โทมัส ยอร์ช น็อกซ์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
โทมัส ยอร์ช น็อกซ์
Thomas George Knox
โทมัส ยอร์ช น็อกซ์.jpg
โทมัส ยอร์ช น็อกซ์
เกิดพ.ศ. 2367
เสียชีวิตพ.ศ. 2430
คู่สมรสปราง เย็น น็อกซ์[1][2][3][4][5]
บุตรแฟนนี ปรีชากลการ
แคโรไลน์ ลีโอโนเวนส์
โทมัส น็อกซ์
บิดามารดาเจมส์ สเปนเซอร์ น็อกซ์
คลารา บาร์บารา แบรส์เฟิร์ด

โทมัส ยอร์ช น็อกซ์ (อังกฤษ: Thomas George Knox; พ.ศ. 2367–2430) เป็นกงสุลใหญ่ชาวอังกฤษประจำสยามในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว[6] เป็นบุตรของนายเจมส์ สเปนเซอร์ น็อกซ์ กับนางคลารา บาร์บารา แบรส์เฟิร์ด[7] เดิมเป็นทหารอังกฤษยศร้อยเอกประจำประเทศอินเดีย กล่าวกันว่าพอเล่นพนันแข่งม้าจนหมดตัว จึงลาออกจากตำแหน่งตามร้อยเอกอิปเป มาทำงานที่สยามในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยร้อยเอกอิปเปได้เป็นครูทหารวังหลวง ส่วนนายน็อกซ์ พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้เป็นครูวังหน้า เป็นผู้ฝึกทหารอย่างยุโรป และยังได้เข้ากองทัพกรมหลวงวงศาธิราชสนิทไปตีเมืองเชียงตุง

พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัวประทานผู้หญิงวังหน้าชื่อปราง ให้เป็นภรรยา มีลูกด้วยกันสามคน ต่อมาเมื่อรัฐบาลอังกฤษตั้งกงสุลในกรุงเทพฯ และด้วยความรู้การเมืองและภาษาไทย จึงทำงานเป็นผู้ช่วยกงสุล แล้วได้เลื่อนตำแหน่งจนได้เป็นกงสุลเยเนอราล มีบรรดาศักดิ์เป็นเซอร์[8] อีกทั้งยังสนิทและคุ้นเคยกับเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์[9] และได้เป็นกงสุลใหญ่อังกฤษกับอภิรัฐมนตรีในสมัยสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ เป็นผู้สำเร็จราชการแผ่นดิน

ชีวิตส่วนตัว[แก้]

โทมัส ยอร์ช น็อกซ์สมรสกับปราง หญิงเชื้อสายทวายที่ได้รับพระราชทานจากวังหน้า[10] มีบุตรด้วยกัน 3 คน ได้แก่

  1. แฟนนี น็อกซ์ หรือ แฟนนี ปรีชากลการ (ค.ศ. 1856–1925)[11] สมรสกับพระปรีชากลการ (สำอาง อมาตยกุล) มีบุตรชายเพียงคนเดียว
  2. แคโรไลน์ อีซาเบลลา น็อกซ์ หรือ ดวงแข[12] (26 มิถุนายน ค.ศ. 1857 – 17 มิถุนายน ค.ศ. 1893)[13] สมรสกับหลุยส์ ที. ลีโอโนเวนส์ บุตรชายของแอนนา ลีโอโนเวนส์ มีบุตรด้วยกันสองคน
  3. โทมัส น็อกซ์ (11 กันยายน ค.ศ. 1859 – ค.ศ. 1923)[7]

ต่อมาบุตรสาว แฟนนี่ น็อกซ์แต่งงานกับพระปรีชากลการ (สำอาง อมาตยกุล) ซึ่งเกิดเหตุการณ์ระหองระแหงระหว่างพระปรีชากลกับสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ จากการที่มาจากความประพฤติไม่ชอบของพระปรีชากลการ ทำให้นายน็อกซ์พยายามใช้อิทธิพลของตนในฐานะผู้แทนรัฐบาลอังกฤษสั่งเรือรบเข้ามาข่มขู่รัฐบาลสยามเพื่อช่วยลูกเขย แต่ผลคือพระปรีชากลการถูกลงโทษประหารชีวิต พร้อมถูกริบราชบาตร นายน็อกซ์ถูกทางการอังกฤษเรียกตัวกลับไป นางแฟนนีลูกสาวต้องหนีออกนอกประเทศและไม่มีข่าวหลังจากนั้นอีกเลย[14]

อนึ่ง ในช่วงแรกที่นายนอกซ์เป็นกงสุลนั้น มีชาวอังกฤษชื่อเฮนรี อาลาบาศเตอร์ ดำรงตำแหน่งเป็นรองกงสุล ซึ่งต่อมาคือต้นตระกูลของพลอากาศเอกสิทธิ เศวตศิลา องคมนตรี

อ้างอิง[แก้]

  1. Bradford Smith, "It Was Love, Love, Love", The New York Times, 16 September 1962
  2. R. J. Minney, Fanny and the Regent of Siam (The World Publishing Company, 1962
  3. "A Dark Tragedy in Siam: The Execution of Pra Preecah—A Native Nobleman Beheaded for Marrying A British Officer's Daughter—How a Cruel King Can Retain A Grudge For Years—Medieval Horrors in the Nineteenth Century", The New York Times, 12 April 1880
  4. W. S. Bristowe, Louis and the King of Siam (Chatto and Windus, 1976)
  5. Alec Waugh, Bangkok: Story of a City (W. H. Allen, 1970), pages 84-85
  6. http://archive.lib.kmutt.ac.th/king4/view.php?g_id=2&&ob_id=190&&page=2
  7. 7.0 7.1 thePeerage.com
  8. http://www.most.go.th/200year/king200year.htm
  9. http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=rattanakosin225&group=8
  10. พิมาน แจ่มจรัส. รักในราชสำนัก. พิมพ์ครั้งที่ 4. กรุงเทพฯ : สร้างสรรค์บุ๊คส์, 2554, หน้า 293
  11. Preecha Kolakan, Fanny (Knox)
  12. จิระนันท์ พิตรปรีชา. ลูกผู้ชายชื่อนายหลุยส์. พิมพ์ครั้งที่ 4. กรุงเทพฯ : สยามบันทึก, 2552, หน้า 120
  13. Findagrave
  14. ไกรฤกษ์ นานา, "ฟื้นปริศนาคดีประวัติศาสตร์ นางแฟนนี่ น็อกซ์ แก้ต่างความผิดให้พระปรีชากลการ". นิตยสารศิลปวัฒนธรรม เล่มที่ 7 พฤษภาคม 2551 หน้า 106-121