เอโดกาวะ รัมโป

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
Edogawa Ranpo
Rampo Edogawa 02.jpg
Ranpo in 1954
เกิด: October 21, 1894
Mie, Japan
ถึงแก่กรรม:28 กรกฎาคม ค.ศ. 1965 (70 ปี)
อาชีพ: Novelist
สัญชาติ:Japanese
แนวทางการเขียน:Mystery

ทาโร่ ฮิไร (平井 太郎 Hirai Tarō, 21 ตุลาคม ค.ศ.1894 – 28 กรกฎาคม ค.ศ.1965), เป็นที่รู้จักในนามแฝงเอโดกาวะ รัมโป (江戸川 乱歩 Edogawa Ranpo) เป็นนักเขียนนิยายชาวญี่ปุ่นและนักวิจารณ์ ที่มีส่วนในการพัฒนาวงการนิยายสืบสวนของญี่ปุ่นเป็นอย่างมาก งานเขียนของเขาส่วนมากจะมีตัวเอกเป็นนักสืบที่ชื่อว่า โคโกโร่ อาเคจิ ผู้ซึ่งเป็นหัวหน้าของกลุ่มนักสืบเด็กหนุ่มที่ใช้ชื่อว่า “ขบวนการนักสืบเยาวชน” (少年探偵団 Shōnen tantei dan)

รัมโป เป็นผู้ที่ชื่นชมนักเขียนนวนิยายสืบสวนของตะวันตก โดยเฉพาะ เอดการ์ แอลลัน โพ นามปากกาของเขาจึงเป็นการเล่นคำจากชื่อของโพ นักเขียนคนอื่นที่มีอิทธพลต่อเขาได้แก่ นักเขียนชาวญี่ปุ่นรุยโก คุโรอิวะ และ เซอร์ อาร์เธอร์ โคนัน ดอยล์ ซึ่งเป็นคนที่เขียนหนังสือที่เขาต้องแปลในสมัยที่เป็นนักศึกษาที่ มหาวิทยาลัยวะเซดะ

ชีวประวัติ[แก้]

ก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2[แก้]

ทาโร่ ฮิไร เกิดที่ นาบาริ,จังหวัดมิเอะ ในปี ค.ศ. 1894 ซึ่งเป็นที่ที่ปู่ของเขาเป็น ซามูไร ที่รับใช้ แคว้นสึ ครอบครัวของเขาได้ย้ายไปที่ที่ในปัจจุบันคือ คาเมะยามะ,มิเอะ และจากที่นั่นไป นาโกยะ เมื่อเขาอายุ 2 ปีเขาได้เริ่มศึกษาที่ มหาวิทยาลัยวะเซดะ ในปี ค.ศ. 1912 และเมื่อเขาสำเร็จการศึกษาในสาขาเศรษฐศาสตร์เมื่อปี ค.ศ. 1916 เขาได้ทำงานหลายอย่างที่ต่างออกไป เช่น บรรณาธิการหนังสือพิมพ์, วาดการ์ตูนให้กับนิตยสาร, ขายโซบะ ในร้านข้างทาง และทำงานร้านหนังสือ

ในปี ค.ศ. 1923 เขาได้เขียนงานเรื่องแรกของเขา โดยเป็นเรื่องราวแนวสืบสวน “เหรียญทองแดง 2 เซน” (二銭銅貨 Ni-sen dōka) โดยใช้นามปากกา “เอโดกาวะ รัมโป” ซึ่งเป็นการเล่นคำที่ถ้าอ่านเร็วๆ จะกลายเป็น เอดการ์ แอลลัน โพ ที่เขาชื่นชม เรื่องนี้ได้ถูกตีพิมพ์ใน ชินเซย์เนน ที่เป็นนิตยสารที่ได้รับความนิยมในหมู่ผู้อ่านวัยรุ่น ซึ่งนี่เป็นครั้งแรกของนิตยสารนี้ ที่ตีพิมพ์งานเขียนเรื่องลึกลับของนักเขียนญี่ปุ่น แต่ก่อนที่รัมโปจะเข้าวงการนี้ มีนักเขียนเขียนชาวญี่ปุ่น เช่น รุยโก คุโรอิวะ, คิโด โอคะโมะโตะ, จุนอิจิโร่ ทานิซากิ, ฮารุโอะ ซาโต้ และ ไคตะ มุรายามะ ที่ได้รวมเรื่องราว สืบสวน, ลึกลับ และอาชญากรรม เข้ากับแนวเรื่อง ผจญภัย, อุบาย และเรื่องแปลกประหลาด ซึ่งสิ่งที่ทำให้นักวิจารณ์สนใจในการเปิดตัวของรัมโปนั้นก็คือเรื่อง “เหรียญทองแดง 2 เซน” ที่เน้นไปที่การใช้ตรรกะโต้เถียงกันเพื่อไขปริศนาด้วยเรื่องราวที่เกี่ยวโยงกับวัฒนธรรมญี่ปุ่น โดยเนื้อเรื่องได้มีการใส่รหัสที่แยบยลซึ่งมีที่มาจากลัทธิหนึ่งของพุทธศาสนาที่ชื่อว่า “เนนบุสึ” และอักษรเบรลล์ของภาษาญี่ปุ่น

ในช่วงปี ค.ศ. 1930 - ค.ศ. 1939 รัมโปได้เขียนงานที่มีความนิยมออกมาสู่สาธารณะอย่างมากมาย และเขาได้กลายเป็นผู้มีชื่อเสียงของวงการนวนิยายลึกลับของญี่ปุ่น นักสืบที่มีชื่อว่า โคโกโร่ อาเคจิ ผู้ปรากฏตัวครั้งแรกในเรื่องที่มีชื่อว่า “คดีฆาตกรรมบนเนินเขา D.” ได้กลายมาเป็นตัวละครหลักของเรื่องราวของเขา และตัวละครที่เป็นอาชญกรที่ขี้ขลาด รู้จักในชื่อปีศาจ 20 หน้า (怪人二十面相 Kaijin ni-jū mensō) ผู้ที่มีความสามารถในการปลอมแปลงตัวเองและปะปนกับคนในสังคมได้อย่างน่าทึ่ง นอกจากนั้นยังมีตัวละครที่เป็นคู่หูของโคโกโร่ที่มีชื่อว่า โคบายาชิ โยชิโอะ

หลังสงครามโลกครั้งที่ 2[แก้]

ในช่วงหลังสงคราม รัมโปได้ทุ่มเทอย่างมากในการพัฒนานวนิยายลึกลับ ทั้งในด้านความเข้าใจเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของมัน และเป็นกำลังใจให้สร้างสรรค์ผลงานใหม่ๆ ในปี ค.ศ. 1964 เขาได้มีส่วนร่วมในการช่วยวารสารน้องใหม่ที่มีชื่อว่า จีเวลส์ (宝石 Hōseki) ที่ทุ่มเทให้กับงานเขียนแนวสืบสวน และในปี ค.ศ. 1947 เขาได้ก่อตั้ง ชมรมผู้เขียนเรื่องของนักสืบ (探偵作家クラブ Tantei sakka kurabu) ที่ได้เปลี่ยนชื่อเป็น สมาคมผู้เขียนแนวลึกลับแห่งประเทศญี่ปุ่น (日本推理作家協会 Nihon Suiri Sakka Kyōkai) นอกจากนั้น เขาได้เขียนบทความมากมายเกี่ยวกับ ประวัติศาสตร์ของนวนิยายแนวสืบสวนของญี่ปุ่น, ยุโรป และอเมริกา และได้ถูกตีพิมพ์ในรูปแบบหนังสือ ซึ่งนอกจากบทความแล้ว งานเขียนส่วนใหญ่ของเขาในช่วงหลังสงคราม จะมีกลุ่มเป้าหมายเป็นนักอ่านรุ่นเยาว์โดยใช้ โคโกโร่ อาเคจิ และขบวนการนักสืบเยาวชนเป็นตัวละครหลัก

ในช่วงปี ค.ศ. 1950 - ค.ศ. 1959 เขาและล่ามแปลภาษาได้ทำงานร่วมกันถึง 5 ปี เพื่อแปลงานเขียนของเขาเป็นภาษาอังกฤษ ในชื่อว่า Japanese Tales of Mystery and Imagination เนื่องจากล่มแปลภาษาสามารถพูดแต่ไม่สามารถอ่านภาษาญี่ปุ่นออก และรัมโปสามารถพูดแต่ไม่สามารถเขียนภาษาอังกฤษ การแปลจึงมาจากการฟังรัมโปที่ค่อยๆพูดทีละประโยคและเช็คการเขียนภาษาอังกฤษ

ความสนใจของเขาอีกอย่าง ในช่วงปลาย ทศวรรษที่ 40 และ 50 นั่นก็คืองานเขียนของเพื่อนรักของเขา จุนอิจิ อิวาตะ นักมนุษยวิทยา ที่ศึกษาเรื่องประวัติศาสตร์การรักร่วมเพศในญี่ปุ่น ในช่วง ทศวรรษที่ 30 รัมโป และจุนอิจิ ได้สัญญาที่จะแข่งกันเพื่อหาว่าใครจะเป็นคนหาหนังสือเกี่ยวกับอารมณ์ปรารถนาในความรักระหว่างชายและชายได้มากกว่ากัน รัมโปหาหนังสือของตะวันตก และจุนอิจิ หาหนังสือของญี่ปุ่น จุนอิจิได้เสียชีวิตในปี ค.ศ. 1945 โดยที่งานของเขาสำเร็จเพียงส่วนเดียว รัมโปจึงได้ทำงานที่เหลือของเขาต่อไป

หนังสือของรัมโปจำนวนมากได้ถูกทำเป็นภาพยนตร์ ความสนใจในการใช้งานเขียนของรัมโปเพื่อทำภาพยนตร์ยังคงมีต่อไปหลังจากการเสียชีวิตของเขา รัมโปทรมาณจากอาการหลายอย่างโรคหลอดเลือดแดงแข็ง และพาร์คินสัน เสียชีวิตจากอาการเลือดออกในสมองใหญ่ ที่บ้านของเขาในปี ค.ศ. 1965 สุสานของเขาตั้งอยู่ที่ สุสานทามะ ในเขตฟุชู โตเกียว

รางวัลเอโดกาวะ รัมโป (江戸川乱歩賞 Edogawa Ranpo Shō?) ที่ตั้งชื่อตามเอโดกาวะ รัมโป เป็นรางวัลซึ่งจะมอบให้กับงานเขียนของญี่ปุ่นทุกปีโดยสมาคมผู้เขียนแนวลึกลับแห่งประเทศญี่ปุ่น ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1955 โดยผู้ชนะจะได้เงินรางวัลมูลค่า 10 ล้านเยน และลิขสิทธิ์การตีพิมพ์จากสำนักพิมพ์โคดันฉะ

อ้างอิง[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]