั้งหมดถามเหตุผลที่จะฆ่าเขาจากคุโร ทันใดนั้น ภาพจอโทรทัศน์และจอโฆษณาทั่วเมืองก็ได้ปรากฏวิดีโอที่ในนั้นปรากฏภาพบุคคลซึ่งมีหน้าตาเหมือนยาชิโระซึ่งอ้างตนว่า เป็นราชาลำดับเจ็ด "ราชาไร้สี" ได้สังหาร โทสึกะ ทาทาระ สมาชิกคนสำคัญของกลุ่มสีแดงไป ยาชิโระถูกกล่าวหาว่าเป็นมือสังหารในขณะที่เขาเองก็เริ่มสับสนในตัวตนของเขา

ตัวละครหลัก[แก้]

ยาชิโระและพวก[แก้]

ยาชิโระ อิซานะ (伊佐那 社 Isana Yashiro)
ให้เสียงโดย: ไดซุเกะ นะมิกะวะ

หรือถูกเรียกสั้นๆว่า ชิโระ (シロ) เป็นตัวละครเอกของเรื่อง เขาปรากฏตัวครั้งแรกในฐานะนักเรียนมัธยมปลายธรรมดา จนกระทั่งตนเองตกเป็นเป้าหมายของกลุ่มสีแดงโฮมุระ, กลุ่มสีน้ำเงินสเคปเตอร์ 4 และมือขวาของราชาไร้สีคนก่อน คุโร ยาโตงามิ ในฐานะผู้ต้องสงใสในการฆาตกรรม โทสึกะ สมาชิกคนสำคัญของกลุ่มสีแดง จากหลักฐานที่หลงเหลืออยู่เป็นกล้องวิดีโอในวันและสถานที่เกิดเหตุ ปรากภาพชายหนุ่มซึ่งมีลักษณะเหมือนเขาอย่างมาก อ้างตนว่าเป็นราชาลำดับเจ็ดคนใหม่ "ราชาไร้สี" จากการหลบหนีจากกลุ่มสีแดงและคุโรพ้น ในที่สุดคุโรก็ตามตัวเขาพบ และทำให้ยาชิโระจนมุม ยาชิโระเจรจาเพื่อขอพิสูจน์ตนเองว่าไม่ได้เป็นฆาตกร แต่จากหลักฐานและรูปการณ์ที่ออกมา ทำให้เขาเริ่มสับสนในตัวเอง ว่าจริงๆแล้ว ตนเองอาจเป็นฆาตกร และตนเองเป็นใครกันแน่ ภาพลักษณ์ที่ปรากฏนั้น ยาชิโระจะพกร่มญี่ปุ่น วะงะซะ (和傘) สีแดงอยู่เสมอ และมีเนโกะในร่างแมวเกาะอยู่ตรงไหล่ซ้ายอยู่ในบางครั้ง และแล้วสุดท้าย ชิโระ ก็รู้ว่าตัวเอง คือราชาสีเงิน อดอล์ฟ เค ไวส์แมน ที่ถูกสับร่าง และภายหลังจบภาคสอง อดอล์ฟก็กลับไปอยู่ในร่างเดิมของตนเองมาเป็นอาจารย์สอนภาษาเยอรมันที่โรงเรียนอาชินากะ

คุโร ยาโตงามิ (夜刀神 狗朗 Yatogami Kurō)
ให้เสียงโดย: ไดซุเกะ โอะโนะ

หรือฉายา หมาดำ (黒狗 Kuroinu( )?) เขาเป็นนักดาบที่มีฝีมือสูง โดยได้รับมอบหมายภารกิจจากราชาไร้สีคนก่อน อิชิเง็น มิวะ ให้ตามหาและกำจัด "ราชาไร้สี" คนใหม่ หากราชาคนใหม่นั้นเป็นบุคคลที่มีจิตใจชั่วร้าย จนในที่สุด เขาก็พบกับยาชิโระและเชื่อว่ายาชิโระเป็นฆาตกร แต่กระนั้น เขาก็ให้โอกาสแก่ยาชิโระในการพิสูจน์ความจริง ตั้งแต่นั้นมาเขาก็ติดตามและปกป้องยาชิโระจนกว่าความจริงจะปรากฏ และแล้วเมื่อความจริงปรากฏ เขาก็ไปเป็นผู้รับใช้ของ ราชาลำดับหนึ่ง อดอล์ฟ เค ไวส์แมน "ราชาสีเงิน"

เนโกะ (ネコ Neko)
ให้เสียงโดย: มิกะโกะ โคะมะสึ

เป็นสเตรนชนิดหนึ่ง ปรากฏครั้งแรกในฐานะแมวเลี้ยงของชิโระ เธอมีความสามารถในการแทรกแทรงระบบสมองและระบบประสาทของผู้อื่น ทำให้เธอสามารถสร้างความทรงจำจอมปลอมขึ้นมาได้ รวมไปถึงสร้างภาพมายา เธอสามารถอยู่ในสภาวะล่องหนได้ ในภายหลังเธอได้กลายมาเป็นผู้รับใช้ของราชาลำดับที่ 1 ดูเหมือนว่าชื่อจริงของเธอจะเป็นอาเมโนะ มิยาบิ (雨乃雅日 Ameno Miyabi)

กลุ่มสีแดง โฮมุระ[แก้]

มิโกโตะ ซุโอ (周防 尊 Suō Mikoto)
ให้เสียงโดย: เค็นจิโระ สึดะ

เขาเป็นราชาลำดับสาม "ราชาสีแดง" (赤の王( Aka no Ō )?) และหัวหน้าของกลุ่มฮมระ เนื่องด้วยเขาเริ่มควบคุมพลังของเขาไม่ได้ เขาจึงมอบตัวให้แก่ องค์กร เซปเตอร์ 4 และถูกกักขัง เขาหวังว่า ราชาสีน้ำเงินแห่งเซปเตอร์ 4 จะสามารถหยุดยั้งเขาได้ในยามที่เขาไม่สามารถควบคุมตนเอง และไม่เผลอไปทำร้ายใครเข้าโดยเฉพาะพรรคพวกของเขา ถึงกระนั้นเขาก็หนีออกมาเมื่อได้รับโทรศัพท์จาก "ราชาไร้สี" มือสังหารสมาชิกในกลุ่มของเขา ในภายหลังได้เสียชีวิตลงเพราะถูกแทง(เพื่อไม่ให้ดาบดาโมเคลสหล่นลงมายังพื้นโลก)

อิซูโมะ คุซานางิ (草薙 出雲 Kusanagi Izumo)
ให้เสียงโดย: ทะกะฮิโระ ซะกุไร

เป็นรองหัวหน้าของกลุ่มฮมระ และเป็นมือขวาของมิโกโตะ เขามักพูดด้วยสำเนียงเกียวโต และยังเป็นเจ้าของบาร์ที่ชื่อว่า ฮมระ ซึ่งกลายเป็นแหล่งรวมตัวของสมาชิกในกลุ่ม นอกจากนี้ เขายังรู้จักกับ อาวาชิมิ เซริ รองหัวหน้าของเซปเตอร์ 4 เป็นการส่วนตัวอีกด้วย

มิซากิ ยาตะ (八田 美咲 Yata Misaki)
ให้เสียงโดย: จุง ฟุกุยะมะ

หรือเจ้าของฉายา "ยาตะการาสุ"(แปลว่าอีกา 3 ขา) เป็นแนวหน้าของกลุ่มโฮมุระ เชี่ยวชาญในการเล่นสเกตบอร์ด เป็นอย่างมาก และยังใช้มันเป็นอาวุธอีกด้วย ยาตะเป็นคนอารมณ์ร้อนและมีความอดทนต่ำ เขามักจะอายที่จะต้องสนทนากับสาวๆ นอกจากนี้เขาเป็นเพื่อนสนิทกับ ซารุฮิโกะ ฟุชิมิ จนเมื่อฟุชิมิออกจากกลุ่มฮมระไปเข้ากับเซปเตอร์ 4 ยาตะกับฟุชิมิก็กลายเป็นศัตรูกัน

แอนนา คุชินะ (櫛名 アンナ( Kushina Anna )?)
ให้เสียงโดย: ยุอิ โฮะริเอะ

เธอเป็นสเตรนและสมาชิกที่อายุน้อยที่สุด เป็นสมาชิกผู้หญิงหนึ่งเดียวของกลุ่มโฮมุระ แอนนาเป็นเด็กตาบอดสีที่ทำให้เธอสามารถรับรู้ได้เฉพาะสีแดง เธอสูญเสียครอบครัวจาก"อุบัติเหตุ"(จริงๆแล้วคือถูกฆ่าตาย) และรู้จักกับมิโกโตะผ่านทางป้าของเธอ โฮนามิ คุชินะ ซึ่งเป็นครูของมิโกโตะ นั่นเองทำให้เธอมักจะชอบอยู่ข้างกายมิโกโตะเสมอ นอกจากนี้เธอยังมีพลังในการรับรู้เหตุการณ์ด้วยลูกแก้วคริสตัลสีแดงของเธอ ในภายหลังเธอได้กลายมาเป็นราชาสีแดงหลังจากมิโกโตะเสียชีวิตไป หลังจากภาคหนังเธอกับเนโกะค่อนข้างจะสนิทกันพอสมควร

อภิทานศัพท์ในเนื้อเรื่อง[แก้]

ราชา[แก้]

หมายถึงบุคคลที่ได้รับพลังพิเศษโดยตรงจากศิลาเดรสเดน มีเพียง 7 คน โดยที่ราชาจะสร้างกลุ่มของตัวเองขึ้นมา และปกครองอยู่ในบริเวณนั้นๆโดยที่จะไม่ต่อสู้กันเองหากไม่เกิดอะไรขึ้นตามข้อตกลงของราชาสีทอง ซึ่งถ้าหากราชาคนไหนเสียชีวิต ศิลาก็จะทำการคัดเลือกราชาคนต่อไป มีดังนี้

อดอล์ฟ เค ไวส์แมน / อิซานา ยาชิโระ ราชาสีเงิน
โคุคโจจิ ไดคาคุ ราชาสีทอง (เสียชีวิตแล้ว)
คางุตสึ เก็นจิ ราชาสีแดง (เสียชีวิตแล้ว)
ฮาบาริ จิน ราชาสีน้ำเงิน (เสียชีวิตแล้ว)
สุโอ มิโคโตะ ราชาสีแดง (เสียชีวิตแล้ว)
คุชินะ แอนนา ราชาสีแดง
มุนาคาตะ เรย์ชิ ราชาสีน้ำเงิน
ฮิซุย นางาเระ ราชาสีเขียว (เสียชีวิตแล้ว)
อิวะฟุเนะ เท็นเคย์ / โอโทริ เซย์โกะ ราชาสีเทา (เสียชีวิตแล้ว)
มิวะ อิจิเก็น ราชาไร้สี (เสียชีวิตแล้ว)
ราชาไร้สี (เป็นปีศาจหมาจิ้งจอก)(เสียชีวิตแล้ว)

ศิลาเดรสเดน[แก้]

เป็นศิลาปริศนาที่ถูกค้นพบในเมืองเดรสเดน ประเทศเยอรมนีช่วงยุคสงคราม อดอล์ฟได้นำมันมาวิจัย จนพบว่ามันมีพลังพิเศษในการแทรกซึมเข้าไปในร่างกาย ทำให้เกิดพลังพิเศษขึ้นมา ศิลานี้ถูกนำมาวางที่ตึกมิฮาชิระที่ญี่ปุ่นโดยราชาสีทองที่ตอนนั้นเป็นทหารของกองทัพญี่ปุ่นหลังจากที่อดอล์ฟตัดสินใจหนีขึ้นไปบนเรือเหาะ ภายหลังถูกทำลายด้วยดาบเดโมเคลสของราชาสีเงิน

ดาบแห่งดาโมเคลส[แก้]

เป็นดาบที่แสดงสัญลักษณ์ออกมาเหนือศีรษะของราชาทุกคนหากราชาใช้พลัง ซึ่งถ้าหากจิตใจของราชาไม่มั่นคงหรือใช้พลังเกินขีดจำกัด ยกตัวอย่างเช่น การฆ่าราชาด้วยกันเอง จะทำให้พลังที่จะทำให้ดาบเดโมเคลสลอยค้างอยู่บนฟ้าตกลงมา ซึ่งนอกจากจะทำให้ราชาผู้นั้นตายแล้ว คนที่อยู่โดยรอบรวมไปถึงสิ่งก่อสร้างทุกอย่างจะตายและพังพินาศไปหลายร้อยกิโลเมตร วิธีเดียวที่จะหยุดดาบเดโมเคลสที่ร่วงลงมาได้คือการฆ่าราชาผู้ที่เป็นเจ้าของดาบนั้นไป

บลูเรย์/ดีวีดี[แก้]

รายระเอียดของ K ฉบับ บลูเรย์/ดีวีดี ในประเทศญี่ปุ่น

แผ่น วันวางจำหน่าย ตอน รหัสสินค้ามาตรฐาน
Blu-ray DVD
1 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555 1 KIZX-68/69 KIZB-116/17
2 2 - 3 KIZX-70/71 KIZB-118/19
3 5 ธันวาคม พ.ศ. 2555 4 - 5 KIZX-72/73 KIZB-120/21
4 9 มกราคม พ.ศ. 2556 6 - 7 KIZX-74/75 KIZB-122/23
5 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556 8 - 9 KIZX-76/77 KIZB-124/25
6 13 มีนาคม พ.ศ. 2556 10 - 11 KIZX-78/79 KIZB-126/27
7 12 - 13 KIZX-80/81 KIZB-128/29

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]