แมรี แอนนิง

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา

แมรี แอนนิง ( 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2342 - 9 มีนาคม พ.ศ. 2390 ) เป็นนักบรรพชีวินวิทยา ผู้ค้า และนักสะสมซากดึกดำบรรพ์ผู้ซึ่งกลายเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก จากการค้นพบซากสัตว์ทะเลดึกดำบรรพ์ยุคจูแรสซิก ในถ้ำระหว่างช่องแคบอังกฤษที่ไลม์รีจิส ในแถบชนบทของดอร์เซตทางภาคตะวันตกเฉียงใต้ของอังกฤษ การค้นพบของเธอมีส่วนสำคัญซึ่งก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลง ต่อแนวความคิดทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับชีวิตยุคก่อนประวัติศาสตร์ และประวัติศาสตร์ของโลก

แมรี่ทำการค้นหาซากดึกดำบรรพ์ในบริเวณของหน้าผาบลูเลียส โดยเฉพาะระหว่างเดือนในฤดูหนาวเมื่อมีดินถล่มทำให้ซากดึกดำบรรพ์เผยออกมา ซึ่งต้องรีบทำการเก็บก่อนที่พวกมันจะสูญหายลงในทะเล เธอเกือบเสียชีวิตในปี พ.ศ. 2376 ระหว่างเหตุการณ์ดินถล่มซึ่งทำให้สูญเสียสุนัขของเธอที่ชื่อเทรย์ การค้นพบของเธอรวมไปถึงโครงกระดูกอิกทิโอซอรัสตัวแรกที่ถูกแยกอย่างถูกต้อง โครงกระดูกเพลสิโอซอร์สองตัวแรกที่พบอย่างครบถ้วนสมบูรณ์ โครงกระดูกเทอร์โรซอร์ตัวแรกที่อยู่นอกประเทศเยอรมันนี และซากปลาดึกดำบรรพ์ที่สำคัญอีกเป็นจำนวนมาก ความช่างสังเกตุของเธอมีส่วนสำคัญในการค้นพบคอโพรไลต์ที่รู้จักกันในตอนนั้นว่าก้อนบีซอร์ ซึ่งก็คือมูลของสัตว์ที่กลายเป็นซากดึกดำบรรพ์และเธอยังค้นพบซากดึกดำบรรพ์ของเบเลมไนต์(หรือเบเลมนอยด์) ที่มีถุงหมึกซึ่งกลายเป็นซากดึกดำบรรพ์อยู่ภายใน เหมือนกับเหล่าเซฟาโลพอดยุคปัจจุบัน เมื่อนักธรณีวิทยาเฮนรี่เดอราบีช วาดภาพดูเลียแอนติคคูยเออร์ ซึ่งเป็นครั้งแรกที่มีการเผยแพร่ออกไปอย่างกว้างขวาง ของภาพที่มีฉากเกี่ยวกับชีวิตยุคก่อนประวัติศาสต์ มาจากการบูรณะซากดึกดำบรรพ์โดยส่วนมากเขาได้อิงตามซากดึกดำบรรพ์ที่แมรี่ได้ค้นพบ และได้พิมพ์จัดจำหน่ายเพื่อประโยชน์ของเธอ

แมรี่ไม่ได้มีส่วนร่วมอย่างเต็มที่นักในการชุมนุมทางวิทยาศาสตร์ ของอังกฤษในศตวรรษที่ 19 ซึ่งส่วนมากจะเป็นบุรุษแองกลิคัน เธอต้องต่อสู้ดิ้นรนทางด้านการเงินเป็นอย่างมาก ในชีวิตของเธอเนื่องจากครอบครัวของเธอยากจน และพ่อของเธอผู้ซึ่งเป็นช่างทำตู้ได้เสียชีวิตลงตอนที่เธออายุเพียง 11 ขวบ

เธอกลายเป็นที่รู้จักดีในวงการธรณีวิทยาในอังกฤษ ยุโรป และอเมริกา และเธอได้ให้คำปรึกษาปัญหาด้านกายวิภาคศาสตร์ รวมทั้งเกี่ยวกับการเก็บรวบรวมซากดึกดำบรรพ์ ถึงกระนั้นด้วยเธอเป็นผู้หญิงจึงทำให้มีคุณสมบัติไม่เหมาะสม ที่จะเข้าร่วมสมาคมธรณีวิทยาของลอนดอน และเธอไม่เคยได้รับการให้เครดิตอย่างสมบูรณ์ สำหรับผลงานทางวิทยาศาสตร์ของเธอ อันที่จริงแล้วเธอได้เขียนลงในจดหมายฉบับหนึ่งว่า " โลกนี้ได้ใช้ฉันอย่างไร้ปราณีฉันกลัวว่ามันได้ทำให้ฉันหวาดระแวงต่อทุกคน " งานเขียนเดียวทางด้านวิทยาศาสตร์ของเธอที่ได้ตีพิมพ์ในตลอดช่วงอายุไขของเธอ ปรากฎในนิตยสารประวัติศาสตร์ทางธรรมชาติในปี พ.ศ. 2382 ซึ่งแกะจากจดหมายที่แมรี่ได้เขียนถึงบรรณาธิการนิตยสารและตั้งคำถามถึงสิ่งที่กล่าวอ้างในนิตยสาร