โจน ไบซ์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
โจน ไบซ์
Joan Baez Hamburg 1973 2811730005.jpg
โจน ไบซ์ ขณะกำลังแสดงสดปี ค.ศ. 1973
ข้อมูลพื้นฐาน
ชื่อจริง โจน แชนดอส ไบซ์
เกิด 9 มกราคม ค.ศ. 1941 (76 ปี)
แหล่งกำเนิด เกาะสแตเทน รัฐนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา
แนวเพลง
อาชีพ นักดนตรี นักร้อง นักแต่งเพลง นักกิจกรรมทางสังคม
เครื่องดนตรี
ช่วงปี ค.ศ. 1958–ปัจจุบัน
ค่ายเพลง
  • แวนการ์ด (ค.ศ. 1960–1971)
  • เอแอนด์เอ็ม (ค.ศ. 1972–1977)
  • โคลัมเบีย (ค.ศ. 1977–1981)
  • โกล์ดคาสเทล (ค.ศ. 1987–1991)
  • เวอร์จิน (ค.ศ. 1991–1993)
  • การ์เดียน (ค.ศ. 1995–2002)
  • คอช (ค.ศ. 2003–ปัจจุบัน)
ส่วนเกี่ยวข้อง
เว็บไซต์ JoanBaez.com

โจน แชนดอส ไบซ์ (อังกฤษ: Joan Chandos Baez) หรือ โจน ไบซ์ (Joan Baez, เกิดวันที่ 9 มกราคม ค.ศ. 1941) เป็นนักร้อง นักแต่งเพลง นักดนตรีแนวเพลงโฟล์ก และนักกิจกรรมทางสังคม[1] เป็นที่รู้จักจากการแต่งเพลงที่มักเกี่ยวข้องกับเนื้อหาของความยุติธรรมทางสังคมและการต่อต้าน[2] ไบซ์ได้อยู่ในวงการดนตรีมามากกว่า 55 ปี ออกอัลบั้มมาแล้วกว่า 30 อัลบั้ม เธอร้องเพลงภาษาสเปนและภาษาอังกฤษได้อย่างคล่องแคล่ว นอกจากนี้ยังไบซ์ยังร้องเพลงเป็นภาษาอื่น ๆ ได้อีกกว่า 6 ภาษา ทำให้ถือเป็นศิลปินโฟล์กคนสำคัญคนหนึ่งในยุคนั้น จนต่อมาเธอจะได้เปลี่ยนแนวดนตรีตามกระแสนิยมไปในช่วงปลายคริสต์ทศวรรษ 1960 ที่ได้แปรสภาพจากโฟล์กร็อกและป็อปสู่คันทรีและกอสเปล ไบซ์มักแต่งและร้องเพลงด้วยตัวเอง และยังได้ร่วมงานดนตรีกับศิลปินอื่น ๆ ด้วย ไม่ว่าจะเป็นออลแมนบราเดอส์แบนด์, เดอะบีเทิลส์, แจ็กสัน บราวน์, ลีโอนาร์ด โคเฮน, วูดดี กัทรี, ไวโอเลตา พาร์รา, เดอะโรลลิงสโตนส์, พีท ซีเกอร์, พอล ไซมอน, สตีวี วันเดอร์ และอื่น ๆ อีกมาก นอกจากนี้ยังได้ร่วมงานกับศิลปินสมัยใหม่ทั้งไรอัน แอดัมส์, โจช ริตเทอร์, สตีฟ เอิร์ล และนาตาลี เมอร์แชนต์

ไบซ์ได้เริ่มบันทึกเสียงครั้งแรกตั้งแต่ปี ค.ศ. 1960 และประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว โดยอัลบั้มทั้ง 3 ของเธอ คือ Joan Baez, Joan Baez, Vol. 2, และ Joan Baez in Concert ต่างได้รับการยืนยันยอดจำหน่ายระดับแผ่นเสียงทองคำและได้ขึ้นชาร์ตบิลบอร์ดและชาร์ตอัลบั้มอื่น ๆ กว่า 2 ปี[3]

ไบซ์มีผลงานดนตรีที่เป็นที่รู้จักกันดีไม่ว่าจะเป็น "Diamonds & Rust" และเพลงที่นำมาร้องใหม่ "There but for Fortune" ของฟิล ออชส์ และ "The Night They Drove Old Dixie Down" ของวงเดอะแบนด์ และเพลงที่ไบซ์ได้ร่วมบันทึกเสียงกับศิลปินอื่น ๆ เช่น "Farewell, Angelina", "Love Is Just a Four-Letter Word", "Joe Hill", "Sweet Sir Galahad" และ "We Shall Overcome" เธอยังถือเป็นศิลปินคนแรก ๆ ที่ได้ร่วมงานกับบ็อบ ดิลลัน ในช่วงต้นคริสต์ทศวรรษ 1960 ผลงานทางดนตรีของเธอได้กลายเป็นที่นิยมและมีอิทธิพลเป็นวงกว้างต่อวงการโฟล์กคนหนึ่ง จนเธอได้รับการยกย่องให้เป็น "ราชินีแห่งเพลงโฟล์ก" อีกด้วย[4]

ในด้านชีวิตส่วนตัว ไบซ์มีความสัมพันธ์กับบ็อบ ดิลลัน "ราชาแห่งเพลงโฟล์ก" เดวิด แฮร์ริส นักเขียน และรวมไปถึงสตีฟ จอบส์ ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทแอปเปิล[5] แต่ถึงอย่างไรก็ดี ไบซ์ไม่เคยแต่งงานและมีลูก

อ้างอิง[แก้]

  1. Westmoreland-White, Michael L. (February 23, 2003). "Joan Baez: Nonviolence, Folk Music, and Spirituality". Every Church A Peace Church. Archived from the original on July 22, 2004. สืบค้นเมื่อ November 3, 2013. 
  2. Jackson, Ernie. "Folk Guitarists." Joelma The Everything Guitar Book Joelma. F+W Publications Inc., 2007. Print.
  3. Ruhlemann, William (May 6, 2009). [โจน ไบซ์ ที่ออลมิวสิก "Joan Baez – Biography"]. allmusic.com. Rovi Corporation. สืบค้นเมื่อ December 13, 2009. 
  4. "Queen of folk music The Queen of Folk Still Reigns", More, 2009-10-08 
  5. Manock, Jerry (June 1982). "Invasion of Texaco Towers". Folklore.org. "One afternoon, when the project was in its advanced stages, Steve burst through the door, unannounced, in an exuberant mood. He had two guests... Joan Baez and her sister, Mimi Farina."