เหตุสัมพันธ์ชู้สาวตูร์เดอแนล

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา

เหตุสัมพันธ์ชู้สาวตูร์เดอแนล (ฝรั่งเศส: Affaire de la tour de Nesle) เป็นเรื่องอื้อฉาวในราชวงศ์ที่เกิดขึ้นในราชตระกูลฝรั่งเศสในปี ค.ศ. 1314 ในรัชสมัยของพระเจ้าฟีลิปที่ 4 ซึ่งมาร์เกอริต, บล็องช์ และฌาน พระสุณิสาทั้งสามของพระเจ้าฟีลิปที่ 4 ถูกกล่าวหาว่าคบชู้ โดยผู้เริ่มต้นการกล่าวหาคืออีซาแบล พระธิดาของพระเจ้าฟีลิป ตูร์เดอแนลเป็นชื่อหอคอยในปารีสอันเป็นที่ที่การลักลอบคบชู้เกิดขึ้น เรื่องอื้อฉาวดังกล่าวนำไปสู่การทรมาน การประหารชีวิต และการจองจำ

ที่มาที่ไป[แก้]

ภาพตัวละครหลักในเหตุอื้อฉาวตูร์เดอแนลที่ในปี ค.ศ. 1315 หนึ่งปีหลังเหตุอื้อฉาวถูกเปิดโปง: พระเจ้าฟีลิปที่ 4 แห่งฝรั่งเศส (คนกลาง) กับครอบครัว: (จากซ้ายไปขวา) พระโอรส ชาร์ลกับฟีลิป, พระธิดา อีซาแบล, พระองค์เอง, พระโอรสคนโตและทายาท หลุยส์ และพระอนุชา ชาร์ลแห่งวาลัวส์

พระเจ้าฟีลิปมีพระโอรสสามคนที่สุดท้ายต่างก็ได้สืบทอดตำแหน่งเป็นกษัตริย์แห่งฝรั่งเศส พระโอรสทั้งสามคนต่างแต่งงานเพื่อผลประโยชน์ หลุยส์ พระโอรสคนโต อนาคตพระเจ้าหลุยส์ที่ 10 แต่งงานกับมาร์เกอริตแห่งบูร์กอญ ฟีลิป พระโอรสคนที่สอง อนาคตพระเจ้าฟีลิปที่ 5 แต่งงานกับฌานที่ 2 เคานเตสแห่งบูร์กอญ ชาร์ล พระโอรสคนที่สาม อนาคตพระเจ้าชาร์ลที่ 4 แต่งงานกับบล็องช์แห่งบูร์กอญ น้องสาวของฌาน

หลุยส์กับมาร์เกอริตมีชีวิตแต่งงานที่ไม่มีความสุข แม้ทั้งคู่จะมีพระโอรสธิดาด้วยกันอย่างน้อยหนึ่งคน คือ อนาคตสมเด็จพระราชินีนาถฌานที่ 2 แห่งนาวาร์ซึ่งเสด็จพระราชสมภพในปี ค.ศ. 1312 ฟีลิปกับฌานแห่งบูร์กอญอาจจะมีชีวิตแต่งงานที่มีความสุขที่สุดในบรรดาสามคู่ ทั้งคู่มีพระโอรสธิดาด้วยกันห้าคนในช่วงเวลาห้าปี แม้พระโอรสคนเดียวของทั้งคู่จะสิ้นพระชนม์เร็ว ชาร์ลกับบล็องช์มีพระโอรสธิดาสองคน แต่ทั้งคู่สิ้นพระชนม์เร็ว

พระเจ้าชาร์ลที่ 4 มีพระธิดา คือ อีซาแบลที่อภิเษกสมรสกับพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 2 แห่งอังกฤษ ซึ่งสุดท้ายพระองค์ถูกปลดออกจากตำแหน่งเพื่อให้พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 3 พระโอรสของพระองค์ขึ้นครองราชย์

เรื่องอื้อฉาว[แก้]

ตูร์เดอแนลอันเป็นที่ลักลอบคบชู้

เหตุอื้อฉาวเริ่มต้นขึ้นมาจากอีซาแบล พระองค์มอบกระเป๋าปักลายให้แก่เหล่าพี่สะใภ้ในช่วงที่เสด็จเยือนฝรั่งเศสพร้อมกับพระสวามี ต่อมาพระองค์สังเกตเห็นว่ากระเป๋าปักลายดังกล่าวตกไปอยู่ในมือของอัศวินนอร์มันจึงทรงคิดว่าต้องมีเรื่องชู้สาวเกิดขึ้นเป็นแน่ พระองค์ได้แจ้งเรื่องนี้แก่พระบิดาระหว่างการเสด็จเยือนฝรั่งเศสครั้งต่อมา เหล่าอัศวินถูกจับตามองและถูกเข้าใจว่าลักลอบคบชู้กับบล็องช์แห่งบูร์กอญและมาร์เกอริตแห่งบูร์กอญในตูร์เดอแนลซึ่งเป็นหอคอยรักษาการของกำแพงเมืองเก่าปารีส

ไม่มีใครรู้ว่าเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องจริงหรือไม่ แต่สตรีทั้งสามคน คือ มาร์เกอริต, บล็องช์ และฌาน กับเหล่าอัศวินถูกจับกุม เหล่าอัศวินถูกสอบสวนและทรมานจนในที่สุดก็สารภาพออกมาหลังจากถูกทรมาน ต่อมาพวกเขาถูกประหารชีวิต บล็องช์กับมาร์เกอริตถูกพิจารณาคดีต่อหน้าสภานิติบัญญัติและถูกตัดสินว่ามีความผิด ทั้งคู่ถูกหั่นผมและถูกจองจำ ฌานเองก็ถูกพิจารณาคดี แต่ฟีลิป พระสวามีของพระองค์ได้ยื่นมือเข้ามาแทรกแซงและพระองค์ถูกตัดสินว่าไม่มีความผิด

เหตุการณ์หลังจากนั้น[แก้]

ภาพการประกาศให้การแต่งงานของบล็องช์กับชาร์ลเป็นโมฆะ

มาร์เกอริตกับบล็องช์ถูกส่งตัวไปชาโตไจยาด์ ทั้งคู่ถูกจองจำในชั้นใต้ดิน ในตอนนั้นบล็องช์อาจกำลังตั้งครรภ์พระโอรสที่ชื่อฟีลิป มาร์เกอริตสิ้นพระชนม์จากความหนาวเย็นในอีกสองปีต่อมา การแต่งงานของบล็องช์ถูกประกาศให้เป็นโมฆะในปี ค.ศ. 1322 เพื่อเปิดโอกาสให้ชาร์ล พระสวามีของพระองค์ได้แต่งงานใหม่ บล็องช์ไม่ได้รับการปล่อยตัวแต่ถูกส่งตัวไปปราสาทแกฟเรย์ พระองค์มีสุขภาพที่ย่ำแย่มากหลังจากใช้ชีวิตอยู่ในชั้นใต้ดินแปดปี ไม่มีใครรู้ว่าพระองค์สิ้นพระชนม์เมื่อไหร่ แต่เป็นไปได้ว่าอาจจะเป็นในปี ค.ศ. 1328 ทั้งชาโตไจยาด์และปราสาทแกฟเรย์ปัจจุบันกลายเป็นซากปรักหักพัง

ซากปรักหักพังของชาโตไจยาด์ สถานที่จองจำของมาร์เกอริตกับบล็องหลังถูกตัดสินว่าที่ความผิดในข้อหาคบชู้

สตรีทั้งสามกลายเป็พระราชินีแห่งฝรั่งเศส แต่ไม่มีใครได้เสวยสุขกับอภิสิทธิ์ที่ได้รับ ฌานพระชนมายุยืนที่สุดและได้เคานเตสแห่งบูร์กอญตามสิทธิ์ของพระองค์เอง ผู้สืบทอดตำแหน่งต่อจากพระองค์คือพระธิดา ฌาน พระธิดาของมาร์เกอริตต่อมากลายเป็นพระราชินีแห่งนาวาร์ตามสิทธิ์ของพระองค์เอง ส่วนหลุยส์ พระสวามีของพระองค์มีพระโอรสที่ประสูติหลังบิดาสิ้นพระชนม์ชื่อว่าฌ็องกับเคลม็องส์แห่งฮังการี พระมเหสีคนที่สอง ฌ็องกลายเป็นกษัตริย์ตั้งแต่เกิดแต่ทรงมีชีวิตอยู่ได้เพียงห้าวัน ชาร์ล พระสวามีของบล็องช์แต่งงานใหม่สองครั้ง ครั้งแรกกับมารีแห่งลักเซมเบิร์กที่สิ้นพระชนม์ในการคลอดบุตร และครั้งที่สองกับฌานแห่งเอฟโรซ์ที่มีพระโอรสธิดากับพระองค์สามคน

อีซาแบล พระธิดาของพระเจ้าฟีลิปที่ 4 ต่อมาพยายามที่จะอ้างสิทธิ์ในฝรั่งเศสให้พระโอรส นำไปสู่การเกิดสงครามร้อยปี

อ้างอิง[แก้]