ข้ามไปเนื้อหา

โจบ เบลลิงงัม

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
โจบ เบลลิงงัม
เบลลิงงัมในเสื้อเบอร์มิงแฮมซิตีในปี 2022
ข้อมูลส่วนตัว
ชื่อเต็ม โจบ ซามูเอล แพทริก เบลลิงงัม[1]
วันเกิด (2005-09-23) 23 กันยายน ค.ศ. 2005 (20 ปี)[2]
สถานที่เกิด สเตาร์บริดจ์ อังกฤษ
ส่วนสูง 1.91 เมตร (6 ฟุต 3 นิ้ว)[3]
ตำแหน่ง กองกลาง กองหน้า
ข้อมูลสโมสร
สโมสรปัจจุบัน
โบรุสซีอาดอร์ทมุนท์
หมายเลข 77
สโมสรเยาวชน
0000–2021 เบอร์มิงแฮมซิตี
สโมสรอาชีพ*
ปี ทีม ลงเล่น (ประตู)
2021–2023 เบอร์มิงแฮมซิตี 24 (0)
2023–2025 ซันเดอร์แลนด์ 85 (11)
2025– โบรุสซีอาดอร์ทมุนท์ 0 (0)
ทีมชาติ
2021 อังกฤษ รุ่นอายุไม่เกิน 16 ปี 1 (0)
2021–2022 อังกฤษ รุ่นอายุไม่เกิน 17 ปี 8 (0)
2022–2023 อังกฤษ รุ่นอายุไม่เกิน 18 ปี[4] 10 (2)
2023–2024 อังกฤษ รุ่นอายุไม่เกิน 19 ปี 5 (0)
2024– อังกฤษ รุ่นอายุไม่เกิน 20 ปี 3 (0)
2024– อังกฤษ รุ่นอายุไม่เกิน 21 ปี 4 (0)
*นัดที่ลงเล่นและประตูที่ยิงให้แก่สโมสรเฉพาะลีกในประเทศเท่านั้น
ข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 08:06, 15 มิถุนายน 2023 (UTC)
‡ ข้อมูลการลงเล่นและประตูให้แก่ทีมชาติล่าสุด
ณ วันที่ 08:06, 15 มิถุนายน 2023 (UTC)

โจบ ซามูเอล แพทริก เบลลิงงัม (อังกฤษ: Jobe Samuel Patrick Bellingham; เกิด 23 กันยายน ค.ศ. 2005) เป็นนักฟุตบอลอาชีพชาวอังกฤษ ผู้เล่นตำแหน่งกองกลางและกองหน้าให้กับโบรุสซีอาดอร์ทมุนท์ ในบุนเดสลีกา และทีมชาติอังกฤษรุ่นอายุไม่เกิน 21 ปี

โจบเริ่มต้นอาชีพของเขาในอะคาเดมีของเบอร์มิงแฮมซิตีและได้ลงเล่นในทีมชุดใหญ่ครั้งแรกเมื่ออายุ 16 ปี โดยลงเล่นในลีก 24 นัด ก่อนที่จะย้ายไปร่วมทีมซันเดอร์แลนด์ซึ่งเป็นสโมสรในแชมเปี้ยนชิพเช่นกันในปี ค.ศ. 2023 หลังจากพาทีมเลื่อนชั้นสู่พรีเมียร์ลีกในปี ค.ศ. 2025 โจบก็ย้ายไปโบรุสซีอาดอร์ทมุนท์ ในบุนเดิสลีกาด้วยค่าตัว 27.8 ล้านปอนด์พร้อมโบนัสเพิ่มเติม

เขาเป็นตัวแทนทีมชาติอังกฤษในทุกระดับอายุจนถึงรุ่นอายุไม่เกิน 21 ปี

ประวัติและชีวิตส่วนตัว

[แก้]

โจบ เบลลิงงัม เกิดที่สเตาร์บริดจ์ เวสต์มิดแลนส์ เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2005[5] เป็นลูกชายคนเล็กของเดนีส และมาร์ก เบลลิงงัม[6] มาร์กทำงานเป็นนายตำรวจใน West Midlands Police และเป็นดาวยิงผู้ทำประตูได้อย่างมากมายมากมายในฟุตบอลนอกลีก[7] โจบเป็นน้องชายของจูด เบลลิงงัม กองกลางทีมชาติอังกฤษของเรอัลมาดริด ซึ่งเข้าสู่อะคาเดมีของเบอร์มิงแฮมซิตีก่อนหน้าเขา[8] จูด เบลลิงงัม ดาวรุ่งในวัยเพียง 16 ปีลงเล่นให้กับทีมชุดใหญ่ของสโมสรในฤดูกาล 2019–20 ก่อนจะย้ายไปร่วมทีมโบรุสซีอาดอร์ทมุนด์[9] หลังจากนั้น สโมสรตัดสินใจรีไทร์เสื้อหมายเลข 22 ซึ่งจูดเคยสวมใส่เพื่อเป็นเกียรติและเป็นแรงบันดาลใจให้กับดาวรุ่งคนอื่น ๆ[10] โจบปรากฏตัวในงานเปิดตัวชุดแข่งขันประจำฤดูกาล 2020–21 ของสโมสรเบอร์มิงแฮมแทนที่จูดที่ออกจากทีม[11]

ระดับสโมสร

[แก้]

เบอร์มิงแฮมซิตี

[แก้]

ในวัย 15 ปี 321 วัน โจบมีชื่อเป็นตัวสำรองเป็นครั้งแรกในเกมคาราบาวคัพฤดูกาล 2021–22 รอบแรกที่เปิดบ้านพบกับโคลเชสเตอร์ยูไนเต็ดจากลีกวัน[12] ในรอบที่ 2 ก็ยังไม่ได้มีชื่อลงสนาม[13] หากลงเล่นในนัดใดนัดหนึ่ง ก่อนวันเกิดครบ 16 ปีเพียงไม่กี่สัปดาห์ เขาก็จะกลายเป็นนักเตะทีมชุดใหญ่ที่อายุน้อยที่สุดของสโมสร ทำลายสถิติที่สร้างไว้โดยพี่ชายในรอบแรกเมื่อสองปีก่อน[12] ในช่วงปลายปีนั้น เริ่มมีข่าวลือว่า จูด เบลลิงงัม เตรียมกลับมาค้าแข้งในอังกฤษ แต่ก็มีข่าวลือตีกลับว่าโบรุสซีอาดอร์ทมุนด์ ต้นสังกัดของจูด กำลังให้ความสนใจที่จะเซ็นสัญญาคว้าตัวโจบ[14] ปลายปีนั้น เขาทำได้ 4 ประตูจาก 9 นัดให้กับทีมชุดเยาวชนรุ่นอายุไม่เกิน 18 ปีของสโมสรเบอร์มิงแฮม ในพรีเมียร์ลีก ยู–18 และลงเล่น 4 นัดให้กับทีมสำรองรุ่นอายุไม่เกิน 23 ปีในพรีเมียร์ลีก ยู–23 ดิวิชัน 2[13]

เบลลิงงัมกับเบอร์มิงแฮมซิตี ในปี ค.ศ. 2022

โจบมีชื่อเป็นตัวสำรองในเกมอีเอฟแอลแชมเปียนชิปที่พบกับคอเวนทรีซิตีเมื่อเดือนพฤศจิกายน ลี โบว์เยอร์ ผู้จัดการทีมในขณะนั้น ย้ำว่า ไม่อยากให้ใครตัดสินจากผลงานของพี่ชาย และชี้แจงว่า เขามีชื่อเพราะนักเตะกองกลางของทีมได้รับบาดเจ็บหลายคน[15] เขาก็ยังไม่ได้ลงสนาม[13] โจบลงประเดิมสนามให้กับชุดใหญ่ครั้งแรกในฐานะตัวสำรองช่วงครึ่งหลังในเกมเอฟเอคัพรอบ 3 ฤดูกาล 2021–22 ที่พบกับพลิมัทอาร์ไกล์ ทีมจากลีกวัน โดยลงแทนจอร์แดน เจมส์ วัย 17 ปี ในนาทีที่ 70 ขณะนั้นเสมอกัน 0–0 และเบอร์มิงแฮมเหลือผู้เล่นเพียง 10 คน[16] ในวัยเพียง 16 ปี 107 วัน เขากลายเป็นนักฟุตบอลที่อายุน้อยที่สุดเป็นอันดับ 2 ที่ประเดิมสนามให้กับเบอร์มิงแฮม หลังจากจบการแข่งขัน ซึ่งเบอร์มิงแฮมแพ้ 0–1 ลี โบว์เยอร์ ผู้จัดการทีมเบอร์มิงแฮม กล่าวว่า เขาสมควรได้รับโอกาสลงประเดิมสนาม เนื่องจากฟอร์มพัฒนาขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในช่วงที่ฝึกซ้อมกับทีมชุดใหญ่ในสัปดาห์ที่ผ่านมา สัปดาห์ต่อมา โจบได้ลงประเดิมสนามในฟุตบอลลีกครั้งแรก ในฐานะตัวสำรองช่วงท้ายเกมในเกมที่ออกไปเยือนแล้วเสมอกับเพรสตันนอร์ทเอนด์ 1–1[13][17] นัดต่อไปคือนัดสุดท้ายของฤดูกาล

ในเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 2022 เบอร์มิงแฮมได้ยืนยันว่าโจบจะได้รับทุนการศึกษาจากสโมสรและได้ตกลงเงื่อนไขในสัญญาอาชีพฉบับแรก ซึ่งจะมีผลใช้บังคับในวันเกิดอายุครบ 17 ปีของเขา[18][19] โจบได้ลงเล่นเป็นตัวสำรองเป็นครั้งคราวในสองสามเดือนแรกของฤดูกาล และได้ลงเล่นเป็นประจำในเดือนตุลาคม[13] และได้ลงสนามเป็นตัวจริงครั้งแรกเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน โดยลงสนามประมาณ 1 ชั่วโมงในเกมที่พ่ายคาบ้านต่อซันเดอร์แลนด์ 1–2[13]

กล้ามเนื้อหน้าท้องตึงในเดือนมกราคม ค.ศ. 2023 ทำให้โจบต้องพักรักษาตัวเป็นเวลาสามเดือน[20][13] ระหว่างที่หายไป เขาได้เพิ่มกล้ามเนื้อและความแข็งแกร่งของร่างกายเพื่อให้เข้ากับส่วนสูงที่เพิ่มขึ้น[21][22]ในการแข่งขันกับสโตกซิตีในบ้านเมื่อวันที่ 10 เมษายน เขาเกือบพาทีมคว้าชัยชนะด้วยประตูแรกของเขาในนามทีมชุดใหญ่ เมื่อลูกวอลเลย์ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บถูกบล็อกไว้ได้[23] เขาจบฤดูกาลด้วยการลงเล่นในลีก 22 นัด โดยเป็นตัวจริง 5 นัด[13]

ซันเดอร์แลนด์

[แก้]

ข่าวลือเรื่องการย้ายไปซันเดอร์แลนด์ได้รับการยืนยันหลังจากโจบเดินทางไปชมการแข่งขันเพลย์ออฟรอบรองชนะเลิศระหว่างซันเดอร์แลนด์กับลูตันทาวน์ Kristjaan Speakman ผู้อำนวยการกีฬาของสโมสร, ไมค์ ด็อดด์ โค้ชทีมชุดใหญ่ และสจ๊วต อิงกลิช หัวหน้าโค้ช ต่างก็เคยอยู่ที่เบอร์มิงแฮมในช่วงที่พี่น้องตระกูลเบลลิงงัมเพิ่งก้าวขึ้นมาจากอะคาเดมี และได้รับการยกย่องว่ามีบทบาทสำคัญในการพัฒนาของทั้งคู่ ในวันที่ 14 มิถุนายน ค.ศ. 2023 โจบย้ายไปร่วมทีมซันเดอร์แลนด์ด้วยค่าตัวที่ไม่เปิดเผย[24]

โจบลงประเดิมสนามให้กับซันเดอร์แลนด์เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม ค.ศ. 2023 โดยลงสนามเป็นตัวจริงในนัดเปิดฤดูกาลที่พบกับอิปสวิชทาวน์ เขาเลือกที่จะใช้ชื่อจริงของเขาที่ด้านหลังเสื้อแทนที่จะใช้ชื่อสกุล โทนี โมว์เบรย์ ซึ่งเป็นผู้จัดการทีมในขณะนั้นคิดว่า "เขากำลังพยายามสร้างเอกลักษณ์ของตัวเอง เขาไม่ต้องการใช้ชีวิตโดยอาศัยชื่อของพี่ชาย เขาต้องการเป็นนักฟุตบอลอย่างที่เขาเป็นและแสดงให้คนอื่นเห็นว่าเขาสามารถทำอะไรได้บ้าง"[25][26][27] วันที่ 19 สิงหาคม เขาทำประตูสองประตูแรกในอาชีพในนัดที่ซันเดอร์แลนด์ที่ชนะรอเทอรัมยูไนเต็ด 2–1 ที่สเตเดียมออฟไลต์[28] วันที่ 11 พฤศจิกายน เขาทำประตูแรกในนัดที่ซันเดอร์แลนด์ชนะเบอร์มิงแฮมซิตี อดีตต้นสังกัด 3–1[29] โจบเซ็นสัญญาฉบับใหม่กับซันเดอร์แลนด์ในเดือนสิงหาคม ค.ศ. 2024 ซึ่งขยายสัญญาของเขาไปจนถึงจบฤดูกาล 2027–28[30] เขากล่าวกับเว็บไซต์สโมสรในขณะนั้นว่าเขา "ตื่นเต้นที่จะเซ็นสัญญาและขยายเวลาการอยู่กับซันเดอร์แลนด์ต่อไป"[31] ในวันที่ 2 พฤศจิกายน ค.ศ. 2024 โจบโดนใบแดงใบแรกในอาชีพในเกมเสมอกับควีนส์พาร์กเรนเจอส์ 0–0[32] เมื่อวันที่ 27 เมษายน ค.ศ. 2025 เขาได้รับการเสนอชื่อให้เป็นนักเตะดาวรุ่งยอดเยี่ยมประจำฤดูกาลของอีเอฟแอลแชมเปียนชิป[33] ในฤดูกาล 2024/2025 ซันเดอร์แลนด์ได้ยุติการรอคอยแปดปีในการกลับสู่พรีเมียร์ลีก หลังจากเอาชนะเชฟฟีลด์ยูไนเต็ด 2–1 ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บในรอบชิงชนะเลิศเพลย์ออฟของแชมเปียนชิป[34]

โบรุสซีอาดอร์ทมุนท์

[แก้]

ในวันที่ 10 มิถุนายน ค.ศ. 2025 โจบได้เซ็นสัญญา 5 ปีกับสโมสรโบรุสซีอาดอร์ทมุนท์ ในบุนเดิสลีกา ด้วยค่าตัว 27.8 ล้านปอนด์ (บวกกับโบนัสเพิ่มเติม 4.2 ล้านปอนด์) ซึ่งเป็นค่าตัวย้ายทีมที่สูงที่สุดที่สโมสรที่เพิ่งเลื่อนชั้นสู่พรีเมียร์ลีกเคยได้รับ[35] ค่าตัวการย้ายทีมครั้งนี้ทำให้โจบกลายเป็นการเซ็นสัญญาที่แพงที่สุดเป็นอันดับสองในประวัติศาสตร์ของดอร์ทมุนท์ไม่รวมส่วนเสริมรองจากอุสมาน แดมเบเล[36]

ระดับทีมชาติ

[แก้]

โจบเกิดในอังกฤษ และมีรายงานว่าเขามีสิทธิ์เป็นตัวแทนของทีมชาติไอร์แลนด์ผ่านทางปู่และย่า[37] เขาประเดิมสนามกับทีมชาติอังกฤษรุ่นอายุไม่เกิน 16 ปี เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน ค.ศ. 2021 โดยลงสนามเป็นตัวจริงในเกมกระชับมิตรที่เอาชนะไอร์แลนด์เหนือไป 6–0[13] สามเดือนต่อมา เขาได้ลงเล่นครั้งแรกในรุ่นอายุไม่เกิน 17 ปีในทัวร์นาเมนต์ Syrenka Cup ที่พบกับโรมาเนีย ซึ่งเขายิงจุดโทษไม่เข้า แต่อังกฤษก็ยังเอาชนะไปได้ 2-0 ในรอบชิงชนะเลิศ เขาพาอังกฤษแพ้เนเธอร์แลนด์ 3–2[13][38]

อ้างอิง

[แก้]
  1. "Squad list 2022/23 & U21 registered contract players" (PDF). EFL. February 2023. p. 11. สืบค้นเมื่อ 8 February 2023.
  2. "Jobe Bellingham". Birmingham City F.C. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 7 March 2023. สืบค้นเมื่อ 7 March 2023.
  3. Smith, Phil (14 July 2023). "Tony Mowbray outlines his key Jobe Bellingham challenge – and a key Sunderland weakness he'll help address". Sunderland Echo. สืบค้นเมื่อ 14 July 2023.
  4. "Jobe Bellingham: Internationals". worldfootball.net. HeimSpiel Medien. สืบค้นเมื่อ 15 June 2023.
  5. "Jobe Bellingham". worldfootball.net (ภาษาอังกฤษ). 2025-06-21. สืบค้นเมื่อ 2025-09-22.
  6. Borussia Dortmund GmbH & Co KGaA. "Jude Bellingham: Young. Good. And really cool". www.bvb.de (ภาษาอังกฤษแบบบริติช). คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2021-02-27. สืบค้นเมื่อ 2025-09-22.
  7. Coney, Steven (22 September 2016). "700-up! Legendary striker Mark Bellingham on reaching the amazing milestone". The Non-League Paper. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2019-08-07. สืบค้นเมื่อ 9 January 2022.
  8. Fisher, Ben (2020-02-20). "Why Jude Bellingham is already on the radar of football's powerhouses". The Guardian (ภาษาอังกฤษแบบบริติช). ISSN 0261-3077. สืบค้นเมื่อ 2025-09-22.
  9. "Jude Bellingham signs for Borussia Dortmund from Birmingham". Sky Sports. 20 July 2020. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 20 July 2020. สืบค้นเมื่อ 9 January 2022.
  10. "อึ้งเลย! เบอร์มิงแฮม ประกาศ รีไทร์เบอร์ 22 ให้ "จู๊ด เบลลิงแฮม"". www.sanook.com/sport. 2020-07-24. สืบค้นเมื่อ 2025-09-22.
  11. Preece, Ashley (15 August 2020). "Confirmed: Birmingham City unveil new Nike home shirt for Aitor Karanka era". Birmingham Mail. สืบค้นเมื่อ 9 January 2022.
  12. 1 2 Chapman, Joseph (2021-08-10). "Lee Bowyer makes 11 Blues changes as Jobe Bellingham makes squad". Birmingham Live (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 2025-09-22.
  13. 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 "J. Bellingham". Soccerway. Perform Group. สืบค้นเมื่อ 8 June 2024.
  14. Hughes, Steven (4 November 2021). "Borussia Dortmund hope signing familiar face can convince Bellingham to stay". Teamtalk. สืบค้นเมื่อ 8 January 2022.
  15. Dick, Brian (2021-11-24). "Lee Bowyer issues Jobe Bellingham warning after Blues call-up". Birmingham Live (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 2025-09-22.
  16. "Birmingham City 0–1 Plymouth Argyle". BBC Sport. 8 January 2022. สืบค้นเมื่อ 9 January 2022.
  17. "Preston North End 1-1 Birmingham City: Scott Hogan header earns Blues late draw". BBC Sport (ภาษาอังกฤษแบบบริติช). 2022-01-15. สืบค้นเมื่อ 2025-09-22.
  18. Dick, Brian (16 July 2022). "Breaking: Birmingham City announce deal for Jobe Bellingham". Birmingham Mail. สืบค้นเมื่อ 16 July 2022.
  19. "Blues' Jobe Bellingham signs professional contract". www.bcfc.com. สืบค้นเมื่อ 2025-09-22.
  20. Burke, Molly (13 February 2023). "Birmingham City vs Cardiff City injury news: Six sidelined and two doubtful ahead of Championship clash". Birmingham World. สืบค้นเมื่อ 14 June 2023.
  21. Hewitt, Matty (2023-06-01). "Jobe Bellingham set for 'Premier League future' and Sunderland pathway". Chronicle Live (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 2025-09-22.
  22. Dicken, Alex (2023-05-15). "Bellingham should listen to Birmingham City plea over Sunderland transfer". Birmingham Live (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 2025-09-22.
  23. "Birmingham City 0-0 Stoke City: Blues extend unbeaten run to four matches". BBC Sport (ภาษาอังกฤษแบบบริติช). 2023-04-10. สืบค้นเมื่อ 2025-09-22.
  24. "Jobe Bellingham explains why he chose SAFC as club land second summer signing". Sunderland Echo (ภาษาอังกฤษ). 2023-06-14. สืบค้นเมื่อ 2025-09-22.
  25. Buckingham, Philip (2023-08-21). "Jobe Bellingham is creating his own identity and Sunderland are the happy beneficiaries". The New York Times (ภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน). ISSN 0362-4331. สืบค้นเมื่อ 2025-09-22.
  26. Sobhi, Ramadan (2024-05-15). "ga6789". ga6789.eu.com (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 2025-09-22.
  27. Altimas, Callum (2023-09-16). "The reason Jobe Bellingham doesn't have his surname on the back of his shirt". GiveMeSport (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 2025-09-22.
  28. "Sunderland 2-1 Rotherham United: Jobe Bellingham double sinks Millers". BBC Sport (ภาษาอังกฤษแบบบริติช). 2023-08-19. สืบค้นเมื่อ 2025-09-22.
  29. "Sunderland 3-1 Birmingham City: Jobe Bellingham on target as Rooney's Blues beaten again". BBC Sport (ภาษาอังกฤษแบบบริติช). 2023-11-11. สืบค้นเมื่อ 2025-09-22.
  30. "Jobe Bellingham: Sunderland midfielder extends contract until the end of the 2027-28 season". BBC Sport (ภาษาอังกฤษแบบบริติช). 2024-08-16. สืบค้นเมื่อ 2025-09-22.
  31. "Jobe commits to Sunderland". www.safc.com. สืบค้นเมื่อ 2025-09-22.
  32. "Jobe Bellingham sent off for leaders Sunderland in draw at QPR". The Independent (ภาษาอังกฤษ). 2024-11-02. สืบค้นเมื่อ 2025-09-22.
  33. EFL (2025-04-27). "LIVE: EFL Awards 2025". EFL (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 2025-09-22.
  34. "Sunderland end eight-year wait to return to Premier League with dramatic Championship play-off win". Sky News (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 2025-09-22.
  35. "Borussia Dortmund sign Jobe Bellingham". Borussia Dortmund. 10 June 2025. สืบค้นเมื่อ 10 June 2025.
  36. "Jobe Bellingham transfer news: Sunderland midfielder completes move to Borussia Dortmund". Sky Sports (ภาษาอังกฤษแบบบริติช). คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2025-06-20. สืบค้นเมื่อ 2025-09-22.
  37. O'Halloran, Rob (20 November 2022). "Every Irish-qualified football player at the 2022 World Cup". Extra.ie. สืบค้นเมื่อ 9 December 2022.
  38. "Academy highlights of the month" (PDF). www.bcfcacademy.com. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิม (PDF)เมื่อ 2021-10-21. สืบค้นเมื่อ 2025-09-22.