ข้ามไปเนื้อหา

เวนเดลล์ บราวน์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
เวนเดล บราวน์
บราวน์ปาฐกถาในที่ประชุมเทคโนโลยี MITA 2013
สัญชาติสหรัฐ
ศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยคอร์เนล
อาชีพนักประดิษฐ์
ผู้ประกอบการ
นักวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์
มีชื่อเสียงจากTeleo
LiveOps
eVoice
คู่สมรสทาโร โกลด์
(สมรส 1995)

เวนเดล บราวน์ (อังกฤษ: Wendell Brown) นักวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ เจ้าของกิจการ และนักประดิษฐ์ชาวอเมริกัน ซึ่งเป็นที่รู้จักจากงานประดิษฐ์ในด้านโทรคมนาคม และเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ต ระบบรักษาความปลอดภัยในโลกไซเบอร์ การพัฒนาแอพพลิเคชันสมาร์ทโฟนและอินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง บราวน์ได้ก่อตั้งบริษัทเทคโนโลยีที่เป็นที่รู้จักหลายบริษัท ได้แก่ Teleo, LiveOps และ eVoice

ผู้ประกอบการ

[แก้]

บราวน์เป็นที่รู้จักในฐานะนักบุกเบิกระบบเศรษฐกิจ gig economy และอุตสาหกรรมกลุ่มผู้ทำงานจากบ้าน[1][2][3] โดยได้เป็นผู้ร่วมก่อตั้ง LiveOps และดำรงตำแหน่งประธานและเจ้าหน้าที่กรรมการบริหารฝ่ายเทคโนโลยีในปี ค.ศ. 2002 บริษัท LiveOps ออกแบบศูนย์โทรศัพท์และบริหารจัดการสื่อสังคมให้กับหลายบริษัท อาทิ โคคาโคลา พิซซ่าฮัท และ อีเบย์ ในเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 2016 LiveOps มีพนักงานโทรศัพท์ที่ทำงานจากบ้านมากที่สุดในโลกโดยมีจำนวนมากกว่า 20,000 คน และฐานข้อมูลคลาวด์ของบริษัทก็มีเวลาของการทำรายการบริหารลูกค้ามากกว่าหนึ่งพันล้านนาที[4]

ในปี ค.ศ. 2015 บราวน์ได้ก่อตั้งบริษัท Averon ซึ่งเป็นบริษัทรักษาความปลอดภัยในระบบไซเบอร์ ซึ่งได้พัฒนาโซลูชันการระบุตัวตนไร้แรงเสียดทาน (frictionless identity solutions) ตามระบบเทคโนโลยีโทรศัพท์มือถือ[5] Averon เขาได้เปิดแนวคิดด้านระบบรักษาความปลอดภัยในระบบไซเบอร์บนเวทีการประชุมระดับโลก TED Conference ที่เมืองแวนคูเวอร์ ประเทศแคนาดา ในเดือนมีนาคม ค.ศ. 2016 โดยทางบริษัท Telefonica ได้ประกาศการเป็นหุ้นส่วนทางเทคโนโลยีกับ Averon[6] จากนั้นบราวน์ได้ร่วมก่อตั้ง Nularis ในปี ค.ศ. 2011 ซึ่งเป็นบริษัทผู้พัฒนาเทคโนโลยีหลอดไฟ LED ประหยัดไฟ และยังเป็นผู้จัดสรรวัสดุให้แก่เครือแฟรนไชส์ระดับโลกอย่าง เครือโรงแรม Hyatt โรงแรมในเครือ Four Seasons และ The Coffee Bean & Tea Leaf

ในปี ค.ศ. 2005 บราวน์ได้ร่วมก่อตั้งบริษัท Teleo[7] ซึ่งเป็นคู่แข่งของสไกป์ ที่นี่เขาได้สร้างแอพพลิเคชันวอยซ์โอเวอร์ไอพี ที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถต่อและรับสายโทรศัพท์ได้ทางอินเทอร์เน็ต[8] จากนั้น Teleo ได้ถูกซื้อกิจการโดยไมโครซอฟท์ และกลายมาเป็นส่วนหนึ่งในกลุ่ม MSN ของไมโครซอฟท์ในปี ค.ศ. 2006[9]

ในฐานะผู้ร่วมก่อตั้งและประธานบริษัท eVoice บราวน์ได้สร้างแพลทฟอร์มการฝากข้อความเสียง eVoice ขึ้นในปี ค.ศ. 2000 ซึ่งถือว่าเป็นระบบฝากข้อความเสียงทางอินเทอร์เน็ตระดับโลกระบบแรก[10][11][12] eVoice ได้คิดค้นเทคนิคต่าง ๆ เช่น การฝากข้อความเสียงเพื่อส่งอีเมล์ (voicemail-to-email) ระบบ visual voicemail และระบบ enhanced caller ID[13] ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่ถือว่าเป็น “แอพ” รุ่นบุกเบิก และต่อมาได้ถูกพัฒนาเพิ่มเติมโดย Google Voice และแอปเปิล บริษัท eVoice ให้บริการระบบฝากข้อความเสียงให้แก่ เอทีแอนด์ที, MCI, เอโอแอล และบริษัทโทรศัพท์ในภูมิภาคต่าง [14] บริษัท eVoice ถูกซื้อโดย AOL Time-Warner ในปี ค.ศ. 2001 และได้เป็นส่วนหนึ่งในกลุ่มให้บริการเสียง AOL ในเวลาต่อมา[15]

บราวน์ได้รับการจัดอันดับโดยนิตยสารด้านเทคโนโลยี MicroTimes ให้เป็นที่รู้จักในฐานะผู้บริหารบริษัทชั้นนำที่ติดอันดับหนึ่งในร้อยของกลุ่มอุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์ของอเมริกาในปี ค.ศ. 2002[16]

ในฐานะผู้ให้การสนับสนุนบริษัทใหม่ ๆ ของซิลิคอนแวลลีย์ บราวน์ช่วยระดมทุนให้แก่บริษัทเปิดใหม่หลายบริษัท อาทิ Appeo, ADISN,[17] MOEO[18] และ IronPort[19] ซึ่งต่อมาถูกซื้อไปโดย Cisco System ในปี ค.ศ. 2007 ด้วยมูลค่า 830 ล้านเหรียญสหรัฐ[20]

นักพัฒนาซอฟต์แวร์

[แก้]
สตีฟ จอบส์ และ เวนเดล บราวน์ ที่งานเปิดตัวซอฟต์แวร์ Macintosh C-Compiler ตัวแรก

ในฐานะหนึ่งในผู้สร้างสรรค์รุ่นแรก ๆ ของซอฟต์แวร์รักษาความปลอดภัยในโลกไซเบอร์ บราวน์ได้ก่อตั้ง WalkSoftly ขึ้นในปี ค.ศ. 1995[21] ซึ่งได้พัฒนาโปรแกรมซอฟต์แวร์รักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์สำหรับตลาดมวลชนสำหรับพีซีเป็นโปรแกรมแรก ซึ่งรวมถึงโปรแกรมรักษาความปลอดภัยทางอินเทอร์เน็ตที่ขายดีที่สุดอย่าง Guard Dog ซึ่งได้รับรางวัลจากสมาคมผู้เผยแพร่ซอฟต์แวร์ (Software Publishers' Association) ให้เป็นหนึ่งในสี่ผู้นำที่นำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีนวัตกรรมด้านการรักษาความปลอดภัยในยุค 1990 และได้รับขนานนามจาก PC Data ว่าเป็นหนึ่งในสิบผลิตภัณฑ์ซอฟต์แวร์รักษาความปลอดภัยในกลุ่มขายปลีกที่ขายดีที่สุด ต่อมา WalkSoftly ถูกซื้อกิจการโดย CyberMedia Inc. ไปในปี ค.ศ. 1997[22]

ในช่วงยุค 1980 บราวน์ได้ก่อตั้งบริษัท Hippopotamus Software ซึ่งเป็นบริษัทผู้ผลิตซอฟต์แวร์รายแรก ๆ ของแอปเปิลแมคอินทอช[23] และสภาพแวดล้อมการพัฒนา Hippo-C ซึ่งกลายเป็นคอมไพเลอร์ภาษาซีตัวแรกสำหรับระบบคอมพิวเตอร์ Mac และ Atari ST[24]

บราวน์ยังเป็นที่รู้จักในกลุ่มแฟนวิดีโอเกมคลาสสิกจากการออกแบบและการโปรแกรมเกมที่เป็นที่นิยมของ Imagic รวมถึงเกม Star Wars สำหรับคอนโซล ColecoVision[25] เกม Nova Blast และ Moonsweeper ของเขาซึ่งวางจำหน่ายสำหรับ ColecoVision เช่นกัน กลายเป็นเกมคอนโซลที่ขายดีที่สุดสองเกมในปี 1983 และ 1984 ตามลำดับ[26] และเกม Beauty & the Beast สำหรับคอนโซล Intellivision ของบริษัทแมทเทล[27][28] รวมถึงการพอร์ตเกม Nova Blast และ Moonsweeper สำหรับคอนโซล Intellivision[27][29][30]

ในช่วงกลางยุค 1980 บราวน์ได้พัฒนาระบบ ADAP SoundRack ซึ่งเป็นระบบบันทึกเสียงที่บันทึกตรงสู่ฮาร์ดดิสก์ (direct-to-hard-disk audio recording system) รุ่นบุกเบิก ที่ได้เข้ามาแทนที่วิธี tape-splice sound editing อันเป็นการบันทึกเสียงแบบดังเดิม[31] ระบบ ADAP ถูกนำมาใช้สร้างและแก้ไขปรับปรุงเสียงในฟิล์มของภาพยนตร์ฮอลลีวูด และรายการโทรทัศน์ต่าง ๆ ได้แก่ The Simpsons, Twin Peaks, Die Hard, Born on the Fourth of July, National Lampoon's Christmas Vacation และ Honey, I Shrunk The Kids[32] นอกจากนี้ระบบ ADAP ยังถูกนำมาใช้โดยศิลปินมากมาย อาทิ ปีเตอร์ กาเบรียล, ฟลีตวูดแม็ก, เดอะพอยน์เตอร์ซิสเตอร์ส, มอตลีย์ครู, เดวิด โบอี ตลอดจน นาตาลี โคล นอกจากเทคโนโลยีระบบ ADAP ของเขา บราวน์ยังให้คำปรึกษาเกี่ยวกับระบบเสียงให้แก่บริษัทเดอะวอลต์ดิสนีย์ และโตชิบา[33]:17 และต่อมาได้ทำงานในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านการเข้ารหัสการสื่อสารโทรคมนาคม (telecommunications cryptography) ให้แก่ National Semiconductor โดยได้ช่วยสร้างระบบการใช้งานของฮาร์ดแวร์ของขั้นตอนวิธี DS3[33]:18

นักประดิษฐ์

[แก้]

ในเดือนมกราคม ค.ศ. 2012 การประชุมเศรษฐกิจโลกในดาโฟส ได้ยกย่องการประดิษฐ์เทคโนโลยีประหยัดพลังงานของบราวน์ ให้เป็นผู้ที่สมควรได้รับรางวัลผู้บุกเบิกทางเทคโนโลยี (Technology Pioneer Award Nominee)[34] นวัตกรรมของบราวน์ในส่วนของแอพพลิเคชันสำหรับสมาร์ทโฟนได้รับรางวัลเทคโนโลยีใหม่สำหรับโทรศัพท์สมาร์ทโฟน CTIA (CTIA Smartphone Emerging Technology Award) ในเดือนพฤษภาคม ค.ศ. 2012 เทคโนโลยีโทรคมนาคมของบราวน์ถูกนำมาใช้ในการติดต่อผ่านโทรศัพท์มากกว่า 1 พันล้านนาทีและยังใช้ในบัญชีฝากข้อความเสียงนับล้านบัญชีอีกด้วย

บราวน์ได้สร้างสรรค์นวัตกรรมที่ได้รับสิทธิบัตรทั้งภายในประเทศสหรัฐฯ และระหว่างประเทศมากมายในสาขาการรักษาความปลอดภัยในโลกไซเบอร์ โทรคมนาคม แอพพลิเคชันสำหรับสมาร์ทโฟน แรงงานเสมือน ยานพาหนะขับเคลื่อนพลังงานไฟฟ้า หลอดไฟไดโอดเปล่งแสง กล้องสามมิติ เชื้อเพลิงที่นำกลับมาใช้ใหม่ และ ตัวแทนจำหน่ายเพลงทางออนไลน์

ในปี ค.ศ. 2008 บราวน์คิดค้น WebDiet ซึ่งเป็นวิธีใช้โทรศัพท์มือถือนับการบริโภคอาหารเพื่อปรับปรุงสุขภาพ แอพพลิเคชัน WebDiet ถือว่าเป็นแอพพลิเคชันแรกที่สามารถนับปริมาณแคลอรีและทำหน้าที่ควบคุมอาหารได้โดยอัตโนมัติ[35][36]

ชีวประวัติช่วงต้นและการศึกษา

[แก้]

บราวน์เติบโตในเมืองโอนีออนทา รัฐนิวยอร์ก และจบการศึกษาจากโรงเรียนมัธยมโอนีออนทา ในระหว่างที่เรียนอยู่ในโรงเรียนมัธยมแห่งนี้ บราวน์เริ่มเขียนโปรแกรมและขายระบบคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล เขาตีพิมพ์บทความด้านคอมพิวเตอร์เป็นครั้งแรกในนิตยสารไบต์[37][38][39]:8 ในปี ค.ศ. 2013 เขาได้รับเกียรติให้บันทึกชื่อลงบนกำแพงเกียรติยศของโรงเรียนมัธยมโอนีออนทา จากความสำเร็จของเขาทางด้านธุรกิจและเทคโนโลยี[38]

บราวน์สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยคอร์เนลในปี ค.ศ. 1982 ได้รับปริญญาตรีวิทยาศาสตร์บัณฑิตสาขาวิศวกรรมไฟฟ้าและวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์[40][39]:7 ในขณะที่อยู่ในมหาวิทยาลัยคอร์เนล บราวน์ได้รับทุนการศึกษา Hughes Aircraft Bachelor of Science Undergraduate Fellowship[41][39]:8

กิจกรรมการกุศล

[แก้]
บราวน์กล่าวสุนทรพจน์ในงานซึ่งจัดโดยนิตยสารไทม์ (นครนิวยอร์ก, 2012)

กิจกรรมทางด้านการกุศลของบราวน์ ได้แก่ การให้ทุนการศึกษาที่ Soka University of America (แอลิโซเวียโฮ, แคลิฟอร์เนีย) การให้การสนับสนุนห้องทดลองและห้องสมุดความปลอดภัยทางการบินของ Embry-Riddle Aeronautical University และเป็นผู้สนับสนุนส่วนบุคคลของนักเรียนผู้ด้อยโอกาสในอเมริกาใต้

เขาเป็นผู้สนับสนุนในโครงการรณรงค์ด้านสิทธิมนุษยชนเพื่อส่งเสริมสิทธิพลเมืองของกลุ่มบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศ และองค์กรช่วยเหลือชาวยิวทั่วโลกมาอย่างยาวนาน[39]

ชีวิตส่วนตัว

[แก้]

บราวน์เข้าร่วมเป็นวิทยากร ผู้ตัดสินและที่ปรึกษาด้านเทคโนโลยีในการประชุมต่าง ๆ เช่น การประชุมอิสราเอล,[42] การประชุมสมัชชาเศรษฐกิจโลก, การประชุมเท็ด,[43] การประชุม Google และ MIT Hackathons,[44] การประชุม Digital Life Design Munich, การประชุม DLD Tel Aviv, การประชุม Web Summit Dublin,[45] การประชุม TechCrunch, การประชุม CTIA-The Wireless Association, การประชุม AlwaysOn (“Networking the Global Silicon Valley”),[46] การประชุม El Financiero (Bloomberg),[47] และการประชุม Mita Institute Tech Talks[48]

บราวน์เป็นหนึ่งในสมาชิกของคณะกรรมการที่ปรึกษาด้านนวัตกรรมยานยนต์ของ Progressive X Prize รวมถึง เทคโนโลยีเชื้อเพลิงแบบใหม่และการพัฒนารถขับเคลื่อนพลังงานไฟฟ้า[49] ที่ปรึกษาให้แก่กองทุน MITA Institute Venture Fund[50] ตลอดจนเป็นที่ปรึกษาของ Gener8 ซึ่งเป็นบริษัทสร้างภาพยนตร์สามมิติที่ได้สร้างสรรค์ภาพยนตร์ อาทิ ดิ อะเมซิ่ง สไปเดอร์แมน และ แฮร์รี่ พอตเตอร์กับเครื่องรางยมทูต ภาค 2[16]

บราวน์ได้รับใบอนุญาตนักบินสำหรับเครื่องบินส่วนบุคคล และยังมีโครงการพัฒนาเครื่องบินแบบใหม่ จรวด และการออกแบบยานพาหนะขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าออกมาอย่างสม่ำเสมอ เขาแต่งงานกับนักเขียนชาวอเมริกัน ทาโร โกลด์[51]

อ้างอิง

[แก้]
  1. Rosencrance, Linda. "Startup Gets Backing of Email Pioneers". Computerworld Magazine. สืบค้นเมื่อ 4 พฤศจิกายน 2023.
  2. "3 Reasons Why We're Challenging the FCC". TechFreedom.com. สืบค้นเมื่อ 5 พฤศจิกายน 2023.
  3. Scheiber, Noam (11 พฤศจิกายน 2017). "Plugging Into the Gig Economy". The New York Times. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 11 พฤศจิกายน 2017.
  4. "Learn About the History of LiveOps". Liveops.com. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 20 เมษายน 2008.
  5. Brooks, Steve (20 เมษายน 2018). "Business Leader interview with Wendell Brown – CEO at Averon -". Enterprise Times (ภาษาอังกฤษแบบบริติช). เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 22 กรกฎาคม 2018. สืบค้นเมื่อ 16 มิถุนายน 2020.
  6. Lomas, Natasha (16 เมษายน 2014). "Wayra U.K. Adds Six More Startups To Its Mentoring Program". TechCrunch. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 18 เมษายน 2014.
  7. "The meaning of free speech". The Economist. Vol. 377. Economist Newspaper Limited. ตุลาคม 2005. p. 38.
  8. "IT news, careers, business technology, reviews". Computerworld.com. สืบค้นเมื่อ 4 สิงหาคม 2023.
  9. "Microsoft Acquires Teleo, Innovative VoIP Technology Company". Microsoft.com. 30 สิงหาคม 2005. สืบค้นเมื่อ 2 พฤศจิกายน 2023.
  10. "Net2Phone President Departs To Run Closely Held eVoice". The Wall Street Journal. Dow Jones & Company. 25 สิงหาคม 2000. สืบค้นเมื่อ 8 พฤศจิกายน 2023.
  11. "Start-up Aims to Speed Internet Messaging". Internetnews.com. สืบค้นเมื่อ 4 สิงหาคม 2023.
  12. "Software Services Applications Internet Social/6062033-1.html". Allbusiness.com. สืบค้นเมื่อ 4 สิงหาคม 2023.
  13. "Voice messaging system". Google.com. สืบค้นเมื่อ 10 กุมภาพันธ์ 2025.
  14. "Fresh Face at eVoice". Forbes.com. สืบค้นเมื่อ 5 พฤศจิกายน 2023.
  15. "Evoice". Virtualpbxcompare.com. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 3 มิถุนายน 2013.
  16. 1 2 "Wendell Brown: Executive Profile & Biography - Businessweek". Investing.businessweek.com. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 4 ธันวาคม 2013.
  17. "iPhone app gleans healthy grub nearby". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 14 ตุลาคม 2013. สืบค้นเมื่อ 16 พฤศจิกายน 2009.
  18. "MOEO - Vator Profile". Vator.tv. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 6 มกราคม 2018. สืบค้นเมื่อ 27 มกราคม 2013.
  19. "Cisco to Acquire IronPort". Epoch News. PESource. 4 มกราคม 2007. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 10 กรกฎาคม 2011. สืบค้นเมื่อ 5 มกราคม 2018.
  20. Regan, Keith (4 มกราคม 2007). "Cisco buys IronPort for $830 Million". E-Commerce Times. สืบค้นเมื่อ 5 พฤศจิกายน 2013.
  21. "From Appalachian Hills to Silicon Valley". Computerworld. Computerworld Magazine. ตุลาคม 1996. p. 43.
  22. "Cybermedia, Inc". Encyclopedia.com. สืบค้นเมื่อ 3 พฤศจิกายน 2023.
  23. "MiniFinders". MacUser magazine. Ziff Davis. พฤษภาคม 1986. p. 128.
  24. Ward, Terry (1985). Programming C on the Macintosh. Boston: Addison-Wesley. p. 252. ISBN 0-673-18274-6.
  25. Loguidice, Bill (2014). Vintage Game Consoles: An Inside Look at Apple, Atari, Commodore, Nintendo, and the Greatest Gaming Platforms of All Time. London: Routledge. p. 74. ISBN 978-0-415-85600-3.
  26. "ColecoVision Game Index - Star Wars". Colecovision.dk. สืบค้นเมื่อ 2 พฤศจิกายน 2023.
  27. 1 2 "Intellivision Classic Video Game System / Imagic for Intellivision". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 8 ธันวาคม 2006. สืบค้นเมื่อ 7 พฤศจิกายน 2013.
  28. "The Giant List of Classic Game Programmers". Dad Gum / James Hague. สืบค้นเมื่อ 1 พฤศจิกายน 2023.
  29. "ColecoVision.dk presents: Moonsweeper © 1983 by: Imagic Interactive Entertainment". Colecovision.dk. สืบค้นเมื่อ 4 สิงหาคม 2023.
  30. "Intellivision World :: Official Intellivision FAQ 7.0". Intellivisionworld.com. สืบค้นเมื่อ 4 สิงหาคม 2023.
  31. Davies, Rick (พฤศจิกายน 1986). "Hyrbrid Arts ADAP". Music Technology Magazine: 68–69. สืบค้นเมื่อ 2 พฤศจิกายน 2023.
  32. Perry, Michael R. "What Does Hollywood Know About Atari?". Start Magazine. สืบค้นเมื่อ 2 พฤศจิกายน 2023.
  33. 1 2 "Hippo-C creator Wendell Brown's new ADAP SoundRack". Macworld. Mac Publishing. สิงหาคม 1988. ISSN 0741-8647.
  34. World Economic Forum Annual Meeting Programme. Geneva: World Economic Forum & World Bank. 2012. p. 133.
  35. "DEMOfall 08: WebDiet uses cell phones to help count calories". Venturebeat.com. 8 กันยายน 2008.
  36. "Wendell Brown - Google Patent Search". Google.com. สืบค้นเมื่อ 5 พฤศจิกายน 2023.
  37. "From Appalachian Hills to Silicon Valley". Computerworld. International Data Group. ตุลาคม 1996. p. 43. ISSN 0010-4841.
  38. 1 2 "Oneonta High School Alumni Association | Oneonta, NY". Oneontahighalumni.org. สืบค้นเมื่อ 10 กุมภาพันธ์ 2025.
  39. 1 2 3 4 "Oneonta's Own Wendell Brown". The Oneonta Star. มีนาคม 2001. OCLC 10968352.
  40. "Cornell Club Steaks and Startups". Cornell Club of Los Angeles. 22 กันยายน 2013. สืบค้นเมื่อ 5 พฤศจิกายน 2013.
  41. "Exploring an Innovative Solution to Reduce Gun Violence". University of Southern California. สืบค้นเมื่อ 5 พฤศจิกายน 2023.
  42. "Daren Riley and Wendell Brown of APPEO". Flickr.com. 30 พฤษภาคม 2013.
  43. "TED: Keys to the Future". Ted.com. สืบค้นเมื่อ 4 พฤศจิกายน 2023.
  44. "Hacking Generation Y Official". Hackgeny.com. สืบค้นเมื่อ 4 สิงหาคม 2023.
  45. "Attendees 2014". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2 สิงหาคม 2014. สืบค้นเมื่อ 19 สิงหาคม 2014.
  46. "About AO". Always On. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 25 เมษายน 2013. สืบค้นเมื่อ 5 มกราคม 2018.
  47. "TV vía web, mejor inversión que cadena: Wendell Brown". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 23 ธันวาคม 2019. สืบค้นเมื่อ 5 พฤศจิกายน 2013.
  48. "Wendell Brown/". Mitainstitute.com. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 17 กันยายน 2013. สืบค้นเมื่อ 17 กันยายน 2013.
  49. "Advisors". Progressiveautoxprize.org. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 14 มกราคม 2011. สืบค้นเมื่อ 4 กุมภาพันธ์ 2011.
  50. "Mita Ventures Investment Advisors". Mita Ventures. สืบค้นเมื่อ 4 พฤศจิกายน 2023.
  51. Turner, Tina (1 ธันวาคม 2020). Happiness Becomes You. Atria Books. p. 196. ISBN 978-1-9821-5215-4.

แหล่งข้อมูลอื่น

[แก้]