ข้ามไปเนื้อหา

โรเมโอและจูเลียต

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
โรเมโอและจูเลียต
ภาพวาดสีน้ำมันของคู่รักบนระเบียง
ภาพวาดในปี ค.ศ. 1870 แสดงฉากริมระเบียงอันโด่งดังของบทละครเรื่องนี้
เขียนโดยวิลเลียม เชกสเปียร์
ตัวละคร
รอบปฐมทัศน์ค.ศ. 1597[a]
ภาษาต้นฉบับภาษาอังกฤษสมัยใหม่ตอนต้น
ชุดบทละครFirst Quarto
หัวเรื่องความรัก
ประเภทโศกนาฏกรรมของเชกสเปียร์
ฉากท้องเรื่องประเทศอิตาลี (เวโรนา และ มานตัว)

โศกนาฏกรรมแห่งโรเมโอและจูเลียต (อังกฤษ: The Tragedy of Romeo and Juliet) หรือที่เรียกสั้น ๆ ว่า โรเมโอและจูเลียต (อังกฤษ: Romeo and Juliet) เป็นโศกนาฏกรรมที่ประพันธ์โดย วิลเลียม เชกสเปียร์ ว่าด้วยเรื่องราวความรักระหว่างสองหนุ่มสาวชาวอิตาลีจากตระกูลที่เป็นคู่อริกัน บทละครเรื่องนี้ถือเป็นหนึ่งในผลงานที่ได้รับความนิยมมากที่สุดของเชกสเปียร์ในช่วงที่เขายังมีชีวิตอยู่ และเป็นหนึ่งในบทละครที่มีการแสดงบ่อยที่สุดเคียงคู่กับเรื่อง แฮมเลต นอกจากนี้ ตัวละครเอกทั้งสองยังได้รับการยกย่องให้เป็นต้นแบบ (archetype) ของคู่รักวัยเยาว์อีกด้วย

โรเมโอและจูเลียต จัดอยู่ในธรรมเนียมของความรักเชิงโศกนาฏกรรมที่มีประวัติย้อนไปไกลถึงยุคโบราณ โครงเรื่องนั้นอิงมาจากนิทานอิตาลีที่เขียนโดย มัตเตโอ บันเดลโล ซึ่งได้รับการแปลเป็นกวีนิพนธ์ในชื่อ The Tragical History of Romeus and Juliet โดย อาเธอร์ บรูค ในปี ค.ศ. 1562 และถูกนำมาเล่าใหม่เป็นความเรียงในชุด Palace of Pleasure โดย วิลเลียม เพนเทอร์ ในปี ค.ศ. 1567 เชกสเปียร์ได้หยิบยืมเนื้อหาจากทั้งสองแหล่งมาอย่างมาก แต่ได้ขยายโครงเรื่องด้วยการพัฒนาตัวละครสมทบจำนวนหนึ่ง โดยเฉพาะ เมอร์คิวชิโอ และ เคานต์ปารีส เชื่อกันว่าบทละครนี้ถูกเขียนขึ้นระหว่างปี ค.ศ. 1591 ถึง 1595 และตีพิมพ์ครั้งแรกในรูปแบบควอโต (quarto) ในปี ค.ศ. 1597 อย่างไรก็ตาม ข้อความในฉบับพิมพ์ครั้งแรกนั้นมีคุณภาพต่ำ และฉบับต่อ ๆ มาจึงได้มีการแก้ไขเนื้อหาให้ตรงกับต้นฉบับเดิมของเชกสเปียร์มากขึ้น

การใช้โครงสร้างเชิงดราม่าเชิงกวีของเชกสเปียร์ (รวมถึงเทคนิคต่าง ๆ เช่น การสลับระหว่างฉากตลกและโศกนาฏกรรมเพื่อเพิ่มความตึงเครียด การขยายบทตัวละครรอง และเนื้อเรื่องย่อยจำนวนมากเพื่อเสริมรายละเอียด) ได้รับการยกย่องว่าเป็นสัญญาณเริ่มแรกของทักษะการละครอันยอดเยี่ยมของเขา บทละครนี้ยังมีการกำหนดรูปแบบกวีนิพนธ์ที่แตกต่างกันไปตามแต่ละตัวละคร และบางครั้งรูปแบบจะเปลี่ยนไปตามการพัฒนาของตัวละครนั้น ๆ ตัวอย่างเช่น โรเมโอเริ่มมีความเชี่ยวชาญในการแต่งซอนเน็ต (sonnet) มากขึ้นตามเนื้อเรื่องที่ดำเนินไป

โรเมโอและจูเลียต ถูกนำไปดัดแปลงนับครั้งไม่ถ้วนทั้งในรูปแบบละครเวที ภาพยนตร์ ละครเพลง และโอเปร่า ในช่วงสมัยฟื้นฟูราชวงศ์อังกฤษ บทละครนี้ถูกนำกลับมาทำใหม่และแก้ไขอย่างหนักโดย วิลเลียม ดาเวแนนต์ ส่วนฉบับของ เดวิด การ์ริก ในศตวรรษที่ 18 ก็มีการปรับเปลี่ยนหลายฉาก โดยตัดเนื้อหาที่ในขณะนั้นถือว่าไม่สุภาพออก และในเรื่อง Romeo und Julie ของ เกออร์ก เบ็นดา ได้ตัดเหตุการณ์ส่วนใหญ่ออกและใช้ตอนจบแบบมีความสุข แทนที่การแสดงในศตวรรษที่ 19 รวมถึงฉบับของ ชาร์ลอตต์ คุชแมน ได้นำเนื้อหาต้นฉบับกลับมาใช้และมุ่งเน้นไปที่สัจนิยมที่มากขึ้น ฉบับปี ค.ศ. 1935 ของ จอห์น กีลกัด ยังคงเนื้อหาตามต้นฉบับของเชกสเปียร์ไว้อย่างใกล้ชิด และใช้เครื่องแต่งกายรวมถึงการจัดฉากแบบสมัยเอลิซาเบธเพื่อเสริมอรรถรสทางดราม่า ในศตวรรษที่ 20 จนถึงศตวรรษที่ 21 บทละครนี้ถูกดัดแปลงเป็นภาพยนตร์ในหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่ฉบับของ จอร์จ คิวคอร์ (1936), ฟรังโก เซฟฟิเรลลี (1968), บาซ เลอร์แมนน์ (1996) ไปจนถึงฉบับของ คาร์โล คาร์เลอิ (2013)

หมายเหตุและอ้างอิง

[แก้]

หมายเหตุ

[แก้]
  1. ดูที่ § Shakespeare's day

อ้างอิง

[แก้]

การอ้างอิงทั้งหมดถึงโรเมโอและจูเลียต เว้นแต่จะระบุไว้เป็นอย่างอื่น มาจากฉบับพิมพ์ครั้งที่สองของ Arden Shakespeare (Gibbons, 1980) ซึ่งอิงตามข้อความ Q2 ปี ค.ศ. 1599 โดยมีองค์ประกอบจาก Q1 ปี 1597[1] ภายใต้ระบบการอ้างอิงซึ่งใช้เลขโรมัน II.ii.33 หมายถึงองก์ที่ 2 ฉากที่ 2 บรรทัดที่ 33 และเลข 0 แทนหมายเลขฉากหมายถึงบทนำขององก์นั้น

  1. Gibbons 1980, p. vii.

แหล่งที่มา

[แก้]

ฉบับพิมพ์ของโรมิโอและจูเลียต

[แก้]
  • Gibbons, Brian, บ.ก. (1980). Romeo and Juliet. The Arden Shakespeare, second series. London: Thomson Learning. ISBN 978-1-903436-41-7.
  • Levenson, Jill L., บ.ก. (2000). Romeo and Juliet. The Oxford Shakespeare. Oxford: Oxford University Press. ISBN 0-19-281496-6.
  • Spencer, T.J.B., บ.ก. (1967). Romeo and Juliet. The New Penguin Shakespeare. London: Penguin. ISBN 978-0-14-070701-4.

แหล่งข้อมูลทุติยภูมิ

[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น

[แก้]