ฟามฟาเตล (อัลบั้มของบริตนีย์ สเปียส์)

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก Femme Fatale (Britney Spears album))
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
ฟาม ฟาเตล
BritneySpears-FemmeFatale.jpg
สตูดิโออัลบั้ม โดย บริตนีย์ สเปียรส์
วางตลาด31 มีนาคม พ.ศ. 2554
บันทึกเสียงพ.ศ. 2554
แนวเพลงป็อป แดนซ์-ป็อป อิเลคโทรนิก้า
ค่ายเพลงไจฟ์เรคอร์ดส ซอมบามิวสิก
โปรดิวเซอร์Dr. Luke (also exec.), Max Martin (also exec.), Ammo, Billboard, Benny Blanco, Bloodshy & Avant, Darkchild, Dream Machine, Fraser T. Smith, JMIKE, Henrik Jonback, Magnus, Oligee, Sandy Vee, Shellback, Stargate, will.i.am
ลำดับอัลบั้มของ บริตนีย์ สเปียรส์
เซอร์คัส
(2551)
ฟาม ฟาเตล
(2554)

ฟาม ฟาเตล (อังกฤษ: Femme Fatale) คือ สตูดิโออัลบั้มลำดับที่ 7 ของบริตนีย์ สเปียรส์ ศิลปินเพลงป็อปหญิงชาวอเมริกัน ออกจำหน่ายในสหรัฐอเมริกาเมื่อวันที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2554 ร้อนแรง เลอเลิศ อัลบั้มล่าสุดจาก Britney Spears และเพลงฮิตอันดับ 1 ‘Hold It Against Me’ “Hold It Against Me” คือ ซิงเกิลแรกจากอัลบั้มใหม่ล่าสุด ของ Britney Spears โปรดิวซ์โดยเจ้าพ่อเพลงป็อบ Max Martin และ Dr. Luke นี่ถือเป็นซิงเกิลเปิดตัวของอัลบั้มชุดที่ 7 “Femme Fatale” (ฟาม ฟาเตล) และเป็นอีกหนึ่งเพลงอันดับ 1 บน Billboard Hot 100 Chart ของบริทนีย์ และเพลงนี้ยังขึ้นอันดับ 1 บน iTunes Songs Chart กว่า 20 ประเทศทั่วโลก มิวสิกวิดีโอได้ Jonas Akerlund ผู้กำกับคู่บุญของ Madonna มาร่วมงาน กว่า 12 ปีบนเส้นทางดนตรี 5 อัลบั้มที่เปิดตัวทันทีในอันดับ 1 บนชาร์ท Billboard Top 200 Albums และมีเพลงฮิตติด Top 40 ชาร์ท Billboard’s Mainstream ทั้งสิ้นถึง 24 เพลง Britney เป็นหนึ่งในศิลปินขายดีระดับโลก โดยในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา พร้อมยอดขายมากกว่า 67 ล้านก๊อปปี้ทั่วโลก จากอัลบั้ม Baby One More Time (1999); Oops!... I Did It Again (2000); Britney (2001); In The Zone (2003); Blackout (2007); Circus (2008); และ The Singles Collection (2009)

รายชื่อเพลงในอัลบั้ม[แก้]

ฉบับมาตรฐาน[แก้]

  1. " Till The World End"
  2. " Hold It Against Me"
  3. "Inside Out"
  4. " I Wanna Go "
  5. "How I Roll"
  6. "(Drop Dead) Beautiful (Feat. Sabi)"
  7. "Seal It With A Kiss"
  8. "Big Fat Bass (Feat. Will.I.Am)"
  9. "Trouble For Me"
  10. "Trip To Your Heart"
  11. "Gasoline"
  12. " Criminal"

โบนัสแทร็ค[แก้]

  1. "Up n' Down"1
  2. "He About to Lose Me"1
  3. "Selfish"1
  4. "Don't Keep Me Waiting"1
  5. "Scary"2

หมายเหตุ

  • 1สำหรับ Deluxe Edition
  • 2สำหรับ Japanese edition bonus track

ซิงเกิล[แก้]

"Hold It Against Me"[แก้]

โฮลด์ อิท อกาสต์ มี


วางจำหน่าย 1 มีนาคม ค.ศ. 2011

ต้นสังกัดของบริทนี่ย์ ได้ปล่อยซิงเกิลแรกออกมาจากอัลบั้มสตูดิโอที่ 7 ของ บริตนีย์ สเปียรส์ ในวันที่ 11 มกราคม ค.ศ. 2011 ก็ได้รับกระแสที่ค่อนข้างดีมาก ปล่อยในวันแรกก็ทำให้ บริตนีย์ สเปียรส์ ได้ติดในชาร์ตบิลบอร์ดที่อันดับ 1 สร้างความตะลึงให้กับแฟนคลับเลยทีเดียว และเป็นเพลงที่เปิดตัวในชาร์ตบิลบอร์ดที่สูงที่สุดของบริทนี่ย์ และเพลงนี้ยังขึ้นอันดับ 1 บน iTunes Songs Chart กว่า 20 ประเทศทั่วโลก ต่อมาก็ได้ปล่อยมิวสิกวิดีโอของเธอออกมา แต่ก็ทำให้แฟนๆเพลงผิดหวังและสับสนกันอย่างมาก เนื่องจากมิวสิกวิดีโอของเธอนั้น ได้มีการโฆษณาขายของต่างๆเช่น น้ำหอม, เครื่องสำอาง หรือแม้กระทั่ง เครื่องสารสนเทศ ต่างๆ และตัดต่อวิดิโอออกมา ทำให้แฟนๆปวดหัวกันมาก แต่รวมๆแล้ว จะเห็นได้ว่า บริตนีย์ สเปียรส์ มีการพัฒนาเป็นอย่างมาก


"Till The World Ends"[แก้]

ทิล เดอะ เวิลด์ เอนด์

วางจำหน่าย 11 มีนาคม (digital download) 4 มีนาคม (Radio premiere)

ต้นสังกัดของริทนี่ย์ ได้ปล่อยซิงเกิลออกมาเป็นซิงเกิลที่ 2 แต่ซิงเกิลนี้ ไม่แรงเท่าซิงเกิลที่ 1 ที่ทำได้ติดชาร์ตในบิลบอร์ดในวันแรกที่ปล่อยเพลง ซิงเกิลนี้เลยตกไปอยู่อันดับที่ 2 ในวันแรก และต่อมา ก็ตกลงไปอยู่ในอันดับที่ 20 เนื่องจากสภาพ มิวสิกวิดีโอ ซิงเกิลก่อนที่เธอทำให้ชาวแฟนๆผิดหวัง แล้วนำเธอไปเปรียบเทียบกับ เลดี้ กาก้า ซึ่ง เพลง Born This Way ของเธอและมิวสิกวิดีโอของเธอ มาแรงแซงอันดับ1ไปได้ แต่ทางต้นสังกัดเองก็พยายามให้สุดความสามารถ เพื่อให้ไม่ทำให้แฟนๆเพลงของเธอผิดหวัง ต่อมา ก็ได้มีมิวสิกวิดีโอออกมา ในวันที่ 5 เมษายน ที่กำกับโดย เรย์ เคย์ (ซึ่งเคยกำกับเพลง Poker Face ของ เลดี้ กาก้า และ Baby ของ จัสติน บีเบอร์ ฯลฯ) ทำให้เพลงนี้ขึ้นชาร์จในสัปดาห์แรกอยู่ที่ 8 และสัปดาห์ต่อมา ก็ขึ้นไปอยู่อันดับที่ 3ได้



"I Wanna Go"[แก้]

ไอวันนาโก

I Wanna Go คือซิงเกิลที่ 3 ของ บริตนีย์ สเปียรส์ ในสัปดาห์แรกเพลงนี้อยู่ในอันดับที่ 73 ใน บิลบอร์ดชาร์จ แต่ติดอันดับ 1 ใน เกาหลีใต้ ซึ่งเพลงนี้ได้ เชลแบล็ค, แม็กซ์ มาร์ติน เป็นโปรดิวเซอร์ให้ และยังได้ ซาวาน มาร่วมแต่งเพลงนี้อีกด้วย และเพลงนี้ได้ คริส มาร์ พิเลียโร มากำกับมิวสิกวิดีโอเพลงนี้ ต่อมาก็ได้ปล่อยเอ็มวีตัวนี้ออกมา จนทำให้เพลงนี้ขึ้นจากอันดับ 89 ไป 29 เพียงแค่สัปดาห์เดียว ก็ทำชาร์จได้อย่างน่าทึ่ง





"Criminal"[แก้]

คริมินอล

ซิงเกิลที่ 4 ของ บริตนีย์ สเปียรส์ คือ Criminal วางจำหน่ายในวันที่ 30 กันยายน แล้วตามด้วย Music Video ที่กระแทกใจแฟนๆแบบสุดๆ เนื่องจาก Music Video ตัวนี้ บริทนี่ย์ เธอได้นำแฟนหนุ่มของเธอร่วมแสดงอีกด้วย และได้ผู้กำกับคนเดียวที่กำกับเพลง I Wanna Go ของเธออีกด้วย

อ้างอิง[แก้]

www.britneythailand.net

www.britneyspears.com

www.britney