อารามออทโทบอยเริน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก แอบบีอ็อตโตบิวเร็น)
Jump to navigation Jump to search
อารามออทโทบอยเริน

Kloster Ottobeuren

ด้านหน้าอารามออกแบบโดยโยฮันน์ มีชาเอล ฟีเชอร์ (Johann Michael Fischer)
ด้านหน้าอารามออกแบบโดยโยฮันน์ มีชาเอล ฟีเชอร์ (Johann Michael Fischer)
สิ่งก่อสร้าง
ฐานะ แอบบีย์
ที่ตั้ง ออทโทบอยเริน
ประเทศ ประเทศเยอรมนี
การก่อสร้าง
แรกสุด ค.ศ. 764
ผู้สร้างแรก บุญราศีโทโท
ปัจจุบัน ค.ศ. 1711
สร้างเสร็จ ค.ศ. 1725
ผู้สร้างปัจจุบัน อธิการรูเปิร์ต เนส
แบบสถาปัตยกรรม บารอก
ผู้ออกแบบ/ตกแต่ง
สถาปนิก โยฮันน์ มีชาเอล ฟีเชอร์ (ด้านหน้า)
ภายใน โยฮันน์ มีชาเอล ฟ็อยค์เมเยอร์ (ผู้ลูก)
ข้อมูลด้านการท่องเที่ยว
พิกัด 47°56′29″N 10°17′53″E / 47.94139°N 10.29806°E / 47.94139; 10.29806
เว็บไซต์ เว็บไซต์แอบบีอ็อตโตบิวเร็น

อารามออทโทบอยเริน (เยอรมัน: Kloster Ottobeuren) เดิมเป็นแอบบีย์คณะเบเนดิกติน ที่ปัจจุบันเป็นตั้งอยู่ที่เมืองออทโทบอยเริน ในรัฐบาวาเรีย ประเทศเยอรมนี

ประวัติ[แก้]

อารามออทโทบอยเรินก่อตั้งเมื่อขึ้นใน ค. ศ. 764 โดยบุญราศีโทโท (Toto) อุทิศให้เซนต์อเล็กซานเดอร์มรณสักขี (St. Alexander, the Martyr) หลักฐานทางประวัติศาสตร์มีเหลืออยู่เพียงว่าบุญราศีโทโทเป็นอธิการอารามองค์แรกและเสียชีวิตเมื่อ ค.ศ. 815 และนักบุญอุลริช (St. Ulrich) เป็นอธิการอารามเมื่อ ค. ศ. 972 เมื่อคริสต์ศตวรรษที่ 11 วินัยอารามก็เสื่อมลงจนกระทั่งอธิการอาดัลฮาล์ม (Abbot Adalhalm) มาเป็นอธิการอารามระหว่างปี ค.ศ. 1082 ถึงปี ค.ศ. 1094 ท่านก็เริ่ม “การปฏิรูปเฮียร์เซา” (Hirsau Reformation) นอกจากนั้นท่านก็ยังบูรณะปฏิสังขรณ์สิ่งก่อสร้างที่เสื่อมโทรมไปจนเสร็จ

เมื่ออธิการรูเพิร์ท (Abbot Rupert I) มาเป็นอธิการอารามต่อมาระหว่างปี ค.ศ. 1102 ถึงปี ค.ศ. 1145 ท่านก็ได้เพิ่มอารามนักพรตหญิงที่มาจากครอบครัวมีสกุล และสร้างอารามมารีนแบิร์ก (Marienberg Abbey) โดยเลือกนักพรตไปจากอารามออทโทบอยเรินไปประจำ

การตกแต่งภายในแบบศิลปะโรโกโก

อธิการอิเซนกริม (Abbot Isengrim) อธิการองค์ต่อมา ระหว่างปี ค.ศ. 1145 ถึงปี ค.ศ. 1180 เขียน “Annales minores”[1] และ “Annales majores”[2]

บุญราศีคอนราดแห่งออทโทบอยเรินมาเป็นอธิการระหว่างปี ค.ศ. 1193 จนเมื่อสิ้นชีวิตเมื่อปี ค.ศ. 1227 ซึ่งนักพรตเบเนดิกตินกล่าวถึงท่านว่าเป็น "ที่รักของภราดาและคนยากจน" [1]

เมื่อปี ค.ศ. 1153 และปี ค.ศ. 1217 อารามถูกไฟไหม้ เมื่อถึงคริสต์ศตวรรษที่ 14 และคริสต์ศตวรรษที่ 15 อารามก็อยู่ในสภาพที่ทรุดโทรมมาก จนเมื่อมาถึงสมัยอธิการโยฮันน์ เชดเลอร์ (Abbot Johann Schedler) ระหว่างปี ค.ศ. 1416 ถึงปี ค.ศ. 1443 อารามก็มีนักพรตเหลืออยู่เพียง 6 หรือ 8 องค์และรายได้ประจำปีก็ตกลงไปไม่เกิน 46 มาร์คเงิน (silver marks)

ภายใต้เอธิการเลโฮนาร์ด วีเดอมันน์ (Abbot Leonard Wiedemann) ระหว่างปี ค.ศ. 1508 ถึงปี ค.ศ. 1546 อารามก็เริ่มรุ่งเรืองขึ้นมาอีก ท่านก่อตั้งโรงพิมพ์และสถานศึกษาสำหรับนักพรตเบเนดิกตินในชวาเบีย (Swabia) แต่ก็มาถูกปิดไม่นานหลังจากที่เปิดเพราะผลจาก “สงครามสามสิบปี

อารามออทโทบอยเรินได้รับการแต่งตั้งเป็นอิมพีเรียลแอบบีย์ ในปี ค. ศ. 1299 แต่ไปเสียตำแหน่งไปเมื่อบิชอปแห่งเอาก์สบูร์กได้รับแต่งตั้งให้มาปกครองอารามในฐานะที่เรียกว่า “Vogt” แต่สิทธิเหล่านี้ก็มาถูกยกเลิกเมื่อตามคำสั่งศาลหลวง “Reichskammergericht” ในปี ค. ศ. 1624

อารามออทโทบอยเรินได้รับแต่งตั้งกลับไปเป็นอารามหลวงตามเดิมเมื่อ ค. ศ. 1710 แต่ไม่ได้อยู่ในกลุ่มชวาเบีย (Swabian Circle)

ภาพเขียนภายใต้โดม

อารามออทโทบอยเรินมารุ่งเรืองที่สุดในสมัยที่รูเพิร์ท เนสส์ (Abbot Rupert Ness) มาเป็นอธิการระหว่างปี ค.ศ. 1710 ถึง ค. ศ. 1740 และรุ่งเรืองต่อมาจนมาถึงสมัย “ปฏิรูป” เมื่อ ค. ศ. 1802 ระหว่างปี ค.ศ. 1711 ถึง ค. ศ. 1725 อธิการรูเพิร์ทสร้างอารามที่เห็นกันในปัจจุบันซึ่งเป็นอารามที่ใหญ่โตหรูหราจนเปรียบได้ว่าเป็น “มหาวิหารเอสโคเรียลแห่งชวาเบีย” (the Swabian Escorial) เมื่อ ค. ศ. 1737 ท่านก็ได้สร้างตัวโบสถ์ซึ่งมาเสร็จโดยอธิการอัลเซล์ม แอร์บ (Abbot Anselm Erb) ซึ่งเป็นเจ้าองค์ต่อมาในปี ค.ศ. 1766 เมื่อปี ค.ศ. 1803 ออทโทบอยเรินย้ายไปขึ้นอยู่กับบาวาเรีย ขณะนั้นออทโทบอยเรินมีประชากร 12,000 คนและเนื้อที่ 165 ตารางกิโลเมตร

เมื่อปีค. ศ. 1834 พระเจ้าหลุยส์แห่งบาวาเรียทรงตั้งอารามออทโทบอยเรินให้เป็นอารามเบเนดิกตินขึ้นกับอารามนักบุญสเทเฟนที่เอาก์สบูร์ก (St. Stephen's Abbey) และได้รับเลื่อนให้เป็นอิมพีเรียลแอบบีย์เมื่อปีค. ศ. 1918

เมื่อปีค. ศ. 1910 อารามออทโทบอยเรินมีโรงเรียน และโรงเรียนอาชีพสำหรับเด็กยากจน มีบาทหลวงด้วยกัน 5 องค์และภราดาฆราวาสอีก 16 คนและ โนวิซฆราวาสอีก 1 คน

อ้างอิง[แก้]

  1. Monumenta Germaniae Historica: Scriptores, XVII, 315 sq.
  2. ibid., 312 sq.

ข้อมูลเพิ่มเติม[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

ระเบียงภาพ[แก้]